49.2 ค่ากลางของข้อมูล
เพื่อนห้าคนจ่ายค่าอาหารใกล้กันแต่มีคนหนึ่งซื้อเลี้ยงทั้งกลุ่ม ค่าเฉลี่ยอาจสูงกว่าค่าใช้จ่ายของคนส่วนใหญ่ มัธยฐานจึงตอบภาพคนทั่วไปได้ต่างออกไป
ค่ากลางทั้งสามชนิดเรียนมาแล้วในบทที่ 16 หน้านี้ทบทวนสั้นๆ แล้วไปต่อในสองเรื่องที่ ม.ต้น ยังไม่ได้ทำ คือการรวมค่าเฉลี่ยของหลายกลุ่มให้ถูก และการหาค่ากลางเมื่อมีแค่ตารางแจกแจงความถี่ เหมือนตารางเวลาเดินทางของนักเรียน คนในหน้า 49.1 ที่ไม่มีค่ารายคนเหลืออยู่แล้ว
ค่ากลางแต่ละชนิดตอบอะไร
นิยาม
ค่าเฉลี่ยคือ มัธยฐานคือค่ากึ่งกลางหลังเรียงข้อมูล ถ้าจำนวนเป็นคู่ให้เฉลี่ยสองค่ากลาง ฐานนิยมคือค่าที่มีความถี่สูงสุดและอาจมีหลายค่าหรือไม่มีค่าที่เด่นกว่า
ค่าเฉลี่ยใช้ข้อมูลทุกตัวและไวต่อค่าสุดโต่ง มัธยฐานทนต่อค่าสุดโต่งกว่า ฐานนิยมใช้กับข้อมูลคุณภาพได้ด้วย ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักคือ โดยน้ำหนักต้องสะท้อนความหมายจริง เช่นจำนวนคน ไม่เฉลี่ยค่าเฉลี่ยสองกลุ่มตรงๆ เมื่อขนาดต่างกัน
ตัวอย่าง 1
ค่าอาหาร บาท หาค่าเฉลี่ย มัธยฐาน และฐานนิยม
- ผลรวม หารห้าได้ค่าเฉลี่ย บาท
- ค่ากลางคือ และค่าที่ซ้ำมากสุดคือ ดังนั้นมัธยฐานกับฐานนิยมเท่ากัน
- ค่าเฉลี่ย บาทสูงกว่าที่สี่ในห้าคนจ่ายจริง เพราะ คนเดียวดึงผลรวมขึ้นไป ถ้าจะบอกว่าคนทั่วไปในกลุ่มจ่ายราวเท่าไร มัธยฐาน บาทตรงกว่า
ตัวอย่าง 2
ห้อง ก คน เฉลี่ย คะแนน ห้อง ข คน เฉลี่ย คะแนน ค่าเฉลี่ยรวมเท่าไร
- ค่าเฉลี่ยคือผลรวมหารจำนวนคน จึงย้อนหาผลรวมได้จากค่าเฉลี่ยคูณจำนวนคน ห้อง ก มีคะแนนรวม ห้อง ข มี
- คะแนนรวมสองห้อง
- หารจำนวนคน ได้ คะแนน ไม่ใช่ ที่ได้จากการเฉลี่ย กับ ตรงๆ เพราะห้อง ข มีคนมากกว่า จึงดึงค่าเฉลี่ยรวมเข้าหา มากกว่า
ลองคิดก่อน
ข้อมูลเรียง มีมัธยฐานเป็นค่าตัวที่สองคือ หรือไม่
ดูคำตอบ
มีจำนวนคู่จึงต้องเฉลี่ยตัวที่สองกับสาม ได้ มัธยฐานไม่จำเป็นต้องเป็นค่าหนึ่งที่ปรากฏจริง
ค่าสุดโต่งดึงค่าเฉลี่ยแต่ไม่ดึงมัธยฐาน
เพิ่มค่าสุดท้ายทีละห้าแล้วดูค่าเฉลี่ยเพิ่มทีละหนึ่ง มัธยฐานยังเป็นสี่ เพราะค่าตัวที่สามหลังเรียงไม่เปลี่ยน การทดลองนี้แยกผลของขนาดข้อมูลกับผลของลำดับได้
