descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 30 ความน่าจะเป็นตรงกับหนังสือ ม.3 เล่ม 2 บทที่ 4

30.2 ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์

ขวดโหลบนโต๊ะครูมีลูกอมรสส้ม 3 เม็ด กับรสองุ่น 1 เม็ด ขนาดและห่อเหมือนกันหมด หลับตาหยิบมาหนึ่งเม็ด ใครก็บอกได้ว่าน่าจะได้รสส้มมากกว่า แต่ถ้าถามว่ามากกว่าแค่ไหน ต้องตอบเป็นตัวเลข หน้านี้คือวิธีหาตัวเลขนั้น

ผลลัพธ์ที่มีโอกาสเกิดเท่ากัน

ตั้งชื่อลูกอมให้ต่างกัน เป็น ส้ม 1 ส้ม 2 ส้ม 3 และองุ่น หยิบหนึ่งเม็ดมีผลลัพธ์ 44 แบบ ลูกอมทุกเม็ดเหมือนกันหมด จึงไม่มีเม็ดไหนถูกหยิบง่ายกว่าเม็ดอื่น เรียกว่าผลลัพธ์ทั้งสี่มีโอกาสเกิดเท่าๆ กัน ในสี่แบบนี้ เป็นรสส้ม 33 แบบ จึงพูดได้ว่าโอกาสได้รสส้มเป็น 33 ใน 44

ความน่าจะเป็น

ถ้าผลลัพธ์ทุกแบบของการทดลองสุ่มมีโอกาสเกิดเท่าๆ กัน ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ EE เขียนแทนด้วย P(E)P(E) คือ

P(E)=จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ Eจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดP(E) = \frac{\text{จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ } E}{\text{จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด}}

ลูกอมในขวดโหลจึงมี P(ได้รสส้ม)=34P(\text{ได้รสส้ม}) = \tfrac{3}{4} และ P(ได้รสองุ่น)=14P(\text{ได้รสองุ่น}) = \tfrac{1}{4}

เหรียญที่ทำมาสม่ำเสมอ ลูกเต๋าที่ไม่ถ่วงน้ำหนัก ของที่ขนาดเท่ากันในถุงทึบ เป็นตัวอย่างที่ผลลัพธ์มีโอกาสเกิดเท่ากัน โจทย์ในบทนี้ถือแบบนี้ทั้งหมด ถ้าไม่ได้บอกเป็นอย่างอื่น

ตัวอย่าง 1

ทอยลูกเต๋าหนึ่งลูก หาความน่าจะเป็นที่จะได้ (1) แต้มคู่ (2) แต้มมากกว่า 4 (3) แต้มที่เป็นจำนวนเฉพาะ

  1. ผลลัพธ์ทั้งหมดคือ 1 ถึง 6 มี 66 ผลลัพธ์ ใช้เป็นตัวส่วนทุกข้อ
  2. แต้มคู่คือ 2 4 6 มี 33 ผลลัพธ์ ความน่าจะเป็นคือ 36=12\tfrac{3}{6} = \tfrac{1}{2}
  3. แต้มมากกว่า 4 คือ 5 6 ความน่าจะเป็นคือ 26=13\tfrac{2}{6} = \tfrac{1}{3}
  4. จำนวนเฉพาะคือ 2 3 5 ระวังว่า 1 ไม่ใช่จำนวนเฉพาะ ความน่าจะเป็นคือ 36=12\tfrac{3}{6} = \tfrac{1}{2}

ความน่าจะเป็นอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1

จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ไม่มีทางติดลบ และไม่มีทางมากกว่าจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด เศษจึงอยู่ระหว่าง 00 กับตัวส่วนเสมอ

สมบัติ

สำหรับเหตุการณ์ EE ใดๆ   0≤P(E)≤1\;0 \le P(E) \le 1

  • เหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ ไม่มีผลลัพธ์เลย มีความน่าจะเป็น 00 เช่นทอยลูกเต๋าได้แต้ม 7
  • เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน มีผลลัพธ์ครบทุกแบบ มีความน่าจะเป็น 11 เช่นทอยลูกเต๋าได้แต้มน้อยกว่า 7
  • ความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์ EE ไม่เกิด เท่ากับ 1−P(E)1 - P(E)

ข้อสุดท้ายมาจากการนับ ถ้ามีผลลัพธ์ทั้งหมด nn แบบ และเป็นของ EE อยู่ mm แบบ ผลลัพธ์ที่เหลือ n−mn - m แบบคือตอนที่ EE ไม่เกิด ได้ n−mn=1−mn\tfrac{n - m}{n} = 1 - \tfrac{m}{n} เมื่อนับตอนที่ไม่เกิดง่ายกว่า ให้หาความน่าจะเป็นที่เกิดก่อนแล้วลบออกจาก 11

ตัวอย่าง 2

ห้อง ม.3/2 มีนักเรียน 40 คน ใส่แว่น 12 คน ครูสุ่มเรียกชื่อหนึ่งคนขึ้นมาทำโจทย์บนกระดาน ความน่าจะเป็นที่คนที่ถูกเรียกไม่ใส่แว่นเป็นเท่าไร

  1. นักเรียนทุกคนมีโอกาสถูกเรียกเท่ากัน ผลลัพธ์ทั้งหมด 4040 แบบ
  2. ความน่าจะเป็นที่ได้คนใส่แว่นคือ 1240=310\tfrac{12}{40} = \tfrac{3}{10}
  3. ความน่าจะเป็นที่ไม่ใส่แว่นคือ 1−310=7101 - \tfrac{3}{10} = \tfrac{7}{10}
  4. ตรวจด้วยการนับตรงๆ คนไม่ใส่แว่นมี 40−12=2840 - 12 = 28 คน ได้ 2840=710\tfrac{28}{40} = \tfrac{7}{10} ตรงกัน

