22.3 ผลบวกและผลต่างของกำลังสาม
ไม้ลูกบาศก์ก้อนหนึ่งยาวด้านละ x เซนติเมตร เลื่อยลูกบาศก์เล็กยาวด้านละ 2 เซนติเมตรออกจากมุมหนึ่ง เนื้อไม้ที่เหลือมีปริมาตร x3−8 ลูกบาศก์เซนติเมตร
x3−8 มีสองพจน์และเป็นผลต่าง คล้าย x2−4 มาก แต่ยกกำลังสาม สูตรผลต่างของกำลังสองใช้ไม่ได้ หน้านี้จะหาสูตรของกำลังสามมาใช้แทน
หาสูตรด้วยการคูณ
ผลต่างของกำลังสองมี (A−B) เป็นตัวประกอบ ลองเดาว่า A3−B3 ก็มี (A−B) เป็นตัวประกอบเหมือนกัน แล้วหาว่าต้องคูณกับอะไร ลองคูณ (A−B) กับ (A2+AB+B2) ดู
(A−B)(A2+AB+B2)=A3+A2B+AB2−A2B−AB2−B3=A3−B3
พจน์ตรงกลางหักล้างกันหมด เหลือแค่ A3−B3 พอดี คูณแบบเดียวกันกับ (A+B)(A2−AB+B2) ก็จะได้ A3+B3
ผลบวกและผลต่างของกำลังสาม
A3+B3=(A+B)(A2−AB+B2)A3−B3=(A−B)(A2+AB+B2)
สองสูตรนี้หน้าตาเหมือนกัน ต่างกันแค่เครื่องหมาย จำเครื่องหมายเป็นลำดับว่า เหมือน ตรงข้าม บวกเสมอ
- วงเล็บแรก เครื่องหมายเหมือนโจทย์ โจทย์เป็นผลบวกก็เป็น A+B
- พจน์กลางของวงเล็บที่สอง เครื่องหมายตรงข้ามกับโจทย์
- พจน์สุดท้าย B2 เป็นบวกเสมอ
รู้จักกำลังสามให้ขึ้นใจ
ก่อนใช้สูตร ต้องมองออกว่าพจน์ไหนเป็นกำลังสามของอะไร
| n | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
|---|
| n3 | 1 | 8 | 27 | 64 | 125 | 216 | 343 | 512 | 729 | 1000 |
เอกนามก็เป็นกำลังสามได้ เช่น 8x3=(2x)3 และ 27x6=(3x2)3 ดูว่าสัมประสิทธิ์อยู่ในตาราง และเลขชี้กำลังของตัวแปรหารด้วย 3 ลงตัว
ใช้สูตร
ตัวอย่าง 1
แยกตัวประกอบของ x3−8 แล้วหาปริมาตรของเนื้อไม้ที่เหลือเมื่อ x=5
- x3−8=x3−23 เป็นผลต่างของกำลังสามโดย A=x และ B=2
- แทนในสูตร (A−B)(A2+AB+B2) ได้ (x−2)(x2+2x+4)
- เมื่อ x=5 ได้ (5−2)(25+10+4)=3×39=117 ลูกบาศก์เซนติเมตร
- ตรวจ 53−8=125−8=117 ตรงกัน
ตัวอย่าง 2
แยกตัวประกอบของ 27x3+1
- 27x3=(3x)3 และ 1=13 เป็นผลบวกของกำลังสามโดย A=3x และ B=1
- วงเล็บแรกเหมือนโจทย์ (3x+1)
- วงเล็บที่สอง A2=9x2 พจน์กลางตรงข้ามคือ −AB=−3x พจน์สุดท้าย B2=1
- ได้ 27x3+1=(3x+1)(9x2−3x+1)
ตัวอย่าง 3
แยกตัวประกอบของ 8x3−125
- 8x3=(2x)3 และ 125=53 ได้ A=2x และ B=5
- A2=4x2 และ AB=10x และ B2=25
- ผลต่าง วงเล็บแรกเป็นลบ พจน์กลางเป็นบวก ได้ (2x−5)(4x2+10x+25)
สูตรใช้กับสองตัวแปรได้เหมือนกัน เช่น x3+27y3 มี A=x และ B=3y จึงได้ (x+3y)(x2−3xy+9y2)
วงเล็บที่สองแยกต่อไม่ได้
วงเล็บที่สองของตัวอย่าง 1 คือ x2+2x+4 ซึ่งหน้า 22.1 ตรวจแล้วว่าแยกไม่ได้ วงเล็บที่สองของผลบวกและผลต่างของกำลังสามเป็นแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อ A กับ B ไม่มีตัวร่วมกัน ใช้สูตรเสร็จแล้วจึงไม่ต้องพยายามแยกวงเล็บนี้ต่อ
ลองคิดก่อน
เพื่อนสองคนแยกตัวประกอบของ x3−8 คนแรกได้ (x−2)3 คนที่สองได้ (x−2)(x2+4x+4) ใครถูก
ดูคำตอบ
ผิดทั้งคู่ ตรวจด้วยการแทน x=3 โจทย์ได้ 27−8=19
- คนแรก (3−2)3=1 ไม่เท่ากับ 19 เพราะ (x−2)3=x3−6x2+12x−8 มีพจน์กลางเกินมา
- คนที่สอง (3−2)(9+12+4)=25 ก็ไม่เท่ากับ 19 เพราะใช้พจน์กลาง 2AB=4x แบบกำลังสองสมบูรณ์ สูตรกำลังสามใช้ AB=2x ไม่มีเลข 2 ข้างหน้า
คำตอบที่ถูกคือ (x−2)(x2+2x+4) แทน x=3 ได้ 1×19=19
ใช้กับจำนวน
สูตรนี้ช่วยแยกจำนวนที่อยู่ใกล้กำลังสามของ 10 ให้เป็นผลคูณได้ในใจ
ตัวอย่าง 4
เขียน 1001 ให้เป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะ
- 1001=1000+1=103+13 เป็นผลบวกของกำลังสามโดย A=10 และ B=1
- ได้ (10+1)(102−10+1)=11×91
- 91=7×13 จึงได้ 1001=7×11×13
สรุป
- A3+B3=(A+B)(A2−AB+B2)
- A3−B3=(A−B)(A2+AB+B2)
- จำเครื่องหมายว่า เหมือน ตรงข้าม บวกเสมอ
- พจน์กลางของวงเล็บที่สองคือ AB ไม่ใช่ 2AB และวงเล็บนี้แยกต่อไม่ได้
- A3−B3 ไม่เท่ากับ (A−B)3