descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 50 ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็นตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.6 เล่ม 2 บทที่ 4เพิ่มเติม

50.2 ค่าคาดหมายและความแปรปรวน

เกมที่อาจได้เงินศูนย์หรือหนึ่งร้อยบาทไม่ได้ทำให้เราได้เงินเท่าค่าคาดหมายทุกครั้ง ค่าคาดหมายเป็นค่าเฉลี่ยที่ใช้เทียบเกมหรือประมาณผลสะสมเมื่อเล่นซ้ำตามแบบจำลอง

ลองนึกถึงซุ้มวงล้อในงานวัด วงล้อแบ่งเป็น 88 ช่องเท่ากัน มีช่องรางวัลใหญ่ 100100 บาทหนึ่งช่อง ช่องรางวัล 2020 บาทสองช่อง อีกห้าช่องไม่ได้อะไร หมุนครั้งละ 2020 บาท บางคนหมุนครั้งแรกได้ 100100 บาทแล้วรู้สึกว่าคุ้มมาก บางคนหมุนห้าครั้งไม่ได้อะไรเลยแล้วรู้สึกว่าโดนโกง คำถามที่ควรถามคือถ้าหมุนไปเรื่อยๆ หลายร้อยครั้ง โดยเฉลี่ยแล้วได้คืนครั้งละเท่าไร หน้านี้ตอบคำถามนี้ด้วยตารางการแจกแจงจากหน้า 50.1

เฉลี่ยด้วยน้ำหนักความน่าจะเป็น

สมมติหมุนวงล้อ 800800 ครั้ง ตามแบบจำลอง ช่อง 100100 บาทควรออกราว 100100 ครั้ง ช่อง 2020 บาทราว 200200 ครั้ง และช่องว่างราว 500500 ครั้ง เงินรางวัลรวมจึงราว 100(100)+20(200)+0(500)=14000100(100)+20(200)+0(500)=14000 บาท หารด้วยจำนวนครั้งได้เฉลี่ยครั้งละ 17.517.5 บาท สังเกตว่าการหารด้วย 800800 ทำให้จำนวนครั้งกลายเป็นสัดส่วน 1/81/8 2/82/8 5/85/8 ซึ่งก็คือความน่าจะเป็น จำนวนครั้งรวมจึงหายไปจากสูตร เหลือแค่ค่าคูณโอกาสแล้วบวกกัน

สมบัติ

E(X)=∑xp(x)E(X)=\sum xp(x) และ Var⁡(X)=E(X2)−[E(X)]2\operatorname{Var}(X)=E(X^2)-[E(X)]^2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานคือรากของความแปรปรวน ค่าคาดหมายอาจไม่ใช่ค่าที่ตัวแปรสุ่มเกิดขึ้นได้จริง

E(X)E(X) อ่านว่าค่าคาดหมายของ XX บางเล่มเขียน μ\mu เพราะเป็นค่าเฉลี่ยของประชากรตามแบบจำลอง ความแปรปรวนนิยามจากค่าเฉลี่ยของระยะห่างกำลังสอง E[(X−μ)2]E[(X-\mu)^2] แบบเดียวกับความแปรปรวนของข้อมูลในบทที่ 49 สูตร E(X2)−[E(X)]2E(X^2)-[E(X)]^2 ได้จากการกระจายกำลังสองแล้วจัดรูป ใช้คำนวณง่ายกว่าเมื่อค่าเฉลี่ยไม่เป็นจำนวนเต็ม

กำไรสุทธิต้องหักค่าเล่นหรือค่าต้นทุนก่อนแปลผล ถ้า Y=aX+bY=aX+b แล้ว E(Y)=aE(X)+bE(Y)=aE(X)+b และ Var⁡(Y)=a2Var⁡(X)\operatorname{Var}(Y)=a^2\operatorname{Var}(X) การบวกค่าคงที่ไม่เปลี่ยนความแปรปรวน

ตัวอย่าง 1

XX เท่ากับ 0,100,10 บาท ด้วยโอกาส 3/4,1/43/4,1/4 หา E(X)E(X)

  1. คูณแต่ละค่ากับโอกาสแล้วบวก 0(3/4)+10(1/4)=2.50(3/4)+10(1/4)=2.5
  2. ถ้าค่าเล่น 33 บาท กำไรคาดหมายคือ 2.5−3=−0.52.5-3=-0.5 บาทต่อครั้ง