นับจากแผนภาพต้นไม้และตาราง

การทดลองหลายขั้น ต้องนับผลลัพธ์จากแผนภาพต้นไม้หรือตารางในหน้า 30.1 ไม่ใช่จากการนึกเอา

ตัวอย่าง 3

โยนเหรียญสองเหรียญ หาความน่าจะเป็นที่จะได้หัวหนึ่งเหรียญและก้อยหนึ่งเหรียญ

  1. จากแผนภาพต้นไม้ ผลลัพธ์ทั้งหมดคือ HH HT TH TT มี 44 แบบ และมีโอกาสเกิดเท่ากัน
  2. หัวหนึ่งก้อยหนึ่งคือ HT กับ TH มี 22 แบบ
  3. ความน่าจะเป็นคือ 24=12\tfrac{2}{4} = \tfrac{1}{2}

ลองคิดก่อน

เพื่อนนับว่าผลมีสามแบบ คือหัวทั้งคู่ ก้อยทั้งคู่ หัวหนึ่งก้อยหนึ่ง แล้วสรุปว่าความน่าจะเป็นที่ได้หัวทั้งคู่คือ 13\tfrac{1}{3} ผิดตรงไหน

ดูคำตอบ

สูตรความน่าจะเป็นใช้ได้เมื่อผลลัพธ์ทุกแบบมีโอกาสเกิดเท่ากัน สามแบบที่เพื่อนนับไม่เท่ากัน เพราะหัวหนึ่งก้อยหนึ่งเกิดได้สองทาง คือ HT กับ TH ต้องนับจากสี่ผลลัพธ์ HH HT TH TT ได้ความน่าจะเป็นที่ได้หัวทั้งคู่เป็น 14\tfrac{1}{4} ลองโยนเหรียญสองเหรียญสัก 40 ครั้งดู จะได้หัวหนึ่งก้อยหนึ่งราวครึ่งหนึ่ง มากกว่าแบบอื่นชัดเจน

ตัวอย่าง 4

ทอยลูกเต๋าสองลูก หาความน่าจะเป็นที่ (1) ผลบวกของแต้มเท่ากับ 8 (2) ผลบวกไม่เกิน 4 (3) ได้แต้มเหมือนกันทั้งสองลูก

  1. จากตารางในหน้า 30.1 ผลลัพธ์ทั้งหมด 3636 แบบ ใช้เป็นตัวส่วนทุกข้อ
  2. ผลบวก 8 มี 55 ช่อง ได้ 536\tfrac{5}{36} ซึ่งทำให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำไม่ได้อีก
  3. ผลบวกไม่เกิน 4 คือผลบวก 2 3 หรือ 4 นับได้ 1+2+3=61 + 2 + 3 = 6 ช่อง ได้ 636=16\tfrac{6}{36} = \tfrac{1}{6}
  4. แต้มเหมือนกันคือช่องแนวทแยง (1,1)(1, 1) (2,2)(2, 2) ไปจนถึง (6,6)(6, 6) มี 66 ช่อง ได้ 636=16\tfrac{6}{36} = \tfrac{1}{6}

ผลบวก 2 ถึง 12 ไม่ได้มีโอกาสเท่ากัน

ผลบวกของแต้มลูกเต๋าสองลูกมี 11 ค่า คือ 2 ถึง 12 แต่ห้ามตอบว่าความน่าจะเป็นของแต่ละค่าคือ 111\tfrac{1}{11} เพราะผลบวก 7 มีหกช่องในตาราง ส่วนผลบวก 2 มีช่องเดียว ต้องนับจาก 3636 ผลลัพธ์เสมอ

เมื่อผลลัพธ์ไม่ได้มีโอกาสเท่ากันตั้งแต่แรก

ลองคิดก่อน

แป้นหมุนวงกลมระบายสีแดงครึ่งวง อีกครึ่งแบ่งเป็นสีน้ำเงินกับสีเขียวอย่างละเท่ากัน เข็มชี้ได้สามสี จึงมีความน่าจะเป็นที่ชี้สีแดงเป็น 13\tfrac{1}{3} ใช่ไหม

ดูคำตอบ

ไม่ใช่ สามสีนี้มีพื้นที่ไม่เท่ากัน จึงมีโอกาสเกิดไม่เท่ากัน ให้แบ่งแป้นเป็นสี่ส่วนเท่ากันก่อน สีแดงได้ 22 ส่วน สีน้ำเงิน 11 ส่วน สีเขียว 11 ส่วน สี่ส่วนนี้มีโอกาสเท่ากันแล้ว ความน่าจะเป็นที่ชี้สีแดงจึงเป็น 24=12\tfrac{2}{4} = \tfrac{1}{2}

สรุป

  • ใช้ P(E)=จำนวนผลลัพธ์ของ Eจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดP(E) = \tfrac{\text{จำนวนผลลัพธ์ของ } E}{\text{จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด}} ได้เมื่อทุกผลลัพธ์มีโอกาสเกิดเท่ากัน
  • 0≤P(E)≤10 \le P(E) \le 1 เป็นไปไม่ได้ได้ 00 เกิดแน่นอนได้ 11
  • ความน่าจะเป็นที่ EE ไม่เกิดคือ 1−P(E)1 - P(E)
  • การทดลองหลายขั้น นับผลลัพธ์จากแผนภาพต้นไม้หรือตาราง อย่านับจากผลที่ดูเหมือนต่างกัน
  • ตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