descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 43 หลักการนับเบื้องต้นตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.4 บทที่ 3 และเพิ่มเติม ม.5 เล่ม 2 บทที่ 2เพิ่มเติม

43.5 ทฤษฎีบททวินาม

เราจำได้ตั้งแต่ ม.ต้นว่า (a+b)2=a2+2ab+b2(a+b)^2=a^2+2ab+b^2 ถ้าต้องการ (a+b)3(a+b)^3 ก็คูณ (a+b)(a+b) เพิ่มอีกหนึ่งครั้ง แต่ถ้าโจทย์ถามสัมประสิทธิ์ของ x3x^3 ใน (1+x)10(1+x)^{10} การคูณวงเล็บสิบครั้งทั้งยาวและพลาดง่าย ที่จริงเราไม่ต้องคูณเลย เพราะสัมประสิทธิ์ทุกตัวเป็นคำตอบของโจทย์นับแบบเดียวกับหน้า 43.3 คือเลือกวงเล็บที่จะหยิบตัวไหน

สัมประสิทธิ์มาจากการเลือกวงเล็บ

เขียน (a+b)3=(a+b)(a+b)(a+b)(a+b)^3=(a+b)(a+b)(a+b) เวลากระจาย เราหยิบ aa หรือ bb จากแต่ละวงเล็บมาคูณกัน หนึ่งวงเล็บหนึ่งตัว ทุกวิธีหยิบให้ผลคูณหนึ่งพจน์ ตามหลักการคูณจึงมีผลคูณย่อย 23=82^3=8 พจน์ คือ

aaa, aab, aba, abb, baa, bab, bba, bbbaaa,\ aab,\ aba,\ abb,\ baa,\ bab,\ bba,\ bbb

ผลคูณที่ได้ a2ba^2b คือแบบที่หยิบ bb จากหนึ่งวงเล็บและหยิบ aa จากอีกสองวงเล็บ จำนวนแบบเท่ากับจำนวนวิธีเลือก 11 วงเล็บจาก 33 วงเล็บให้เป็นวงเล็บที่หยิบ bb คือ (31)=3\binom{3}{1}=3 พจน์ a2ba^2b จึงมีสัมประสิทธิ์ 33 เหตุผลเดียวกันให้ ab2ab^2 มีสัมประสิทธิ์ (32)=3\binom{3}{2}=3 จึงได้

(a+b)3=a3+3a2b+3ab2+b3(a+b)^3=a^3+3a^2b+3ab^2+b^3

ทฤษฎีบททวินาม

(a+b)n=∑r=0n(nr)an−rbr(a+b)^n=\sum_{r=0}^{n}\binom{n}{r} a^{n-r}b^r สำหรับจำนวนเต็มไม่ลบ nn สัมประสิทธิ์มาจากการเลือก rr วงเล็บที่จะหยิบ bb

พจน์ที่มี brb^r เป็นพจน์ลำดับที่ r+1r+1 เพราะพจน์แรกคือ r=0r=0 จึงเขียนพจน์ทั่วไปว่า

Tr+1=(nr)an−rbr,r=0,1,…,nT_{r+1}=\binom{n}{r}a^{n-r}b^r,\qquad r=0,1,\ldots,n

สังเกตสามอย่างจากสูตร ผลการกระจายมี n+1n+1 พจน์ เลขชี้กำลังของ aa ลดทีละหนึ่งขณะที่ของ bb เพิ่มทีละหนึ่ง โดยผลบวกของเลขชี้กำลังในทุกพจน์เท่ากับ nn และสัมประสิทธิ์อ่านจากหน้าไปหลังกับจากหลังมาหน้าได้เท่ากัน เพราะ (nr)=(nn−r)\binom{n}{r}=\binom{n}{n-r}

สามเหลี่ยมปาสคาล

ถ้าเขียนสัมประสิทธิ์ของ (a+b)n(a+b)^n เป็นแถว เริ่มจาก n=0n=0 แล้วจัดให้อยู่กึ่งกลาง จะได้รูปสามเหลี่ยมที่เรียกว่าสามเหลี่ยมปาสคาล

n = 01n = 111n = 2121n = 31331n = 414641n = 515101051n = 61615201561
สามเหลี่ยมปาสคาล แถว nn คือ (n0),(n1),…,(nn)\binom{n}{0}, \binom{n}{1}, \ldots, \binom{n}{n} เลขที่เน้นแสดงว่า 4+6=104+6=10