ผลนี้เชื่อมกับความเบ้ในหน้า 49.1 ข้อมูลเบ้ขวามีค่าใหญ่ไม่กี่ค่าอยู่ในหาง ค่าเหล่านี้ดึงค่าเฉลี่ยไปทางขวาแต่แทบไม่ขยับมัธยฐาน ข้อมูลเบ้ขวาจึงมักมีค่าเฉลี่ยมากกว่ามัธยฐาน ส่วนข้อมูลเบ้ซ้ายมักกลับกัน รายงานรายได้ครัวเรือนหรือราคาบ้านจึงนิยมใช้มัธยฐาน เพราะคนรวยมากไม่กี่คนทำให้ค่าเฉลี่ยสูงกว่าที่คนส่วนใหญ่มีจริง
ผลรวมระยะจากค่าเฉลี่ย
ค่าเฉลี่ยเป็นจุดสมดุลในความหมายว่าผลรวมระยะมีเครื่องหมายจากข้อมูลถึงค่าเฉลี่ยเท่ากับศูนย์ ข้อมูลเหนือค่าเฉลี่ยชดเชยข้อมูลใต้ค่าเฉลี่ยพอดี สมบัตินี้ช่วยหาเลขที่หายไปจากค่าเฉลี่ยได้ แต่ไม่แปลว่าทุกคนมีค่าตรงกลางเท่ากัน และไม่รับรองว่าค่าเฉลี่ยเป็นค่าที่พบจริง
ตัวอย่าง 3
ข้อมูลห้าค่ามีค่าเฉลี่ย สี่ค่าที่ทราบคือ ค่าที่เหลือเป็นเท่าไร
- ผลรวมข้อมูลทั้งหมดต้องเป็น
- สี่ค่ารวม จึงเหลือ
- ตรวจระยะจากค่าเฉลี่ย รวมศูนย์
ตรวจวิธีคิด
ถ้ารู้เพียงมัธยฐานจะย้อนหาผลรวมแบบนี้ไม่ได้ เพราะมัธยฐานไม่ได้กำหนดขนาดทุกตัว การเลือกใช้สมบัติจึงต้องดูชนิดค่ากลางที่โจทย์ให้ ไม่สลับสูตรกัน
สมบัติผลรวมระยะเป็นศูนย์จะสำคัญอีกครั้งในหน้า 49.3 เพราะเป็นเหตุผลที่การวัดการกระจายต้องยกกำลังสอง
ค่าเฉลี่ยจากตารางแจกแจงความถี่
เมื่อเหลือแค่ตาราง เราไม่รู้ว่าเวลาจริงของหกคนในช่วง เป็นเท่าไร จึงสมมติให้ทุกคนในช่วงมีค่าเท่ากับจุดกึ่งกลางชั้น แล้วคิดเหมือนข้อมูลที่ซ้ำกัน ตัว
ค่าเฉลี่ยของข้อมูลจัดกลุ่ม
เมื่อ เป็นจุดกึ่งกลางของช่วงที่ เป็นความถี่ของช่วงนั้น และ
ผลที่ได้เป็นค่าประมาณ ถ้าในแต่ละช่วงมีคนอยู่ทั้งต่ำกว่าและสูงกว่าจุดกึ่งกลางพอๆ กัน ความคลาดเคลื่อนจะหักล้างกันจนค่าประมาณใกล้ค่าจริงมาก
ตัวอย่าง 4
ใช้ตารางเวลาเดินทางของนักเรียน คนจากหน้า 49.1 ประมาณค่าเฉลี่ยของเวลาเดินทาง
- หาจุดกึ่งกลางของแต่ละช่วงจากขอบล่างบวกขอบบนหารสอง เช่น ได้
- คูณความถี่กับจุดกึ่งกลางทีละช่วง เพื่อแทนผลรวมเวลาของคนในช่วงนั้น ได้
- บวกทั้งหมด นาที นี่คือผลรวมเวลาเดินทางโดยประมาณของทั้ง คน
- หารด้วย ได้ นาที
- ตรวจความสมเหตุสมผล ค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง ซึ่งเป็นช่วงที่มีคนมากที่สุด และไม่ใช่ ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของจุดกึ่งกลางทั้งหกโดยไม่ถ่วงความถี่
