descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 37 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึมตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.4 เล่ม 2 บทที่ 2เพิ่มเติม

37.2 ลอการิทึมและสมบัติ

รู้ว่า 23=82^3=8 ก็รู้ว่าต้องยกกำลังเท่าไร แต่ถ้าถามว่า 2x=102^x=10 เลขชี้กำลังไม่ใช่จำนวนเต็ม ลอการิทึมตั้งชื่อให้คำตอบของคำถามนี้

ท้ายหน้า 37.1 เราอยากรู้ว่าคลิปที่ผู้ชมเพิ่มเป็นสองเท่าทุกวันจะถึง 1000010000 คนวันไหน ซึ่งกลายเป็นคำถาม 2t=1002^t = 100 ลองไล่ดู 26=642^6 = 64 ยังไม่ถึง 27=1282^7 = 128 เกินแล้ว คำตอบจึงอยู่ระหว่าง 66 กับ 77 แต่เราไม่มีวิธีเขียนค่านี้ออกมาตรงๆ คล้ายกับตอนที่ถามว่าจำนวนใดยกกำลังสองได้ 22 แล้วต้องตั้งชื่อคำตอบว่า 2\sqrt{2} ลอการิทึมก็เป็นชื่อแบบเดียวกัน แต่ใช้กับเลขชี้กำลัง

การย้อนเอกซ์โพเนนเชียล

นิยาม

log⁡ab=c\log_a b=c ก็ต่อเมื่อ ac=ba^c=b โดย a>0a>0 a≠1a\ne1 และ b>0b>0 ฐานคือจำนวนที่ถูกยกกำลัง อาร์กิวเมนต์คือผลของกำลัง และค่าลอการิทึมคือเลขชี้กำลัง

อ่าน log⁡ab\log_a b ว่า ล็อกฐาน aa ของ bb แล้วแปลในใจเป็นคำถามว่า ต้องยก aa กำลังเท่าไรจึงได้ bb ค่าของลอการิทึมจึงเป็นเลขชี้กำลังเสมอ ไม่ใช่ผลของการยกกำลัง ตัวอย่างการเขียนสองแบบที่หมายถึงเรื่องเดียวกัน

รูปเลขยกกำลังรูปลอการิทึมอ่านว่า
25=322^5 = 32log⁡232=5\log_2 32 = 5ยก 22 กำลัง 55 ได้ 3232
10−2=0.0110^{-2} = 0.01log⁡100.01=−2\log_{10} 0.01 = -2ยก 1010 กำลัง −2-2 ได้ 0.010.01
91/2=39^{1/2} = 3log⁡93=12\log_9 3 = \tfrac{1}{2}ยก 99 กำลัง 12\tfrac{1}{2} ได้ 33

เงื่อนไขในนิยามมาจากหน้า 37.1 ทั้งหมด ฐาน aa ต้องบวกและไม่เป็นหนึ่ง เพราะเป็นฐานของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล ส่วนอาร์กิวเมนต์ bb ต้องบวก เพราะ aca^c เป็นบวกเสมอ ไม่มีเลขชี้กำลังไหนทำให้ได้ศูนย์หรือจำนวนลบ คำถาม log⁡2(−8)\log_2(-8) จึงไม่มีคำตอบเลย ไม่ใช่ว่าคำตอบเป็นจำนวนลบ

ผลที่ตามมาจากนิยามโดยตรงมีสามข้อที่ใช้บ่อย คือ log⁡a1=0\log_a 1 = 0 เพราะ a0=1a^0 = 1 และ log⁡aa=1\log_a a = 1 เพราะ a1=aa^1 = a และ log⁡a(ac)=c\log_a (a^c) = c เพราะถามว่ายก aa กำลังเท่าไรได้ aca^c ก็ต้องตอบ cc

