descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 20 การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองตรงกับหนังสือ ม.2 เล่ม 2 บทที่ 5

20.2 การแยกตัวประกอบของ ax² + bx + c

ลองคูณ (x+3)(x+4)(x + 3)(x + 4) ด้วยวิธีในบทที่ 15

(x+3)(x+4)=x2+4x+3x+12=x2+7x+12(x + 3)(x + 4) = x^2 + 4x + 3x + 12 = x^2 + 7x + 12

ดูว่าตัวเลขในคำตอบมาจากไหน 77 มาจาก 3+43 + 4 ส่วน 1212 มาจาก 3×43 \times 4 ทุกครั้งที่คูณ (x+p)(x+q)(x + p)(x + q) จะได้แบบนี้เสมอ

(x+p)(x+q)=x2+(p+q)x+pq(x + p)(x + q) = x^2 + (p + q)x + pq

ถ้าต้องการแยกตัวประกอบของ x2+bx+cx^2 + bx + c จึงต้องหาสองจำนวนที่คูณกันได้ cc และบวกกันได้ bb หน้านี้ทั้งหน้าคือการหาสองจำนวนนี้ให้เร็วและไม่พลาดเรื่องเครื่องหมาย

ดูด้วยแผ่นพีชคณิต

ให้แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหญ่มีพื้นที่ x2x^2 แผ่นยาวกว้าง 1 ยาว xx มีพื้นที่ xx และแผ่นเล็กมีพื้นที่ 11 พหุนาม x2+5x+6x^2 + 5x + 6 คือแผ่นใหญ่ 1 แผ่น แผ่นยาว 5 แผ่น และแผ่นเล็ก 6 แผ่น ถ้าจัดแผ่นทั้งหมดให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าได้ พื้นที่ของสี่เหลี่ยมคือกว้างคูณยาว ความยาวสองด้านจึงเป็นตัวประกอบสองตัว

แผ่นสีเขียวเป็นบวก แผ่นสีม่วงเป็นลบ ลองตั้ง b=7b = 7 กับ c=12c = 12 แล้วลองเปลี่ยน cc เป็น 1111 ดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ถ้า c=12c = 12 แผ่นเล็ก 12 แผ่นวางเป็นมุมขนาด 3×43 \times 4 ได้พอดี แต่ถ้า c=11c = 11 ไม่มีทางวางเป็นมุมที่ทำให้แผ่นยาวทั้ง 7 แผ่นลงตัว พหุนามบางตัวจึงแยกตัวประกอบด้วยจำนวนเต็มไม่ได้

กรณี a = 1 ที่ทุกพจน์เป็นบวก

ตัวอย่าง 1

แยกตัวประกอบของ x2+7x+12x^2 + 7x + 12

  1. หาสองจำนวนที่คูณกันได้ 1212 และบวกกันได้ 77
  2. ไล่คู่ที่คูณกันได้ 1212 คือ 1×121 \times 12 2×62 \times 6 3×43 \times 4 ผลบวกเป็น 1313 88 77 ตามลำดับ
  3. คู่ที่ใช้ได้คือ 33 กับ 44 จึงได้ x2+7x+12=(x+3)(x+4)x^2 + 7x + 12 = (x + 3)(x + 4)

ไล่จากคู่ที่คูณกันได้ cc ก่อน ไม่ไล่จากคู่ที่บวกกันได้ bb เพราะคู่ที่คูณกันได้ cc มีจำนวนจำกัด ไล่ครบได้แน่นอน

เมื่อมีพจน์ติดลบ

ดูเครื่องหมายของ cc ก่อน แล้วค่อยดู bb

ccbbสองจำนวนที่หาตัวอย่าง
บวกบวกบวกทั้งคู่x2+7x+12=(x+3)(x+4)x^2 + 7x + 12 = (x + 3)(x + 4)
บวกลบลบทั้งคู่x2−8x+15=(x−3)(x−5)x^2 - 8x + 15 = (x - 3)(x - 5)
ลบบวกต่างเครื่องหมาย ตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่าเป็นบวกx2+2x−15=(x+5)(x−3)x^2 + 2x - 15 = (x + 5)(x - 3)
ลบลบต่างเครื่องหมาย ตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่าเป็นลบx2−2x−15=(x−5)(x+3)x^2 - 2x - 15 = (x - 5)(x + 3)

เหตุผลคือ ผลคูณเป็นบวกเมื่อเครื่องหมายเหมือนกัน แล้วผลบวกจะมีเครื่องหมายเดียวกับทั้งสองตัว ส่วนผลคูณเป็นลบเมื่อเครื่องหมายต่างกัน แล้วผลบวกจะมีเครื่องหมายตามตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่า