ตัวอย่าง 2

วงล้องานวัดตอนต้นหน้า หมุนครั้งละ 2020 บาท คุ้มที่จะเล่นหรือไม่ ถ้าหมุน 100100 ครั้งคาดว่าจะขาดทุนเท่าไร

  1. ให้ XX เป็นเงินรางวัล ช่องทั้งแปดเท่ากัน จึงได้ P(X=100)=1/8P(X=100)=1/8 P(X=20)=2/8P(X=20)=2/8 และ P(X=0)=5/8P(X=0)=5/8 ตรวจรวม 1/8+2/8+5/8=11/8+2/8+5/8=1
  2. E(X)=100⋅18+20⋅28+0⋅58=1408=17.5E(X)=100\cdot\dfrac18+20\cdot\dfrac28+0\cdot\dfrac58=\dfrac{140}{8}=17.5 บาท ตรงกับที่ไล่จาก 800800 ครั้ง
  3. กำไรสุทธิต่อครั้งคือ X−20X-20 ค่าคาดหมายเป็น 17.5−20=−2.517.5-20=-2.5 บาท เกมนี้ไม่คุ้มในระยะยาว ซุ้มได้กำไรเฉลี่ยครั้งละ 2.52.5 บาท
  4. หมุน 100100 ครั้งคาดว่าขาดทุนราว 100×2.5=250100\times2.5=250 บาท คำว่าราวสำคัญ เพราะผลจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ แต่ยิ่งเล่นมากครั้ง ค่าเฉลี่ยจริงยิ่งเข้าใกล้ −2.5-2.5

ตัวอย่าง 3

ทอดลูกเต๋าเที่ยงตรงหนึ่งลูก ให้ XX เป็นแต้มที่ได้ หา E(X)E(X) และ Var⁡(X)\operatorname{Var}(X)

  1. XX มีการแจกแจงเอกรูปบน 11 ถึง 66 แต่ละค่ามีโอกาส 1/61/6
  2. E(X)=1+2+3+4+5+66=216=3.5E(X)=\dfrac{1+2+3+4+5+6}{6}=\dfrac{21}{6}=3.5 เมื่อทุกค่ามีโอกาสเท่ากัน ค่าคาดหมายคือค่าเฉลี่ยธรรมดาของค่าทั้งหมด
  3. E(X2)=1+4+9+16+25+366=916E(X^2)=\dfrac{1+4+9+16+25+36}{6}=\dfrac{91}{6}
  4. Var⁡(X)=916−(3.5)2=916−494=182−14712=3512\operatorname{Var}(X)=\dfrac{91}{6}-(3.5)^2=\dfrac{91}{6}-\dfrac{49}{4}=\dfrac{182-147}{12}=\dfrac{35}{12} ประมาณ 2.922.92 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานประมาณ 1.711.71

ลองคิดก่อน

ค่าคาดหมายของแต้มลูกเต๋าคือ 3.53.5 แต่ลูกเต๋าไม่มีหน้า 3.53.5 ค่าคาดหมายต้องเป็นค่าที่เกิดได้จริงไม่ใช่หรือ ถ้าโยนเหรียญหนึ่งครั้ง จำนวนหัวมีค่าคาดหมาย 0.50.5 จึงต้องเห็นครึ่งหัวหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ใช่ หนึ่งครั้งมีศูนย์หรือหนึ่งหัว ค่าคาดหมายคือค่าเฉลี่ยตามน้ำหนักโอกาส ไม่ใช่ผลที่ต้องเกิดแต่ละครั้ง ลูกเต๋าก็เช่นกัน ทอดหนึ่งพันครั้งแล้วเฉลี่ยแต้มจะได้ใกล้ 3.53.5 ทั้งที่ไม่มีครั้งไหนได้ 3.53.5 เลย ค่าคาดหมายเหมือนค่าเฉลี่ยจำนวนสมาชิกต่อครอบครัว 3.23.2 คน ซึ่งไม่มีครอบครัวไหนมีจริง