ตัวอย่าง 1

หา log⁡3(1/27)\log_3(1/27) และ log⁡48\log_4 8

  1. ข้อแรกถามว่ายก 33 กำลังเท่าไรได้ 127\tfrac{1}{27} เขียน 27=3327 = 3^3 แล้วใช้เลขชี้กำลังลบจากบทที่ 14 ได้ 127=3−3\tfrac{1}{27} = 3^{-3} จึงได้ log⁡3(1/27)=−3\log_3(1/27)=-3
  2. ข้อสองให้ x=log⁡48x = \log_4 8 แล้วเปลี่ยนเป็นรูปกำลัง 4x=84^x=8 ทั้ง 44 และ 88 เป็นกำลังของ 22 จึงเขียน 22x=232^{2x}=2^3
  3. ฐานเท่ากันแล้ว เลขชี้กำลังต้องเท่ากัน ได้ 2x=32x = 3 หรือ x=3/2x=3/2 ตรวจ 43/2=(4)3=84^{3/2} = (\sqrt{4})^3 = 8 ถูกต้อง

ตัวอย่าง 2

หา xx จาก (1) log⁡2x=−3\log_2 x = -3 และ (2) log⁡x81=4\log_x 81 = 4

  1. ข้อ (1) เปลี่ยนเป็นรูปกำลังทันที x=2−3=18x = 2^{-3} = \tfrac{1}{8} ค่านี้เป็นบวก จึงเป็นอาร์กิวเมนต์ได้ ค่าลอการิทึมติดลบได้ แต่อาร์กิวเมนต์ติดลบไม่ได้
  2. ข้อ (2) ตัวไม่รู้อยู่ที่ฐาน เปลี่ยนเป็น x4=81x^4 = 81 ได้ x=3x = 3 หรือ x=−3x = -3
  3. ฐานของลอการิทึมต้องบวกและไม่เท่ากับหนึ่ง จึงตัด x=−3x = -3 ทิ้ง เหลือ x=3x = 3

ลองคิดก่อน

เพื่อนตอบว่า log⁡2(−8)=−3\log_2(-8) = -3 เพราะ log⁡28=3\log_2 8 = 3 ใส่ลบทั้งสองข้างก็น่าจะได้ ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก log⁡2(−8)=−3\log_2(-8) = -3 แปลว่า 2−3=−82^{-3} = -8 แต่ 2−3=182^{-3} = \tfrac{1}{8} เป็นบวก ไม่มีเลขชี้กำลังใดทำให้ 22 ยกกำลังแล้วติดลบ log⁡2(−8)\log_2(-8) จึงไม่นิยามในจำนวนจริง เวลาสงสัยให้เปลี่ยนกลับเป็นรูปกำลังแล้วตรวจทุกครั้ง

กราฟของลอการิทึม

log⁡ax\log_a x ทำงานย้อนกับ axa^x ตัวหนึ่งรับเลขชี้กำลังแล้วส่งผลกำลังออกมา อีกตัวรับผลกำลังแล้วส่งเลขชี้กำลังกลับ จึงเป็นฟังก์ชันผกผันกันตามหน้า 36.5 ทุกจุด (p,q)(p, q) บนกราฟ y=2xy = 2^x สลับเป็น (q,p)(q, p) ได้จุดบนกราฟ y=log⁡2xy = \log_2 x เช่น (1,2)(1, 2) กลายเป็น (2,1)(2, 1) และ (0,1)(0, 1) กลายเป็น (1,0)(1, 0)

−2−11234−2−11234xyy = 2xy = log₂ xy = x
กราฟ y=2xy = 2^x (ส้ม) กับ y=log⁡2xy = \log_2 x (เขียว) สะท้อนกันข้ามเส้นประ y=xy = x จุดแต่ละคู่สลับพิกัดกัน

กราฟ y=log⁡axy=\log_a x สะท้อน y=axy=a^x ข้าม y=xy=x จึงมีโดเมน (0,∞)(0,\infty) เรนจ์ R\mathbb R และผ่าน (1,0)(1,0) ฐานมากกว่าหนึ่งให้กราฟเพิ่ม ฐานระหว่างศูนย์กับหนึ่งให้กราฟลด โดเมนกับเรนจ์สลับกับของเอกซ์โพเนนเชียลพอดี และเส้นกำกับก็สลับจากแนวนอน y=0y = 0 เป็นแนวตั้ง x=0x = 0 ลองเลื่อนฐานในกราฟของหน้า 37.1 อีกครั้ง คราวนี้ดูเส้นประเขียวที่เป็นลอการิทึม