ตัวอย่าง 2

แยกตัวประกอบของ x2−9x+14x^2 - 9x + 14

  1. c=14c = 14 เป็นบวก และ b=−9b = -9 เป็นลบ สองจำนวนจึงลบทั้งคู่
  2. คู่ที่คูณกันได้ 1414 และลบทั้งคู่ คือ −1-1 กับ −14-14 และ −2-2 กับ −7-7 ผลบวกเป็น −15-15 และ −9-9
  3. ได้ x2−9x+14=(x−2)(x−7)x^2 - 9x + 14 = (x - 2)(x - 7)

ตัวอย่าง 3

แยกตัวประกอบของ x2+x−20x^2 + x - 20

  1. c=−20c = -20 เป็นลบ สองจำนวนต่างเครื่องหมาย และ b=1b = 1 เป็นบวก ตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่าจึงเป็นบวก
  2. คู่ที่คูณกันได้ 2020 คือ 1,201, 20 และ 2,102, 10 และ 4,54, 5 ต้องการคู่ที่ต่างกัน 11 ได้ 44 กับ 55
  3. ให้ตัวที่มากกว่าเป็นบวก ได้ 55 กับ −4-4 ซึ่งคูณกันได้ −20-20 บวกกันได้ 11
  4. ได้ x2+x−20=(x+5)(x−4)x^2 + x - 20 = (x + 5)(x - 4)

ลองคิดก่อน

เต้แยกตัวประกอบของ x2−5x−6x^2 - 5x - 6 ได้ (x−2)(x−3)(x - 2)(x - 3) เพราะ 2×3=62 \times 3 = 6 และ 2+3=52 + 3 = 5 ผิดตรงไหน

ดูคำตอบ

เต้ดูแค่ตัวเลข ลืมเครื่องหมาย (x−2)(x−3)(x - 2)(x - 3) กระจายได้ x2−5x+6x^2 - 5x + 6 พจน์ท้ายเป็นบวก ไม่ใช่ −6-6 โจทย์มี c=−6c = -6 สองจำนวนต้องต่างเครื่องหมาย คู่ 2,32, 3 ที่ต่างเครื่องหมายบวกกันได้แค่ ±1\pm 1 ต้องใช้คู่ 1,61, 6 คือ −6-6 กับ 11 ได้ x2−5x−6=(x−6)(x+1)x^2 - 5x - 6 = (x - 6)(x + 1)

แยกไม่ได้ก็มี

x2+4x+6x^2 + 4x + 6 ต้องการสองจำนวนที่คูณกันได้ 66 บวกกันได้ 44 คู่จำนวนเต็มที่คูณกันได้ 66 มี 1,61, 6 และ 2,32, 3 และคู่ที่ลบทั้งคู่ ผลบวกเป็น 77 55 −7-7 −5-5 ไม่มี 44 เลย จึงตอบว่าแยกตัวประกอบด้วยจำนวนเต็มไม่ได้ ไล่คู่ให้ครบก่อนตอบแบบนี้ทุกครั้ง

กรณี a ไม่เท่ากับ 1

ลองคูณ (2x+1)(x+3)(2x + 1)(x + 3) ด้วยวิธีกระจายทีละพจน์

(2x+1)(x+3)=2x2+6x+x+3=2x2+7x+3(2x + 1)(x + 3) = 2x^2 + 6x + x + 3 = 2x^2 + 7x + 3

ก่อนรวมพจน์ 7x7x เคยเป็น 6x+x6x + x และสองจำนวนนี้คือ 66 กับ 11 ซึ่งคูณกันได้ 6=2×36 = 2 \times 3 คือสัมประสิทธิ์หน้า x2x^2 คูณกับค่าคงตัว ข้อสังเกตนี้ให้วิธีที่ใช้ได้ทุกครั้ง เรียกว่าการแยกพจน์กลาง

การแยกพจน์กลาง

แยกตัวประกอบของ ax2+bx+cax^2 + bx + c

  1. หาสองจำนวนที่คูณกันได้ acac และบวกกันได้ bb
  2. แยกพจน์ bxbx เป็นสองพจน์ตามสองจำนวนนั้น
  3. จัดกลุ่มทีละสองพจน์แล้วดึงตัวร่วม แบบหน้า 20.1

ตัวอย่าง 4

แยกตัวประกอบของ 2x2+7x+32x^2 + 7x + 3

  1. ac=2×3=6ac = 2 \times 3 = 6 หาสองจำนวนที่คูณกันได้ 66 บวกกันได้ 77 ได้ 11 กับ 66
  2. แยกพจน์กลาง 2x2+7x+3=2x2+x+6x+32x^2 + 7x + 3 = 2x^2 + x + 6x + 3
  3. จัดกลุ่ม x(2x+1)+3(2x+1)x(2x + 1) + 3(2x + 1)
  4. ดึง (2x+1)(2x + 1) ออก ได้ (2x+1)(x+3)(2x + 1)(x + 3)