ทุกแถวขึ้นต้นและลงท้ายด้วย 11 และเลขข้างในแต่ละตัวเท่ากับผลบวกของสองตัวที่อยู่เหนือมันพอดี เช่น 4+6=104+6=10 เขียนเป็นสูตรได้ว่า (nr)=(n−1r−1)+(n−1r)\binom{n}{r}=\binom{n-1}{r-1}+\binom{n-1}{r} เหตุผลมาจากการนับ ให้เลือกคณะ rr คนจาก nn คน และมองคนหนึ่งชื่อเอ คณะที่มีเอต้องเลือกอีก r−1r-1 คนจาก n−1n-1 คน คณะที่ไม่มีเอต้องเลือกครบ rr คนจาก n−1n-1 คน สองกรณีไม่ทับกันและครอบคลุมทุกคณะ จึงบวกกันได้ตามหลักการบวก

สามเหลี่ยมปาสคาลสะดวกเมื่อ nn เล็ก เขียนต่อเองได้ในไม่กี่วินาที ถ้า nn ใหญ่หรือต้องการแค่พจน์เดียว ใช้พจน์ทั่วไปจะเร็วกว่า

ตัวอย่าง 1

กระจาย (x+2)4(x+2)^4

  1. เทียบกับ (a+b)4(a+b)^4 ได้ a=xa=x และ b=2b=2 สัมประสิทธิ์ทวินามอ่านจากแถว n=4n=4 คือ 1,4,6,4,11, 4, 6, 4, 1
  2. เขียนแต่ละพจน์เป็น (4r)x4−r2r\binom{4}{r}x^{4-r}2^r ได้ x4+4⋅x3⋅2+6⋅x2⋅22+4⋅x⋅23+24x^4 + 4\cdot x^3\cdot 2 + 6\cdot x^2\cdot 2^2 + 4\cdot x\cdot 2^3 + 2^4
  3. คูณตัวเลขให้เสร็จ ได้ x4+8x3+24x2+32x+16x^4+8x^3+24x^2+32x+16 ตรวจด้วย x=1x=1 ข้างซ้าย 34=813^4=81 ข้างขวา 1+8+24+32+16=811+8+24+32+16=81 ตรงกัน

ตัวอย่าง 2

หาสัมประสิทธิ์ของ x2x^2 ใน (1+2x)4(1+2x)^4

  1. ให้ a=1a=1 และ b=2xb=2x เลขชี้กำลังของ xx มาจาก bb อย่างเดียว ต้องเลือก 2x2x จากสองวงเล็บ จึงใช้ r=2r=2
  2. พจน์นั้นคือ (42)⋅12⋅(2x)2=6⋅4x2\binom{4}{2}\cdot1^2\cdot(2x)^2=6\cdot4x^2
  3. สัมประสิทธิ์คือ (42)22=24\binom{4}{2} 2^2=24 ตัว 22 ในวงเล็บต้องยกกำลังไปพร้อมกับ xx ถ้าลืมจะตอบผิดเป็น 66

ลองคิดก่อน

หาสัมประสิทธิ์ของ x3x^3 ใน (2−x)5(2-x)^5 เพื่อนคิดว่า (53)⋅22=40\binom{5}{3}\cdot2^2=40 ถูกหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ตัวที่สองในวงเล็บคือ b=−xb=-x ไม่ใช่ xx พจน์ที่ต้องการคือ (53)22(−x)3\binom{5}{3}2^2(-x)^3 และ (−x)3=−x3(-x)^3=-x^3 สัมประสิทธิ์จึงเป็น −40-40 เวลามีเครื่องหมายลบ ให้ใส่วงเล็บรอบ bb ทั้งก้อนรวมเครื่องหมายเสมอ เครื่องหมายของพจน์จะสลับบวกลบตาม rr คู่หรือคี่

