descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 44 ความน่าจะเป็นตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.4 บทที่ 4 และเพิ่มเติม ม.5 เล่ม 2 บทที่ 3พื้นฐานเพิ่มเติม

44.2 ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์

ห้องเรียนหนึ่งมีนักเรียน 3030 คน ลองเดาว่าโอกาสที่มีอย่างน้อยสองคนเกิดวันเดียวกันเป็นเท่าไร คนส่วนใหญ่เดาว่าน้อย เพราะ 3030 คนดูน้อยมากเมื่อเทียบกับ 365365 วัน คำตอบจริงอยู่ท้ายหน้านี้ และจะทำให้หลายคนแปลกใจ

ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ต้องมีเครื่องมือสองอย่าง อย่างแรกคือสูตรความน่าจะเป็นที่ใช้การนับ ซึ่งต้องนับเศษและส่วนให้สอดคล้องกัน อย่างที่สองคือส่วนเติมเต็ม ที่เปลี่ยนคำถามยากให้เป็นคำถามง่าย

สูตรสำหรับโอกาสเท่ากัน

สุ่มหยิบสลากจากกล่อง ถ้าสลากแต่ละใบเหมือนกันและสุ่มอย่างทั่วถึง เราใช้จำนวนใบที่ตรงเงื่อนไขเทียบกับจำนวนทั้งหมดได้ แต่ถ้าสลากมีน้ำหนักการสุ่มต่างกัน เช่นชื่อบางคนถูกเขียนลงสลากสองใบ สูตรนับธรรมดาที่นับชื่อจะใช้ไม่ได้ ต้องนับใบสลากแทน

สมบัติ

เมื่อ SS มีจำนวนผลลัพธ์จำกัดและแต่ละผลลัพธ์มีโอกาสเท่ากัน P(E)=n(E)/n(S)P(E)=n(E)/n(S) และ 0≤P(E)≤10\le P(E)\le1 นอกจากนี้ P(E′)=1−P(E)P(E')=1-P(E)

สมบัติแต่ละข้อมาจากการนับโดยตรง n(E)n(E) อยู่ระหว่าง 00 กับ n(S)n(S) เพราะ EE เป็นสับเซตของ SS จึงได้ 0≤P(E)≤10\le P(E)\le1 เหตุการณ์เป็นไปไม่ได้คือ ∅\varnothing มี P(∅)=0P(\varnothing)=0 เหตุการณ์แน่นอนคือ SS มี P(S)=1P(S)=1 ส่วน E′E' มีสมาชิก n(S)−n(E)n(S)-n(E) ตัว หารด้วย n(S)n(S) ได้ 1−P(E)1-P(E)

ถ้า AA กับ BB ไม่เกิดร่วมกัน จำนวนสมาชิกของ A∪BA\cup B คือ n(A)+n(B)n(A)+n(B) เพราะไม่มีตัวไหนถูกนับซ้ำ จึงได้ P(A∪B)=P(A)+P(B)P(A\cup B)=P(A)+P(B) ข้อนี้ใช้เมื่อแยกเหตุการณ์ใหญ่เป็นหลายกรณีที่ไม่ทับกัน แล้วบวกโอกาสของแต่ละกรณี

คำตอบที่ได้ต้องตรวจทุกครั้งว่าอยู่ระหว่าง 00 กับ 11 ถ้าได้ค่าเกินหนึ่ง แปลว่านับเศษเกิน หรือนับเศษกับส่วนคนละแบบ

ใช้การจัดหมู่นับเศษและส่วน

เมื่อหยิบของหลายชิ้นพร้อมกัน การเขียนผลลัพธ์ทีละตัวทำไม่ไหว ให้ใช้การจัดหมู่ในบทที่ 43 นับแทน การหยิบพร้อมกันโดยไม่สนลำดับควรนับทั้งเศษและส่วนด้วยการจัดหมู่เหมือนกัน ถ้านับส่วนเป็นลำดับ เศษก็ต้องนับลำดับด้วย ไม่ผสมสองวิธีในเศษส่วนเดียว