สิ่งที่ควรสังเกตคือกราฟลอการิทึมฐานมากกว่าหนึ่งขึ้นช้ามาก log⁡21024=10\log_2 1024 = 10 แปลว่ากว่าจะขึ้นถึงความสูง 1010 ต้องเดินไปถึง x=1024x = 1024 ลอการิทึมจึงเหมาะกับการย่อจำนวนที่ต่างกันเป็นพันเท่าล้านเท่าให้เหลือตัวเลขเล็กๆ ที่เทียบกันง่าย

สมบัติจากกฎกำลัง

เมื่อ M,N>0M,N>0 log⁡a(MN)=log⁡aM+log⁡aN\log_a(MN)=\log_a M+\log_a N log⁡a(M/N)=log⁡aM−log⁡aN,log⁡a(Mr)=rlog⁡aM\log_a(M/N)=\log_a M-\log_a N,\qquad \log_a(M^r)=r\log_a M

สมบัติเหล่านี้ไม่ต้องท่องแยก เพราะเป็นกฎเลขยกกำลังจากบทที่ 14 ที่เขียนใหม่ในภาษาของเลขชี้กำลัง ให้ log⁡aM=p\log_a M = p และ log⁡aN=q\log_a N = q แปลว่า M=apM = a^p และ N=aqN = a^q เมื่อคูณกันได้ MN=ap⋅aq=ap+qMN = a^p \cdot a^q = a^{p+q} เลขชี้กำลังของ MNMN จึงเป็น p+qp + q คือ log⁡a(MN)=log⁡aM+log⁡aN\log_a(MN) = \log_a M + \log_a N การหารทำแบบเดียวกันได้ ap−qa^{p-q} ส่วนการยกกำลัง Mr=(ap)r=aprM^r = (a^p)^r = a^{pr} จึงได้ rlog⁡aMr\log_a M

สูตรผลคูณมาจากการบวกเลขชี้กำลัง ไม่ได้ใช้กับผลบวกของอาร์กิวเมนต์ จึงไม่มีสูตร log⁡a(M+N)=log⁡aM+log⁡aN\log_a(M+N)=\log_a M+\log_a N และ log⁡aM⋅log⁡aN\log_a M \cdot \log_a N ก็ไม่ใช่ log⁡a(MN)\log_a(MN)

ตัวอย่าง 3

จัดรูป log⁡212−log⁡23\log_2 12-\log_2 3

  1. อาร์กิวเมนต์ 1212 และ 33 บวกทั้งคู่ จึงใช้สูตรผลหารได้ ผลต่างของลอการิทึมฐานเดียวกันรวมเป็นลอการิทึมของผลหาร
  2. ได้ log⁡2(12/3)=log⁡24\log_2(12/3)=\log_2 4
  3. ถามว่ายก 22 กำลังเท่าไรได้ 44 ตอบ 22 สังเกตว่า log⁡212\log_2 12 กับ log⁡23\log_2 3 ต่างก็ไม่ใช่จำนวนเต็ม แต่ผลต่างเป็นจำนวนเต็ม เพราะรวมแล้วอาร์กิวเมนต์กลายเป็นกำลังของ 22 พอดี

ลองคิดก่อน

log⁡28+log⁡24\log_2 8+\log_2 4 เท่ากับ log⁡212\log_2 12 หรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่เท่า ข้างซ้าย 3+2=53+2=5 ต้องรวมเป็น log⁡2(8×4)=log⁡232\log_2(8\times4)=\log_2 32 เพราะการบวกลอการิทึมตรงกับผลคูณ ส่วน log⁡212\log_2 12 อยู่ระหว่าง 33 กับ 44 เพราะ 88 น้อยกว่า 1212 ซึ่งน้อยกว่า 1616 จึงไม่ใช่ 55 แน่นอน

ลอการิทึมสามัญและค่าความเป็นกรดด่าง

ลอการิทึมฐาน 1010 ใช้บ่อยจนมีชื่อเฉพาะว่าลอการิทึมสามัญ เขียน log⁡x\log x โดยไม่ใส่ฐาน เพราะเราเขียนจำนวนด้วยระบบฐานสิบ log⁡\log ของ 1010 100100 10001000 จึงเป็น 11 22 33 คือนับจำนวนศูนย์ท้ายนั่นเอง

