descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 47 ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูลตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.6 บทที่ 1 และเพิ่มเติม ม.6 เล่ม 2 บทที่ 1พื้นฐานเพิ่มเติม

47.3 ชนิดของข้อมูลและระดับการวัด

เลขห้องกับส่วนสูงต่างก็เขียนด้วยตัวเลข แต่บวกเลขห้องแล้วเฉลี่ยไม่ช่วยอธิบายลักษณะนักเรียน ต้องดูว่าตัวเลขแทนปริมาณหรือเป็นเพียงรหัส

ตารางจากแบบฟอร์มออนไลน์

สภานักเรียนในหน้า 47.2 ส่งแบบฟอร์มออนไลน์ให้นักเรียน ม.6 3535 คนที่สุ่มได้ เมื่อปิดรับคำตอบ โปรแกรมส่งออกเป็นตาราง หนึ่งแถวคือนักเรียนหนึ่งคน สี่แถวแรกเป็นแบบนี้

ห้องเลขประจำตัวแผนการเรียนวันเรียนพิเศษต่อสัปดาห์เวลานอนคืนก่อนสอบความเครียด 1 ถึง 5อุณหภูมิห้องนอน (°C)
6/131452วิทย์คณิต45.5429
6/431688ศิลป์ภาษา17 ชม.227
6/631907ศิลป์คำนวณ26:456{:}45330
6/231519วิทย์คณิต5390 นาที526

ทุกคอลัมน์มีตัวเลข แต่ใช้แบบเดียวกันไม่ได้ ก่อนหาค่าเฉลี่ยหรือวาดแผนภูมิ ต้องตัดสินว่าแต่ละคอลัมน์เป็นข้อมูลชนิดใด

เชิงคุณภาพกับเชิงปริมาณ

ข้อมูลเชิงคุณภาพบอกประเภท เช่นวิธีเดินทาง มีทั้งไม่มีอันดับกับมีอันดับ ข้อมูลเชิงปริมาณบอกปริมาณที่การคำนวณมีความหมาย แยกเป็นไม่ต่อเนื่องจากการนับ และต่อเนื่องจากการวัด

ตัวอย่าง 1

จำแนกคอลัมน์ ห้อง เลขประจำตัว แผนการเรียน วันเรียนพิเศษ และเวลานอน ในตารางข้างบน

  1. ห้องกับเลขประจำตัวเป็นรหัส ถามว่าเลขประจำตัว 3190731907 มากกว่า 3145231452 แล้วแปลว่าอะไร ไม่ได้แปลว่าอะไร จึงเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้แยกตัวคนเท่านั้น
  2. แผนการเรียนเป็นชื่อประเภทที่ไม่มีลำดับ เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ
  3. วันเรียนพิเศษได้จากการนับ ค่าที่เป็นไปได้คือ 00 ถึง 77 ไม่มีค่าระหว่างนั้น เป็นข้อมูลเชิงปริมาณไม่ต่อเนื่อง
  4. เวลานอนได้จากการวัด ค่าระหว่างกลางเกิดได้ทั้งหมด เป็นข้อมูลเชิงปริมาณต่อเนื่อง แม้ในตารางจะเขียนหลายรูปแบบ

ระดับการวัด

นามบัญญัติแยกประเภท อันดับเรียงได้แต่ระยะห่างไม่แน่นอน อันตรภาคมีช่วงห่างเท่ากันแต่ศูนย์ไม่ใช่ไม่มีปริมาณ เช่นอุณหภูมิเซลเซียส อัตราส่วนมีศูนย์แท้ เช่นมวลและระยะทาง

ระดับทำอะไรได้ตัวอย่างจากตาราง
นามบัญญัตินับ หาฐานนิยมห้อง แผนการเรียน
อันดับเพิ่มการเรียง หามัธยฐานความเครียด 1 ถึง 5
อันตรภาคเพิ่มการบวกลบ หาค่าเฉลี่ยอุณหภูมิห้องนอน
อัตราส่วนเพิ่มการเทียบเป็นเท่าเวลานอน วันเรียนพิเศษ

แต่ละระดับทำได้ทุกอย่างของระดับก่อนหน้า และได้เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง ระดับที่สูงขึ้นจึงให้ข้อมูลมากขึ้น

หน่วยวัดเปลี่ยนวิธีเขียนแต่ไม่เปลี่ยนธรรมชาติ เช่นส่วนสูงที่ปัดเป็นเซนติเมตรยังเป็นการวัดปริมาณต่อเนื่อง การปัดเศษไม่ได้ทำให้กลายเป็นจำนวนสิ่งของ