หาพจน์ที่ต้องการจากพจน์ทั่วไป

ก่อนหาพจน์ที่ต้องการต้องดูเลขชี้กำลังของตัวแปร ไม่ถือว่าเลขลำดับพจน์เท่ากับเลขชี้กำลังโดยอัตโนมัติ ขั้นตอนที่ใช้ได้ทุกข้อคือ เขียน Tr+1T_{r+1} ให้ xx รวมเป็นกำลังเดียว แล้วตั้งสมการให้เลขชี้กำลังเท่ากับที่โจทย์ต้องการ ค่า rr ที่ได้ต้องเป็นจำนวนเต็มตั้งแต่ 00 ถึง nn ถ้าไม่ใช่ แปลว่าไม่มีพจน์นั้น

ตัวอย่าง 3

หาพจน์ที่ไม่มี xx ในการกระจาย (x2−1x)9\left(x^2-\dfrac{1}{x}\right)^9

  1. ให้ a=x2a=x^2 และ b=−1x=−x−1b=-\dfrac{1}{x}=-x^{-1} ใส่เครื่องหมายลบไว้กับ bb ตามที่เตือนในกล่องลองคิดก่อน
  2. พจน์ทั่วไปคือ Tr+1=(9r)(x2)9−r(−x−1)r=(9r)(−1)rx18−2rx−r=(9r)(−1)rx18−3rT_{r+1}=\binom{9}{r}(x^2)^{9-r}(-x^{-1})^r=\binom{9}{r}(-1)^r x^{18-2r}x^{-r}=\binom{9}{r}(-1)^r x^{18-3r}
  3. พจน์ที่ไม่มี xx คือพจน์ที่มี x0x^0 ตั้ง 18−3r=018-3r=0 ได้ r=6r=6 เป็นจำนวนเต็มในช่วง 00 ถึง 99 จึงมีพจน์นี้จริง และเป็นพจน์ที่ 77
  4. ค่าของพจน์คือ (96)(−1)6=(93)=9×8×76=84\binom{9}{6}(-1)^6=\binom{9}{3}=\dfrac{9\times8\times7}{6}=84
  5. ถ้าโจทย์ถามสัมประสิทธิ์ของ xx จะได้ 18−3r=118-3r=1 ซึ่ง rr ไม่เป็นจำนวนเต็ม จึงไม่มีพจน์ xx สัมประสิทธิ์เป็น 00

ลองคิดก่อน

หาพจน์ที่ 44 ของการกระจาย (x+2)6(x+2)^6 เพื่อนใช้ r=4r=4 ได้ (64)x224=240x2\binom{6}{4}x^2 2^4=240x^2 ถูกหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ถูก พจน์ที่ 44 คือ Tr+1T_{r+1} ที่ r+1=4r+1=4 จึงต้องใช้ r=3r=3 ได้ (63)x323=20⋅8x3=160x3\binom{6}{3}x^3 2^3=20\cdot8x^3=160x^3 ตรวจด้วยการนับ พจน์ที่ 11 ถึง 44 มีกำลังของ xx เป็น 6,5,4,36, 5, 4, 3 พจน์ที่สี่จึงมี x3x^3 ความคลาดหนึ่งลำดับแบบนี้เกิดบ่อยที่สุดในเรื่องนี้ ให้ถามตัวเองเสมอว่าพจน์แรกคือ r=0r=0

ผลบวกของสัมประสิทธิ์

ถ้า p(x)p(x) เป็นพหุนาม แทน x=1x=1 แล้วทุกพจน์เหลือแค่สัมประสิทธิ์ ผลบวกของสัมประสิทธิ์ทั้งหมดจึงเท่ากับ p(1)p(1) วิธีนี้ไม่ต้องกระจายเลย ตัวอย่างที่ 1 ก็ใช้ข้อนี้ตรวจคำตอบไปแล้ว

แทน a=b=1a=b=1 ในทฤษฎีบททวินาม จะได้ผลที่น่าสนใจ

(n0)+(n1)+⋯+(nn)=(1+1)n=2n\binom{n}{0}+\binom{n}{1}+\cdots+\binom{n}{n}=(1+1)^n=2^n

ด้านซ้ายคือจำนวนวิธีเลือกของจาก nn ชิ้น โดยเลือกกี่ชิ้นก็ได้ตั้งแต่ไม่เลือกเลยจนถึงเลือกทั้งหมด ด้านขวาตรงกับการนับด้วยหลักการคูณ คือของแต่ละชิ้นมีสองทาง เลือกหรือไม่เลือก