ที่ใช้การจัดหมู่ได้ เพราะการหยิบสุ่มอย่างทั่วถึงทำให้ทุกกลุ่มของสิ่งของมีโอกาสถูกหยิบเท่ากัน กลุ่มเหล่านี้จึงเป็นผลลัพธ์ที่โอกาสเท่ากันตามเงื่อนไขของสูตร

ตัวอย่าง 1

กล่องมีลูกบอลแดง 33 ลูก น้ำเงิน 22 ลูก สุ่มหยิบสองลูกพร้อมกัน โอกาสได้แดงทั้งคู่เท่าไร

  1. ผลลัพธ์คือคู่ของลูกบอลโดยไม่สนลำดับ ติดหมายเลขลูกบอลไว้ในใจ คู่ทั้งหมดมี (52)=10\binom52=10 คู่
  2. คู่ที่เป็นแดงทั้งคู่ต้องเลือกสองลูกจากแดงสามลูก มี (32)=3\binom32=3 คู่
  3. โอกาสคือ 3/103/10

ตัวอย่าง 2

ถุงมีลูกแก้วสีแดง 55 ลูก สีขาว 33 ลูก สุ่มหยิบสองลูกพร้อมกัน โอกาสได้สองลูกสีเดียวกันเท่าไร

  1. คู่ทั้งหมดมี (82)=28\binom82=28 คู่ ใช้เป็นตัวส่วน
  2. สีเดียวกันแยกได้สองกรณี คือแดงทั้งคู่ (52)=10\binom52=10 คู่ หรือขาวทั้งคู่ (32)=3\binom32=3 คู่
  3. สองกรณีนี้ไม่เกิดร่วมกัน เพราะคู่หนึ่งเป็นแดงทั้งคู่และขาวทั้งคู่พร้อมกันไม่ได้ จึงบวกกันได้ 10+3=1310+3=13 คู่
  4. โอกาสคือ 1328\tfrac{13}{28} ซึ่งน้อยกว่าครึ่งเล็กน้อย ตรวจด้วยส่วนเติมเต็ม คู่ต่างสีมี 5×3=155\times3=15 คู่ และ 13+15=2813+15=28 ครบพอดี

ตัวอย่าง 3

ห้องมีนักเรียนชาย 66 คน หญิง 44 คน จับสลากเลือกตัวแทน 33 คนไปแข่งตอบปัญหา โอกาสได้ชาย 22 คนและหญิง 11 คนเท่าไร

  1. ตัวแทนไม่มีตำแหน่ง จึงนับเป็นกลุ่ม กลุ่มทั้งหมดมี (103)=120\binom{10}3=120 กลุ่ม
  2. กลุ่มที่ตรงเงื่อนไขทำสองขั้น เลือกชาย (62)=15\binom62=15 วิธี แล้วเลือกหญิง (41)=4\binom41=4 วิธี ใช้หลักการคูณได้ 15×4=6015\times4=60 กลุ่ม
  3. โอกาสคือ 60120=12\tfrac{60}{120}=\tfrac12

ไพ่สำรับมาตรฐานมี 5252 ใบ แบ่งเป็นสี่ดอก คือโพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก ดอกละ 1313 ใบ ได้แก่ A 2 ถึง 10 J Q K โจทย์ไพ่ใช้วิธีเดียวกับลูกบอล ถ้าจั่วสองใบพร้อมกัน คู่ทั้งหมดมี (522)=1326\binom{52}2=1326 คู่ โอกาสได้โพแดงทั้งสองใบคือ (132)/1326=78/1326=1/17\binom{13}2/1326=78/1326=1/17

หยิบทีละครั้งแบบไม่ใส่คืน

ลองคิดก่อน

หยิบสองลูกโดยไม่คืน จะใช้โอกาสแดงครั้งละ 3/53/5 เท่ากันทั้งสองครั้งได้หรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ได้ หลังหยิบครั้งแรกจำนวนลูกบอลเปลี่ยนและจำนวนแดงก็อาจเปลี่ยน ถ้าครั้งแรกแดง ครั้งที่สองเหลือแดงสองจากสี่ลูก ถ้าคูณ 35×35=925\tfrac35\times\tfrac35=\tfrac{9}{25} จะได้คำตอบของการหยิบแบบใส่คืน ซึ่งไม่ใช่คำถามนี้