ตัวอย่างที่เจอในวิชาเคมีคือค่า pH ของสารละลาย นิยามจาก pH=−log⁡[H+]\text{pH} = -\log[\text{H}^+] เมื่อ [H+][\text{H}^+] คือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในหน่วยโมลต่อลิตร น้ำบริสุทธิ์มี [H+]=10−7[\text{H}^+] = 10^{-7} จึงมี pH เท่ากับ 77 ความเข้มข้นจริงเป็นทศนิยมที่มีศูนย์ยาวมาก อ่านยาก ลอการิทึมย่อให้เหลือเลขหลักเดียว ส่วนเครื่องหมายลบใส่ไว้ให้ pH เป็นบวก

ตัวอย่าง 4

น้ำส้มสายชูตัวอย่างหนึ่งมี [H+]=10−3[\text{H}^+] = 10^{-3} น้ำฝนตัวอย่างหนึ่งมี [H+]=10−5[\text{H}^+] = 10^{-5} หา pH ของทั้งสอง และบอกว่าน้ำส้มสายชูมีไฮโดรเจนไอออนเข้มข้นกว่ากี่เท่า

  1. น้ำส้มสายชู pH=−log⁡10−3=−(−3)=3\text{pH} = -\log 10^{-3} = -(-3) = 3 ใช้ข้อที่ว่า log⁡(10c)=c\log(10^c) = c
  2. น้ำฝน pH=−log⁡10−5=5\text{pH} = -\log 10^{-5} = 5
  3. อัตราส่วนความเข้มข้นคือ 10−310−5=10−3−(−5)=102=100\dfrac{10^{-3}}{10^{-5}} = 10^{-3-(-5)} = 10^2 = 100 เท่า pH ต่างกันแค่ 22 แต่ความเข้มข้นต่างกันร้อยเท่า เพราะทุกหนึ่งหน่วยของ pH คือสิบเท่าของความเข้มข้น
  4. สังเกตทิศด้วย ของที่เป็นกรดมากกว่ามี pH น้อยกว่า เพราะมีเครื่องหมายลบนำหน้าลอการิทึม

เปลี่ยนฐานเพื่อใช้เครื่องคิดเลข

สูตรเปลี่ยนฐานคือ log⁡ab=log⁡cb/log⁡ca\log_a b=\log_c b/\log_c a เมื่อ c>0c>0 c≠1c\ne1 ใช้กับเครื่องคิดเลขที่มี log⁡\log ฐานสิบหรือ ln⁡\ln ฐาน ee ได้ ต้องเปลี่ยนทั้งตัวเศษและตัวส่วนเป็นฐานเดียวกัน

ที่มาของสูตรใช้สมบัติย้ายกำลัง ให้ x=log⁡abx = \log_a b แปลว่า ax=ba^x = b ใส่ log⁡c\log_c ทั้งสองข้างได้ log⁡c(ax)=log⁡cb\log_c (a^x) = \log_c b ย้ายกำลังลงมาได้ xlog⁡ca=log⁡cbx \log_c a = \log_c b หารด้วย log⁡ca\log_c a ซึ่งไม่เป็นศูนย์เพราะ a≠1a \ne 1 จึงได้สูตร ฐาน ee ประมาณ 2.7182.718 เป็นฐานที่ใช้มากในวิชาแคลคูลัส แต่ในหน้านี้ใช้ฐานสิบก็พอ

ตัวอย่าง 5

คลิปในหน้า 37.1 จะมีผู้ชมถึง 1000010000 คนในวันไหน เมื่อ N(t)=100⋅2tN(t) = 100 \cdot 2^t

  1. ตั้งสมการ 100⋅2t=10000100 \cdot 2^t = 10000 หารด้วย 100100 ก่อนให้กำลังอยู่ลำพัง ได้ 2t=1002^t = 100
  2. เปลี่ยนเป็นรูปลอการิทึม t=log⁡2100t = \log_2 100 ซึ่งเครื่องคิดเลขส่วนใหญ่ไม่มีปุ่มฐานสองโดยตรง
  3. เปลี่ยนเป็นฐานสิบ t=log⁡100log⁡2=20.3010t = \dfrac{\log 100}{\log 2} = \dfrac{2}{0.3010} ประมาณ 6.646.64 วัน ตรงกับที่ไล่ไว้ตอนต้นหน้าว่าอยู่ระหว่าง 66 กับ 77