ประกันภัยและเกมที่ยุติธรรม

บริษัทประกันภัยใช้ค่าคาดหมายตั้งราคาเบี้ยประกัน บริษัทไม่รู้ว่าลูกค้าคนไหนจะเกิดเหตุ แต่ถ้ามีลูกค้าหลายพันคน เงินที่ต้องจ่ายเฉลี่ยต่อคนจะใกล้ค่าคาดหมาย เบี้ยประกันจึงตั้งให้สูงกว่าค่าคาดหมายของเงินชดเชยเล็กน้อย ส่วนต่างคือค่าดำเนินงานและกำไร

เกมที่กำไรสุทธิคาดหมายเป็นศูนย์เรียกว่าเกมยุติธรรม ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบในระยะยาว ถ้าอยากให้เกมยุติธรรม ค่าเล่นต้องเท่ากับรางวัลคาดหมายพอดี วงล้องานวัดข้างบนจะยุติธรรมเมื่อค่าเล่นเป็น 17.517.5 บาท

ตัวอย่าง 4

ประกันโทรศัพท์มือถือหนึ่งปีราคา 600600 บาท ตามข้อมูลสมมติ ในหนึ่งปีจอแตกด้วยโอกาส 0.050.05 บริษัทจ่ายค่าซ่อม 80008000 บาท เครื่องหายด้วยโอกาส 0.010.01 บริษัทจ่าย 1500015000 บาท สองเหตุการณ์ไม่เกิดพร้อมกัน บริษัทได้กำไรคาดหมายต่อกรมธรรม์เท่าไร

  1. ให้ XX เป็นเงินที่บริษัทจ่าย X=8000X=8000 ด้วยโอกาส 0.050.05 X=15000X=15000 ด้วยโอกาส 0.010.01 และ X=0X=0 ด้วยโอกาส 1−0.05−0.01=0.941-0.05-0.01=0.94
  2. E(X)=8000(0.05)+15000(0.01)+0(0.94)=400+150=550E(X)=8000(0.05)+15000(0.01)+0(0.94)=400+150=550 บาท
  3. กำไรของบริษัทคือ 600−X600-X ใช้สมบัติ E(aX+b)E(aX+b) ได้ 600−E(X)=600−550=50600-E(X)=600-550=50 บาทต่อกรมธรรม์
  4. ฝั่งลูกค้าเสียเฉลี่ยปีละ 5050 บาท แต่ยังซื้อเพราะไม่ต้องเสี่ยงจ่าย 1500015000 บาทในปีเดียว ค่าคาดหมายจึงไม่ใช่ข้อมูลเดียวที่ใช้ตัดสินใจ

ค่าเฉลี่ยไม่บอกทุกอย่าง

สองเกมมีค่าคาดหมายเท่ากันแต่ความเสี่ยงต่างกันได้ จึงดูความแปรปรวนและจำนวนเงินที่อาจเสียด้วย บทนี้ใช้ข้อมูลสมมติคงที่เพื่อฝึกคำนวณ ไม่ได้อ้างว่าเกมจริงมีโอกาสตามตัวอย่าง

เช่น เกมแรกให้ 22 บาททุกครั้ง เกมที่สองให้ 11 หรือ 33 บาทด้วยโอกาสเท่ากัน ทั้งสองเกมมีค่าคาดหมาย 22 บาท แต่เกมแรกไม่มีความไม่แน่นอนเลย ความแปรปรวนเป็นศูนย์ ส่วนเกมที่สองผลแกว่งรอบค่าเฉลี่ย ความแปรปรวนจึงเป็นบวก ดังตัวอย่างต่อไป

ตัวอย่าง 5

ให้ X=1,3X=1,3 โอกาสเท่ากัน หาความแปรปรวน

  1. E(X)=2E(X)=2 และ E(X2)=(1+9)/2=5E(X^2)=(1+9)/2=5 ค่า E(X2)E(X^2) คือยกกำลังสองค่าของ XX ก่อนแล้วจึงเฉลี่ย ไม่ใช่ยกกำลังสองของค่าเฉลี่ย
  2. Var⁡(X)=5−22=1\operatorname{Var}(X)=5-2^2=1
  3. ตรวจด้วยนิยาม ทั้งสองค่าห่างจาก 22 อยู่ 11 หน่วย ระยะกำลังสองเฉลี่ยจึงเป็น 11 ตรงกัน