ตัวอย่าง 2

ข้อมูลจำนวนพี่น้อง 0,1,2,30,1,2,3 และส่วนสูง 158.5158.5 เซนติเมตรเป็นชนิดใด

  1. จำนวนพี่น้องมาจากการนับ เป็นปริมาณไม่ต่อเนื่อง
  2. ส่วนสูงมาจากการวัด เป็นปริมาณต่อเนื่อง ทั้งสองมีศูนย์แท้

ตัวอย่าง 3

รหัสห้อง 401,402,403401,402,403 ควรเฉลี่ยเป็น 402402 แล้วเรียกว่าห้องเฉลี่ยหรือไม่

  1. รหัสห้องเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพระดับนามบัญญัติ
  2. แม้ผลคำนวณ (401+402+403)/3=402(401+402+403)/3=402 ถูกเลข แต่ความหมายเชิงปริมาณไม่มี จึงไม่ใช้เป็นค่ากลางของห้อง

ตัวอย่าง 4

ห้องนอนของนักเรียนคนที่สามร้อน 3030 องศาเซลเซียส ห้องของอีกคนเย็นกว่าที่ 1515 องศาเซลเซียส บอกได้ไหมว่าห้องแรกร้อนเป็นสองเท่าของห้องที่สอง

  1. 3015=2\dfrac{30}{15} = 2 ดูเหมือนสองเท่า แต่ 00 องศาเซลเซียสคือจุดเยือกแข็งของน้ำ ไม่ใช่จุดที่ไม่มีความร้อนเลย ศูนย์นี้ตั้งขึ้นเอง
  2. ลองเปลี่ยนเป็นองศาฟาเรนไฮต์ด้วย F=95C+32F = \tfrac{9}{5}C + 32 ได้ 95(30)+32=86\tfrac{9}{5}(30) + 32 = 86 และ 95(15)+32=59\tfrac{9}{5}(15) + 32 = 59
  3. อัตราส่วนกลายเป็น 8659≈1.46\dfrac{86}{59} \approx 1.46 ไม่ใช่ 22 ความร้อนจริงไม่ได้เปลี่ยน แต่อัตราส่วนเปลี่ยนตามหน่วย จึงสรุปเป็นเท่าไม่ได้
  4. ผลต่างยังมีความหมาย ห้องแรกร้อนกว่า 1515 องศาเซลเซียส ซึ่งเท่ากับ 2727 องศาฟาเรนไฮต์ ไม่ว่าใช้หน่วยไหนก็บอกความต่างเดียวกัน อุณหภูมิเซลเซียสจึงอยู่ระดับอันตรภาค

ลองคิดก่อน

ความพึงพอใจให้คะแนนหนึ่งถึงห้าต้องมีระยะห่างเท่ากันทุกระดับหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่จำเป็น หากแบบสอบถามกำหนดเพียงลำดับตั้งแต่น้อยถึงมาก ยังไม่รับรองว่าความรู้สึกระหว่างหนึ่งกับสองเท่ากับสี่กับห้า ต้องบอกสมมติฐานก่อนใช้เหมือนข้อมูลช่วงห่างเท่ากัน

คอลัมน์ความเครียดในตารางจึงสรุปด้วยมัธยฐานหรือจำนวนคนในแต่ละระดับได้อย่างปลอดภัย รายงานข่าวหลายแห่งเฉลี่ยคะแนนแบบนี้เป็นทศนิยม เช่นความเครียดเฉลี่ย 3.43.4 ซึ่งใช้ได้เมื่อยอมรับสมมติฐานว่าระยะห่างเท่ากัน และควรบอกสมมติฐานนั้นไว้

เวลาบันทึกกับธรรมชาติของตัวแปร

เครื่องมืออาจบันทึกค่าต่อเนื่องได้เพียงบางหลัก เช่นนาฬิกาปัดเวลาเป็นนาที ข้อมูลที่เห็นจึงเป็นจำนวนเต็ม แต่เวลาโดยธรรมชาติยังต่อเนื่อง ความละเอียดของการวัดเป็นข้อจำกัดที่ต้องรายงาน ไม่ใช่เหตุผลเปลี่ยนชนิดตัวแปรเป็นข้อมูลนับ การแปลงหน่วยไม่ควรสร้างความแม่นยำเกินกว่าที่เครื่องมือวัดได้

