descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 7 อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละตรงกับหนังสือ ม.1 เล่ม 2 บทที่ 2

7.1 อัตราส่วนและอัตราส่วนที่เท่ากัน

ฉลากน้ำหวานเข้มข้นเขียนว่า ผสมน้ำหวาน 1 แก้วกับน้ำเปล่า 4 แก้ว ถ้าจะทำให้คนทั้งห้องดื่ม ใช้น้ำหวาน 3 แก้ว ต้องใส่น้ำเปล่ากี่แก้ว รสจึงจะหวานเท่าเดิม

ลองคิดก่อน

นิดตอบว่า 6 แก้ว เพราะน้ำหวานเพิ่มขึ้น 2 แก้ว น้ำเปล่าก็ต้องเพิ่มขึ้น 2 แก้ว ส่วนนัทตอบว่า 12 แก้ว ใครถูก

ดูคำตอบ

นัทถูก สูตรเดิมมีน้ำเปล่าเป็น 4 เท่าของน้ำหวาน น้ำหวาน 3 แก้วจึงต้องใช้น้ำเปล่า 3×4=123 \times 4 = 12 แก้ว ถ้าใส่แค่ 6 แก้ว น้ำเปล่าเป็นแค่ 2 เท่าของน้ำหวาน รสจะหวานกว่าเดิม การเพิ่มของให้รสเท่าเดิมต้องคูณทั้งสองอย่างด้วยจำนวนเดียวกัน ไม่ใช่บวกเพิ่มเท่ากัน

การเปรียบเทียบแบบ "กี่เท่า" นี้คือเรื่องของบทนี้ทั้งบท

อัตราส่วนคืออะไร

นิยาม

อัตราส่วนของปริมาณ aa ต่อปริมาณ bb เขียนแทนด้วย a:ba : b หรือ ab\dfrac{a}{b} อ่านว่า aa ต่อ bb เรียก aa ว่าจำนวนแรก และ bb ว่าจำนวนที่สอง โดย aa และ bb เป็นจำนวนบวก

น้ำหวานต่อน้ำเปล่าในสูตรบนฉลากจึงเขียนว่า 1:41 : 4 ข้อควรระวังมีสองเรื่อง

  • ลำดับสำคัญ น้ำหวานต่อน้ำเปล่าคือ 1:41 : 4 แต่น้ำเปล่าต่อน้ำหวานคือ 4:14 : 1 ซึ่งมีความหมายต่างกัน เขียนตามลำดับที่โจทย์ถามเสมอ
  • หน่วย ถ้าเป็นปริมาณชนิดเดียวกัน ต้องเปลี่ยนให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อน แล้วไม่ต้องเขียนหน่วย ถ้าเป็นปริมาณต่างชนิดกัน เช่น ราคากับจำนวนชิ้น ต้องเขียนหน่วยกำกับ อัตราส่วนแบบหลังนี้บางทีเรียกว่าอัตรา เช่น ไข่ 10 ฟอง ราคา 45 บาท

ตัวอย่าง 1

ห้อง ม.1/3 มีนักเรียนชาย 18 คน และนักเรียนหญิง 22 คน ดินสอของครูยาว 15 เซนติเมตร ไม้บรรทัดบนกระดานยาว 1 เมตร เขียนอัตราส่วนต่อไปนี้

(1) จำนวนนักเรียนชายต่อนักเรียนหญิง (2) จำนวนนักเรียนหญิงต่อนักเรียนทั้งห้อง (3) ความยาวของดินสอต่อความยาวของไม้บรรทัด

  1. ชายต่อหญิง เขียนจำนวนชายก่อน ได้ 18:2218 : 22
  2. ทั้งห้องมี 18+22=4018 + 22 = 40 คน หญิงต่อทั้งห้องจึงเป็น 22:4022 : 40
  3. ความยาวเป็นปริมาณชนิดเดียวกันแต่หน่วยต่างกัน เปลี่ยน 1 เมตรเป็น 100 เซนติเมตรก่อน ได้ 15:10015 : 100 ถ้าเขียน 15:115 : 1 จะแปลว่าดินสอยาวกว่าไม้บรรทัด 15 เท่า ซึ่งผิด

อัตราส่วนที่เท่ากัน

กลับไปที่น้ำหวาน สูตร 1:41 : 4 กับการผสม 2 แก้วต่อ 8 แก้ว หรือ 3 แก้วต่อ 12 แก้ว ได้รสเดียวกันทั้งหมด เพราะน้ำเปล่าเป็น 4 เท่าของน้ำหวานเหมือนกัน เราจึงเขียนว่า

1:4=2:8=3:121 : 4 = 2 : 8 = 3 : 12

สมบัติ

อัตราส่วนสองอัตราส่วนเท่ากันเมื่อเขียนเป็นเศษส่วนแล้วเท่ากัน หาอัตราส่วนที่เท่ากับอัตราส่วนเดิมได้สองแบบ

  • หลักการคูณ คูณทั้งจำนวนแรกและจำนวนที่สองด้วยจำนวนบวกเดียวกัน a:b=(a×n):(b×n)a : b = (a \times n) : (b \times n)
  • หลักการหาร หารทั้งจำนวนแรกและจำนวนที่สองด้วยจำนวนบวกเดียวกัน a:b=(a÷n):(b÷n)a : b = (a \div n) : (b \div n)

เหตุผลก็คือเรื่องเศษส่วนที่เท่ากัน ab=a×nb×n\tfrac{a}{b} = \tfrac{a \times n}{b \times n} ที่เรียนมาแล้วในบทที่ 4