แปลงรางวัลเป็นกำไรสุทธิ

การหักค่าเล่นคงที่ทำให้ค่าเฉลี่ยลดลงแต่ไม่เปลี่ยนความผันผวนของรางวัล เพราะทุกผลลัพธ์เลื่อนเท่ากัน การเพิ่มรางวัลเป็นสองเท่ากลับทำให้ระยะจากค่าเฉลี่ยเป็นสองเท่าและความแปรปรวนเป็นสี่เท่า จึงไม่เปรียบเทียบความแปรปรวนกับส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยลืมหน่วย

ที่มาของสูตร E(aX+b)E(aX+b) เห็นได้จากผลบวก ∑(ax+b)p(x)=a∑xp(x)+b∑p(x)=aE(X)+b\sum(ax+b)p(x)=a\sum xp(x)+b\sum p(x)=aE(X)+b เพราะความน่าจะเป็นรวมเป็นหนึ่ง ส่วนระยะจากค่าเฉลี่ยของ YY คือ (ax+b)−(aμ+b)=a(x−μ)(ax+b)-(a\mu+b)=a(x-\mu) ค่า bb หักล้างกันไป เหลือ aa ที่ถูกยกกำลังสองในความแปรปรวน

ตัวอย่าง 6

ให้รางวัล XX มีค่าเฉลี่ย 88 บาท ความแปรปรวน 99 บาทยกกำลังสอง ถ้ากำไร Y=2X−5Y=2X-5 หา E(Y)E(Y) กับ Var⁡(Y)\operatorname{Var}(Y)

  1. ค่าคาดหมาย E(Y)=2(8)−5=11E(Y)=2(8)-5=11 บาท
  2. ความแปรปรวน Var⁡(Y)=22(9)=36\operatorname{Var}(Y)=2^2(9)=36 บาทยกกำลังสอง ค่า −5-5 ไม่มีผล เพราะเลื่อนทุกผลเท่ากัน
  3. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกำไรเป็น 66 บาท ไม่ใช่ 3636 บาท ตรวจได้อีกทาง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของ XX คือ 33 บาท คูณ 22 ได้ 66 บาท

ลองคิดก่อน

วงล้องานวัดเก็บค่าเล่น 2020 บาท เพื่อนบอกว่าเมื่อหักค่าเล่นแล้ว ความแปรปรวนของกำไรต้องน้อยกว่าความแปรปรวนของรางวัล 2020 หน่วย เพราะทุกค่าลดลง 2020 ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก กำไร X−20X-20 เลื่อนทุกค่าไปทางซ้าย 2020 บาทเท่ากัน ค่าเฉลี่ยก็เลื่อนไป 2020 บาทด้วย ระยะจากแต่ละค่าถึงค่าเฉลี่ยจึงเท่าเดิม ความแปรปรวนไม่เปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนความแปรปรวนคือการคูณ เช่น เพิ่มรางวัลทุกช่องเป็นสองเท่า ความแปรปรวนเป็นสี่เท่า

ตรวจวิธีคิด

ค่าคาดหมายบวกไม่รับรองว่าจะได้กำไรทุกครั้ง และค่าคาดหมายลบไม่บอกว่าจะเสียเท่าเดิมทุกครั้ง ต้องอ่านการแจกแจงและขนาดความผันผวนควบคู่กัน

สรุป

  • ค่าคาดหมายถ่วงด้วยความน่าจะเป็น และเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว ไม่จำเป็นต้องเป็นค่าที่เกิดได้จริง
  • กำไรต้องหักต้นทุน เกมยุติธรรมมีกำไรคาดหมายเป็นศูนย์
  • ค่าเฉลี่ยเท่ากันไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงเท่ากัน
  • E(aX+b)=aE(X)+bE(aX+b)=aE(X)+b และ Var⁡(aX+b)=a2Var⁡(X)\operatorname{Var}(aX+b)=a^2\operatorname{Var}(X)
  • หน้าถัดไปเป็นการแจกแจงที่ใช้บ่อยที่สุดแบบหนึ่ง คือจำนวนครั้งที่สำเร็จจากการทดลองซ้ำ ซึ่งหาค่าคาดหมายได้ด้วยสูตรสั้นๆ