การนับแบบเรียงลำดับกับแบบไม่เรียงลำดับทำได้ทั้งคู่ ถ้าใช้สอดคล้องกันทั้งหมด การเทียบสองวิธีเป็นเครื่องมือตรวจคำตอบที่ดี หลีกเลี่ยงสูตรลัดที่ไม่อธิบายว่าแต่ละจำนวนแทนอะไร โดยเฉพาะการหยิบไม่คืนและการเลือกหลายชิ้นพร้อมกัน

ตัวอย่าง 4

กล่องมีแดง 33 น้ำเงิน 22 หยิบสองลูกไม่คืน โอกาสได้ต่างสีกันเท่าไร

  1. นับไม่เรียงลำดับได้แดงหนึ่งและน้ำเงินหนึ่ง 3×2=63\times2=6 คู่ จากทั้งหมด 1010 คู่ จึงได้ 3/53/5
  2. นับตามลำดับมีแดงแล้วน้ำเงิน 35⋅24\frac35\cdot\frac24 กับน้ำเงินแล้วแดง 25⋅34\frac25\cdot\frac34 ตัวคูณครั้งที่สองใช้จำนวนที่เหลือในกล่องหลังหยิบครั้งแรก
  3. สองลำดับไม่ทับกัน รวม 3/10+3/10=3/53/10+3/10=3/5 ตรงกัน

ตรวจวิธีคิด

คำว่าได้หนึ่งสีแดงหนึ่งสีน้ำเงินไม่ระบุว่าแดงมาก่อน ถ้านับตามลำดับจึงต้องมีสองกรณีเสมอ ส่วนการนับคู่พร้อมกันรวมสองลำดับนั้นไว้เป็นคู่เดียวแล้ว

อย่างน้อยหนึ่งใช้ส่วนเติมเต็ม

โจทย์ที่มีคำว่า อย่างน้อยหนึ่ง ถ้านับตรงๆ ต้องแยกหลายกรณี คือได้หนึ่ง ได้สอง ได้สาม ไปเรื่อยๆ แต่ส่วนเติมเต็มของมันมีกรณีเดียว คือไม่ได้เลย จึงแปลงเป็นทั้งหมดลบไม่มีเลยเพื่อลดการแยกกรณี และตรวจคำตอบว่ามีค่าระหว่างศูนย์กับหนึ่ง

ตัวอย่าง 5

โยนเหรียญยุติธรรมสามครั้ง โอกาสได้หัวอย่างน้อยหนึ่งครั้งเท่าไร

  1. ตรงข้ามของหัวอย่างน้อยหนึ่งครั้งคือไม่ได้หัวเลย หรือออกก้อยทุกครั้ง มีผลเดียวคือ TTT จาก 88 ผล
  2. โอกาสของกรณีตรงข้ามคือ (1/2)3=1/8(1/2)^3=1/8
  3. จึงได้ 1−1/8=7/81-1/8=7/8 ถ้านับตรงต้องรวมหนึ่งหัว สองหัว สามหัว 3+3+1=73+3+1=7 ผล ได้เท่ากัน

ใช้กับการจับสลากได้เช่นกัน จากห้องในตัวอย่าง 3 โอกาสที่ตัวแทนสามคนมีหญิงอย่างน้อยหนึ่งคน เท่ากับหนึ่งลบโอกาสได้ชายล้วน คือ 1−(63)/(103)=1−20120=561-\binom63/\binom{10}3=1-\tfrac{20}{120}=\tfrac56

วันเกิดซ้ำในห้อง 30 คน

กลับมาที่คำถามตอนต้น สมมติว่าปีมี 365365 วัน (ไม่นับ 29 กุมภาพันธ์) และนักเรียนแต่ละคนเกิดวันไหนก็ได้โอกาสเท่ากัน ไม่ขึ้นกับคนอื่น