ตัวอย่าง 2

หาอัตราส่วนที่เท่ากับ 6:96 : 9 มาสองอัตราส่วน

  1. ใช้หลักการคูณ คูณทั้งสองจำนวนด้วย 22 ได้ 12:1812 : 18
  2. ใช้หลักการหาร 66 กับ 99 หารด้วย 33 ลงตัวทั้งคู่ ได้ 2:32 : 3
  3. ดังนั้น 6:9=12:18=2:36 : 9 = 12 : 18 = 2 : 3 ตอบตัวอื่นก็ได้ เช่น 60:9060 : 90

อัตราส่วนอย่างต่ำ

อัตราส่วนที่หารต่อด้วยจำนวนนับที่มากกว่า 1 ไม่ได้แล้ว เรียกว่าอัตราส่วนอย่างต่ำ เช่น 2:32 : 3 วิธีที่เร็วที่สุดคือหารทั้งสองจำนวนด้วย ห.ร.ม. ของมัน ถ้าในอัตราส่วนมีทศนิยมหรือเศษส่วน ให้คูณจนเป็นจำนวนนับก่อน

ตัวอย่าง 3

เขียนอัตราส่วนต่อไปนี้ให้เป็นอัตราส่วนอย่างต่ำ

(1) 24:3624 : 36 (2) 0.6:1.50.6 : 1.5 (3) 12:23\tfrac{1}{2} : \tfrac{2}{3}

  1. ห.ร.ม. ของ 2424 กับ 3636 คือ 1212 หารทั้งคู่ด้วย 1212 ได้ 2:32 : 3
  2. คูณทั้งคู่ด้วย 1010 ให้หายทศนิยม ได้ 6:156 : 15 แล้วหารด้วย 33 ได้ 2:52 : 5
  3. ตัวส่วนคือ 22 กับ 33 คูณทั้งคู่ด้วย 66 ได้ 62:123=3:4\tfrac{6}{2} : \tfrac{12}{3} = 3 : 4

ตรวจว่าเท่ากันหรือไม่

บางครั้งเห็นไม่ชัดว่าต้องคูณด้วยอะไร เช่น 4:64 : 6 กับ 10:1510 : 15 วิธีที่ใช้ได้ทุกครั้งคือคูณไขว้

สมบัติ

a:b=c:da : b = c : d ก็ต่อเมื่อ a×d=b×ca \times d = b \times c

ที่เป็นแบบนี้เพราะ ab=cd\tfrac{a}{b} = \tfrac{c}{d} คูณทั้งสองข้างด้วย b×db \times d จะได้ a×d=b×ca \times d = b \times c

ตัวอย่าง 4

อัตราส่วนแต่ละคู่ต่อไปนี้เท่ากันหรือไม่

(1) 4:64 : 6 กับ 10:1510 : 15 (2) 5:85 : 8 กับ 7:117 : 11

  1. 4×15=604 \times 15 = 60 และ 6×10=606 \times 10 = 60 ผลคูณไขว้เท่ากัน จึงเท่ากัน ทั้งคู่เป็น 2:32 : 3
  2. 5×11=555 \times 11 = 55 แต่ 8×7=568 \times 7 = 56 ผลคูณไขว้ไม่เท่ากัน จึงไม่เท่ากัน ถึงตัวเลขจะใกล้กันมากก็ตาม

ลองคิดก่อน

เพื่อนบอกว่า 2:32 : 3 กับ 3:43 : 4 เท่ากัน เพราะจำนวนที่สองมากกว่าจำนวนแรกอยู่ 1 เหมือนกัน เพื่อนพูดถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก คูณไขว้ได้ 2×4=82 \times 4 = 8 แต่ 3×3=93 \times 3 = 9 อัตราส่วนดูกันที่ว่าจำนวนหนึ่งเป็นกี่เท่าของอีกจำนวน ไม่ได้ดูว่าต่างกันเท่าไร 23\tfrac{2}{3} ประมาณ 0.670.67 ส่วน 34=0.75\tfrac{3}{4} = 0.75

ใช้อัตราส่วนเลือกของที่คุ้มกว่า

อัตราที่บอกราคาต่อหนึ่งหน่วย ทำให้เทียบของที่ขายเป็นแพ็กขนาดต่างกันได้

ตัวอย่าง 5

น้ำดื่มแพ็กเล็ก 6 ขวด ราคา 39 บาท แพ็กใหญ่ 12 ขวด ราคา 75 บาท ขวดขนาดเท่ากัน แพ็กไหนคุ้มกว่า

  1. ราคาต่อจำนวนขวดของแพ็กเล็กคือ 39 บาท ต่อ 6 ขวด ทำให้จำนวนที่สองเป็น 1 โดยหารด้วย 6 ได้ 6.50 บาท ต่อ 1 ขวด
  2. แพ็กใหญ่ 75 บาท ต่อ 12 ขวด หารด้วย 12 ได้ 6.25 บาท ต่อ 1 ขวด
  3. แพ็กใหญ่ถูกกว่าขวดละ 25 สตางค์ จึงคุ้มกว่า

สรุป

  • อัตราส่วน a:ba : b เปรียบเทียบว่า aa เป็นกี่เท่าของ bb ลำดับสำคัญ
  • ปริมาณชนิดเดียวกันต้องเปลี่ยนเป็นหน่วยเดียวกันก่อน ปริมาณต่างชนิดต้องเขียนหน่วยกำกับ
  • คูณหรือหารทั้งสองจำนวนด้วยจำนวนบวกเดียวกัน ได้อัตราส่วนที่เท่ากัน ห้ามบวกหรือลบ
  • อัตราส่วนอย่างต่ำได้จากการหารด้วย ห.ร.ม.
  • a:b=c:da : b = c : d ก็ต่อเมื่อ a×d=b×ca \times d = b \times c