ตัวอย่าง 4

(1) หาผลบวกของสัมประสิทธิ์ทั้งหมดในการกระจาย (3x−1)4(3x-1)^4 (2) ร้านพิซซ่ามีท็อปปิงให้เพิ่ม 55 อย่าง ลูกค้าเพิ่มกี่อย่างก็ได้ หรือไม่เพิ่มเลยก็ได้ สั่งได้กี่แบบ

  1. ข้อ (1) แทน x=1x=1 ได้ (3−1)4=24=16(3-1)^4=2^4=16 ไม่ต้องหาสัมประสิทธิ์ทีละตัว ถ้ากระจายจริงจะได้ 81x4−108x3+54x2−12x+181x^4-108x^3+54x^2-12x+1 และ 81−108+54−12+1=1681-108+54-12+1=16 ตรงกัน
  2. ข้อ (2) แยกตามจำนวนท็อปปิงที่เพิ่ม ได้ (50)+(51)+(52)+(53)+(54)+(55)=1+5+10+10+5+1=32\binom{5}{0}+\binom{5}{1}+\binom{5}{2}+\binom{5}{3}+\binom{5}{4}+\binom{5}{5}=1+5+10+10+5+1=32 แบบ
  3. ตรวจด้วยหลักการคูณ ท็อปปิงแต่ละอย่างใส่หรือไม่ใส่ได้ 22 ทาง ห้าอย่างได้ 25=322^5=32 ตรงกับผลบวกแถว n=5n=5 ของสามเหลี่ยมปาสคาล

ประมาณค่าด้วยพจน์แรกๆ

เมื่อ bb เป็นจำนวนเล็กมาก กำลังสูงของ bb ยิ่งเล็กลงไปอีก พจน์แรกๆ ของทวินามจึงให้ค่าประมาณที่ดีโดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข

ตัวอย่าง 5

ฝากเงินได้ดอกเบี้ยทบต้นปีละ 2%2\% เงินจะโตเป็น (1.02)5(1.02)^5 เท่าในห้าปี ประมาณค่านี้ด้วยสามพจน์แรกของทวินาม

  1. เขียน (1.02)5=(1+0.02)5(1.02)^5=(1+0.02)^5 ให้ a=1a=1 และ b=0.02b=0.02
  2. สามพจน์แรกคือ 1+(51)(0.02)+(52)(0.02)2=1+0.1+10(0.0004)=1.1041+\binom{5}{1}(0.02)+\binom{5}{2}(0.02)^2=1+0.1+10(0.0004)=1.104
  3. พจน์ที่สี่คือ (53)(0.02)3=10(0.000008)=0.00008\binom{5}{3}(0.02)^3=10(0.000008)=0.00008 เล็กมากจนไม่เปลี่ยนทศนิยมสามตำแหน่งแรก ค่าจริงคือ 1.104081.10408 เมื่อปัดทศนิยมห้าตำแหน่ง ค่าประมาณจึงคลาดไม่ถึงหนึ่งในหมื่น

สรุป

  • ทวินามนับการเลือกจากแต่ละวงเล็บ สัมประสิทธิ์ของ an−rbra^{n-r}b^r คือ (nr)\binom{n}{r}
  • พจน์ทั่วไป Tr+1=(nr)an−rbrT_{r+1}=\binom{n}{r}a^{n-r}b^r พจน์แรกคือ r=0r=0
  • สามเหลี่ยมปาสคาลสร้างจาก (nr)=(n−1r−1)+(n−1r)\binom{n}{r}=\binom{n-1}{r-1}+\binom{n-1}{r}
  • หาพจน์ที่ต้องการโดยรวมกำลังของ xx แล้วตั้งสมการหา rr ใส่เครื่องหมายลบไว้กับ bb
  • ผลบวกสัมประสิทธิ์ของ p(x)p(x) คือ p(1)p(1) และ (n0)+⋯+(nn)=2n\binom{n}{0}+\cdots+\binom{n}{n}=2^n

การนับทั้งหมดในบทนี้เป็นเครื่องมือหลักของบทที่ 44 เรื่องความน่าจะเป็น ซึ่งต้องนับทั้งจำนวนผลลัพธ์ที่สนใจและจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดให้ถูกก่อนจะหารกัน