ตัวอย่าง 6

กำหนด log⁡2\log 2 ประมาณ 0.30100.3010 และ log⁡3\log 3 ประมาณ 0.47710.4771 หาค่าประมาณของ log⁡12\log 12 และ log⁡1.5\log 1.5

  1. แยก 1212 เป็นผลคูณของจำนวนที่รู้ค่าลอการิทึม 12=22×312 = 2^2 \times 3 เพราะสมบัติแปลงผลคูณเป็นผลบวกได้
  2. log⁡12=2log⁡2+log⁡3=0.6020+0.4771=1.0791\log 12 = 2\log 2 + \log 3 = 0.6020 + 0.4771 = 1.0791 ค่าอยู่ระหว่าง 11 กับ 22 สมเหตุสมผล เพราะ 1212 อยู่ระหว่าง 1010 กับ 100100
  3. 1.5=321.5 = \tfrac{3}{2} จึงได้ log⁡1.5=log⁡3−log⁡2=0.4771−0.3010=0.1761\log 1.5 = \log 3 - \log 2 = 0.4771 - 0.3010 = 0.1761

ย้ายเลขชี้กำลังพร้อมเงื่อนไข

สมบัติย้ายกำลัง log⁡a(Mr)=rlog⁡aM\log_a(M^r)=r\log_a M ต้องมี M>0M>0 หากข้างในเป็นกำลังสองของตัวแปรที่อาจลบ ต้องเขียนค่าสัมบูรณ์เพื่อรักษาโดเมน

ตัวอย่าง 7

เขียน log⁡2(x2)\log_2(x^2) โดยไม่มีเลขชี้กำลังในอาร์กิวเมนต์ เมื่อ x≠0x\ne0

  1. นิพจน์เดิมใช้ได้กับทุก xx ที่ไม่เป็นศูนย์ เพราะ x2x^2 เป็นบวกเสมอ แม้ xx จะติดลบ
  2. เพราะ x2=∣x∣2x^2=|x|^2 และ ∣x∣>0|x|>0 จึงใช้กฎกำลังได้
  3. ได้ log⁡2(x2)=2log⁡2∣x∣\log_2(x^2)=2\log_2|x|
  4. เช่น x=−2x=-2 ข้างซ้าย log⁡24=2\log_2 4=2 ข้างขวา 2log⁡22=22\log_2 2=2

ถ้าเขียน 2log⁡2x2\log_2 x จะใช้ไม่ได้เมื่อ x<0x<0 แม้สูตรเดิมมีความหมาย การจัดรูปที่ดูสั้นลงจึงอาจลดโดเมนโดยไม่ตั้งใจ ต้องบอกเงื่อนไขหรือใช้ค่าสัมบูรณ์ให้ครบ เรื่องนี้จะกลับมาในหน้า 37.3 เพราะการรวมหรือแยกลอการิทึมระหว่างแก้สมการก็เปลี่ยนโดเมนได้แบบเดียวกัน

สรุป

  • ลอการิทึมตอบคำถามว่าใช้เลขชี้กำลังเท่าไร log⁡ab=c\log_a b = c ก็ต่อเมื่อ ac=ba^c = b
  • อาร์กิวเมนต์ต้องบวก ฐานต้องบวกและไม่เท่ากับหนึ่ง
  • กราฟ y=log⁡axy = \log_a x สะท้อน y=axy = a^x ข้ามเส้น y=xy = x
  • รวมผลบวกของลอการิทึมเป็นผลคูณ ผลต่างเป็นผลหาร และย้ายกำลังลงมาคูณได้
  • ไม่มีสูตรสำหรับ log⁡a(M+N)\log_a(M + N)
  • เปลี่ยนฐานด้วย log⁡ab=log⁡blog⁡a\log_a b = \dfrac{\log b}{\log a} เพื่อใช้เครื่องคิดเลข