ตัวอย่าง 5

บันทึกเวลาเดินทางเป็นนาทีเต็มได้ 1212 นาที แล้วแปลงเป็นวินาทีเป็นเท่าไรและควรตีความอย่างไร

  1. ทางหน่วย 12×60=72012\times60=720 วินาที
  2. แต่ถ้าต้นทางปัดเป็นนาทีเต็ม ไม่ได้หมายความว่ารู้เวลาแน่นอนถึงหนึ่งวินาที
  3. จึงยังเป็นปริมาณต่อเนื่องที่มีความละเอียดของการวัดจำกัด

ทำความสะอาดคอลัมน์ก่อนคำนวณ

คอลัมน์เวลานอนในตารางเปิดให้พิมพ์อิสระ จึงได้ 5.55.5 กับ 7 ชม. กับ 6:456{:}45 กับ 390 นาที ปนกัน โปรแกรมตารางคำนวณจะมองค่าที่มีตัวหนังสือปนเป็นข้อความ แล้วไม่นำมาเฉลี่ยโดยไม่เตือน ค่าเฉลี่ยที่ได้จึงมาจากบางแถวเท่านั้น ก่อนคำนวณต้องแปลงทุกค่าเป็นหน่วยเดียวกัน และเก็บค่าเดิมไว้ในอีกคอลัมน์เพื่อตรวจย้อนได้ แบบฟอร์มครั้งหน้าควรบังคับให้ตอบเป็นตัวเลขชั่วโมงแทน

ตัวอย่าง 6

แปลงเวลานอนสี่แถวแรกเป็นชั่วโมง แล้วหาค่าเฉลี่ยของสี่คนนี้

  1. 5.55.5 เป็นชั่วโมงอยู่แล้ว 7 ชม. ตัดหน่วยออกได้ 77
  2. 6:456{:}45 คือ 66 ชั่วโมง 4545 นาที นาทีต้องหารด้วย 6060 ไม่ใช่ 100100 ได้ 6+4560=6.756 + \tfrac{45}{60} = 6.75 ชั่วโมง
  3. 390390 นาทีหารด้วย 6060 ได้ 6.56.5 ชั่วโมง
  4. ค่าเฉลี่ย 5.5+7+6.75+6.54=25.754=6.4375\dfrac{5.5 + 7 + 6.75 + 6.5}{4} = \dfrac{25.75}{4} = 6.4375 ประมาณ 6.46.4 ชั่วโมง ตอบทศนิยมหนึ่งตำแหน่งพอ เพราะค่าที่นักเรียนรายงานเองก็ละเอียดราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ลองคิดก่อน

เพื่อนแปลง 6:456{:}45 เป็น 6.456.45 ชั่วโมง แล้วบอกว่าต่างจาก 6.756.75 แค่นิดเดียว ไม่น่ามีผล คิดถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก 6.456.45 ชั่วโมงคือ 66 ชั่วโมง 2727 นาที ห่างจากค่าจริง 1818 นาที ถ้าทุกแถวที่เขียนแบบชั่วโมงกับนาทีถูกแปลงผิดแบบเดียวกัน ค่าเฉลี่ยทั้งชุดจะต่ำกว่าจริงไปทางเดียว เป็นอคติจากการเตรียมข้อมูล ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนที่หักล้างกันเอง

ตรวจวิธีคิด

ตัวเลขที่เขียนยาวขึ้นหลังแปลงหน่วยไม่ได้เพิ่มข้อมูลจริง การรายงานทศนิยมควรสัมพันธ์กับความละเอียดของเครื่องมือ และแยกค่าศูนย์จริงจากรหัสที่ใช้แทนไม่ได้วัด

สรุป

  • ดูความหมาย ไม่ตัดสินจากหน้าตาตัวเลข
  • ข้อมูลนับกับข้อมูลวัดต่างกัน
  • ระดับการวัดจำกัดการแปลผลคำนวณ อันตรภาคเทียบผลต่างได้แต่เทียบเป็นเท่าไม่ได้
  • แปลงทุกค่าเป็นหน่วยเดียวกันก่อนคำนวณ และเก็บค่าเดิมไว้ตรวจ

รู้ชนิดของข้อมูลแล้ว หน้าถัดไปย้อนไปดูต้นทางของข้อมูล ว่าวิธีถามและวิธีเก็บทำให้ข้อมูลเอียงได้อย่างไร แม้ตัวอย่างจะสุ่มมาอย่างดี