ตัวอย่าง 6

ห้องมีนักเรียน 3030 คน หาโอกาสที่มีอย่างน้อยสองคนเกิดวันเดียวกัน

  1. เรียงนักเรียนตามเลขที่ แล้วบันทึกวันเกิดเป็นลำดับยาว 3030 ตัว แต่ละคนมี 365365 แบบ ผลลัพธ์ทั้งหมดจึงมี 36530365^{30} ลำดับที่โอกาสเท่ากัน
  2. นับตรงๆ ว่ามีคนเกิดวันซ้ำทำยากมาก เพราะซ้ำได้สองคน สามคน หรือซ้ำหลายคู่ จึงนับส่วนเติมเต็ม คือทุกคนเกิดคนละวัน
  3. คนแรกเลือกได้ 365365 วัน คนที่สองต้องไม่ซ้ำคนแรกเหลือ 364364 วัน ไปจนถึงคนที่ 3030 เหลือ 336336 วัน ใช้หลักการคูณได้ 365×364×⋯×336365\times364\times\cdots\times336 ลำดับ
  4. โอกาสที่ทุกคนเกิดคนละวันคือ 365×364×⋯×33636530\dfrac{365\times364\times\cdots\times336}{365^{30}} ประมาณ 0.2940.294
  5. โอกาสที่มีอย่างน้อยสองคนเกิดวันเดียวกันจึงประมาณ 1−0.294=0.7061-0.294=0.706 หรือราว 71%71\%

ผลนี้ขัดกับความรู้สึก ตารางข้างล่างคำนวณแบบเดียวกันกับห้องขนาดอื่น จะเห็นว่าเพียง 2323 คน โอกาสก็เกินครึ่งแล้ว

จำนวนคน102023304050
โอกาสมีวันเกิดซ้ำ0.1170.4110.5070.7060.8910.970

ลองคิดก่อน

คนส่วนใหญ่คิดว่าโอกาสเกิดวันเกิดซ้ำในห้อง 3030 คนน้อยมาก เพราะเทียบ 3030 กับ 365365 ความคิดนี้พลาดตรงไหน

ดูคำตอบ

ความคิดนี้นึกถึงคำถามว่า มีใครเกิดวันเดียวกับเรา ซึ่งเป็นการเทียบเราคนเดียวกับอีก 2929 คน แต่โจทย์ถามว่ามีคู่ไหนก็ได้ในห้องที่เกิดวันเดียวกัน จำนวนคู่ของนักเรียนคือ (302)=435\binom{30}2=435 คู่ แต่ละคู่มีโอกาสเกิดวันเดียวกัน 1365\tfrac1{365} เมื่อมีโอกาสเล็กๆ ถึงสี่ร้อยกว่าครั้ง การที่อย่างน้อยหนึ่งคู่ตรงกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนโอกาสที่มีคนเกิดวันเดียวกับเราคือ 1−(364365)291-(\tfrac{364}{365})^{29} ประมาณ 0.0770.077 ซึ่งน้อยจริง

สรุป

  • สูตร P(E)=n(E)/n(S)P(E)=n(E)/n(S) ต้องอาศัยผลลัพธ์ที่โอกาสเท่ากัน
  • เศษและส่วนต้องนับผลลัพธ์แบบเดียวกัน จัดหมู่ทั้งคู่ หรือเรียงลำดับทั้งคู่
  • เหตุการณ์ที่ไม่เกิดร่วมกันบวกความน่าจะเป็นกันได้ตรงๆ
  • หยิบไม่คืนทีละครั้ง ตัวคูณครั้งถัดไปใช้จำนวนที่เหลือ
  • ส่วนเติมเต็ม P(E′)=1−P(E)P(E')=1-P(E) ช่วยจัดการอย่างน้อยหนึ่ง เช่นปัญหาวันเกิดซ้ำ

ในตัวอย่าง 2 เราบวกโอกาสได้ เพราะสองกรณีไม่ทับกัน หน้าถัดไปสำหรับสายเพิ่มเติมจะดูกรณีที่ทับกัน และดูว่าข้อมูลที่รู้แล้วเปลี่ยนความน่าจะเป็นอย่างไร