ลำดับของสองพจน์ที่แยกออกมาสลับกันได้ ถ้าเขียน 2x2+6x+x+32x^2 + 6x + x + 3 จะได้ 2x(x+3)+1(x+3)=(x+3)(2x+1)2x(x + 3) + 1(x + 3) = (x + 3)(2x + 1) คำตอบเดียวกัน

ตัวอย่าง 5

แยกตัวประกอบของ 3x2−10x+83x^2 - 10x + 8

  1. ac=3×8=24ac = 3 \times 8 = 24 ต้องการคูณกันได้ 2424 บวกกันได้ −10-10 จึงลบทั้งคู่ ได้ −4-4 กับ −6-6
  2. 3x2−10x+8=3x2−6x−4x+83x^2 - 10x + 8 = 3x^2 - 6x - 4x + 8
  3. จัดกลุ่ม 3x(x−2)−4(x−2)3x(x - 2) - 4(x - 2) คู่หลังดึง −4-4 ออก วงเล็บจะได้ตรงกัน
  4. ได้ (x−2)(3x−4)(x - 2)(3x - 4)

ตัวอย่าง 6

แยกตัวประกอบของ 6x2+x−26x^2 + x - 2

  1. ac=6×(−2)=−12ac = 6 \times (-2) = -12 ต้องการคูณกันได้ −12-12 บวกกันได้ 11 ได้ 44 กับ −3-3
  2. 6x2+x−2=6x2+4x−3x−26x^2 + x - 2 = 6x^2 + 4x - 3x - 2
  3. จัดกลุ่ม 2x(3x+2)−1(3x+2)2x(3x + 2) - 1(3x + 2)
  4. ได้ (3x+2)(2x−1)(3x + 2)(2x - 1)

ลองคิดก่อน

พลอยแยกตัวประกอบของ 2x2+7x+32x^2 + 7x + 3 แบบเดาเลย เธอรู้ว่าต้องเป็น (2x+□)(x+□)(2x + \square)(x + \square) และเลขในช่องคือ 11 กับ 33 จึงเขียน (2x+3)(x+1)(2x + 3)(x + 1) ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก กระจายแล้วได้ 2x2+2x+3x+3=2x2+5x+32x^2 + 2x + 3x + 3 = 2x^2 + 5x + 3 พจน์หน้าและพจน์หลังถูก แต่พจน์กลางผิด เพราะเมื่อ a≠1a \neq 1 ตำแหน่งของตัวเลขมีผล เลข 33 ที่อยู่คู่กับ 2x2x จะถูกคูณกับ xx ได้ 3x3x ส่วนเลข 11 ที่อยู่คู่กับ xx จะถูกคูณกับ 2x2x ได้ 2x2x ต้องสลับเป็น (2x+1)(x+3)(2x + 1)(x + 3) จึงได้ 6x+x=7x6x + x = 7x การเดาใช้ได้ถ้าตรวจพจน์กลางทุกครั้ง แต่การแยกพจน์กลางไม่ต้องเดา

ดึงตัวร่วมก่อนเสมอ

ตัวอย่าง 7

แยกตัวประกอบของ 2x2+10x+122x^2 + 10x + 12

  1. ทุกพจน์มี 22 เป็นตัวร่วม ดึงออกก่อน 2(x2+5x+6)2(x^2 + 5x + 6)
  2. ในวงเล็บ หาสองจำนวนที่คูณกันได้ 66 บวกกันได้ 55 ได้ 22 กับ 33
  3. ได้ 2x2+10x+12=2(x+2)(x+3)2x^2 + 10x + 12 = 2(x + 2)(x + 3)

ถ้าไม่ดึง 22 ก่อน อาจได้ (2x+4)(x+3)(2x + 4)(x + 3) ซึ่งค่าเท่ากัน แต่ 2x+42x + 4 ยังดึง 22 ออกได้ จึงยังแยกไม่ครบ ดึงตัวร่วมก่อนยังทำให้ตัวเลขเล็กลงและหาคู่ได้ง่ายขึ้นด้วย

สรุป

  • (x+p)(x+q)=x2+(p+q)x+pq(x + p)(x + q) = x^2 + (p + q)x + pq จึงแยก x2+bx+cx^2 + bx + c ด้วยสองจำนวนที่คูณกันได้ cc และบวกกันได้ bb
  • ดูเครื่องหมายของ cc ก่อน cc บวก สองจำนวนเครื่องหมายเหมือนกัน cc ลบ สองจำนวนต่างเครื่องหมาย
  • เมื่อ a≠1a \neq 1 หาสองจำนวนที่คูณกันได้ acac บวกกันได้ bb แยกพจน์กลาง แล้วจัดกลุ่ม
  • ดึงตัวร่วมออกก่อนเสมอ และคูณกลับตรวจพจน์กลางทุกครั้ง
  • ไล่คู่ครบแล้วไม่มีคู่ที่ใช้ได้ แปลว่าแยกตัวประกอบด้วยจำนวนเต็มไม่ได้