มัธยฐานจากตารางแจกแจงความถี่
มัธยฐานคือค่าที่แบ่งข้อมูลเป็นสองซีกเท่ากัน ข้อมูลจัดกลุ่มมองเป็นปริมาณต่อเนื่อง จึงใช้ตำแหน่ง คือจุดที่พื้นที่ฮิสโทแกรมแบ่งครึ่งพอดี ไม่ใช่ แบบข้อมูลดิบ ขั้นแรกใช้ความถี่สะสมหาว่าตำแหน่งนี้ตกอยู่ช่วงไหน ขั้นที่สองสมมติว่าคนในช่วงนั้นกระจายเท่าๆ กันตลอดช่วง แล้วเดินเข้าไปในช่วงตามสัดส่วน
มัธยฐานของข้อมูลจัดกลุ่ม
เมื่อ เป็นขอบล่างของช่วงที่มีมัธยฐาน เป็นความถี่สะสมของช่วงก่อนหน้า เป็นความถี่ของช่วงที่มีมัธยฐาน และ เป็นความกว้างของช่วง
ตัวอย่าง 5
ใช้ตารางเดียวกัน ประมาณมัธยฐานของเวลาเดินทาง แล้วเทียบกับค่าเฉลี่ย
- ตำแหน่งมัธยฐานคือ หมายถึงต้องนับคนไปจนครบ คน
- ความถี่สะสมจากหน้า 49.1 คือ สองช่วงแรกมี คนยังไม่ถึง แต่ถึงช่วง แล้วได้ ซึ่งเกิน มัธยฐานจึงอยู่ในช่วงนี้ ได้
- ยังขาดอีก คน จาก คนในช่วง คิดเป็น ของช่วง ถ้าทั้ง คนเรียงเท่าๆ กันตลอด นาที ต้องเดินเข้าไป นาที
- มัธยฐาน นาที
- ค่าเฉลี่ย มากกว่ามัธยฐาน เล็กน้อย ตรงกับที่ฮิสโทแกรมในหน้า 49.1 เบ้ขวา นักเรียนไม่กี่คนที่บ้านไกลดึงค่าเฉลี่ยขึ้นไป
ส่วนฐานนิยมของข้อมูลจัดกลุ่ม ตอบเป็นชั้นฐานนิยม คือช่วงที่มีความถี่สูงสุด ในตารางนี้คือ นาที ซึ่งมี คน ถ้าความกว้างช่วงไม่เท่ากันให้ดูความหนาแน่นแทนความถี่ ตามเหตุผลเดียวกับความสูงของแท่งในหน้า 49.1
ลองคิดก่อน
เพื่อนหาว่ามัธยฐานอยู่ช่วง แล้วตอบว่ามัธยฐานคือ นาทีซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของช่วง ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
จุดกึ่งกลางเป็นค่ามัธยฐานได้ก็ต่อเมื่อคนที่ อยู่กลางช่วงพอดี แต่ก่อนถึงช่วงนี้มีแล้ว คน ขาดอีกแค่ คนจาก คน คนที่ จึงอยู่ค่อนไปทางต้นช่วง ประมาณหนึ่งในสี่ของช่วง ได้ นาที การใช้จุดกึ่งกลางทิ้งข้อมูลว่ามีคนสะสมมาก่อนเท่าไร
ค่ากลางบอกว่าข้อมูลอยู่ตรงไหน แต่สองห้องที่ค่าเฉลี่ยเท่ากันอาจมีคะแนนต่างกันมาก หน้า 49.3 จะวัดว่าข้อมูลกระจายออกจากค่ากลางมากน้อยเพียงใด
สรุป
- มัธยฐานต้องเรียงข้อมูลก่อน
- เลือกค่ากลางตามคำถามและรูปร่างข้อมูล ข้อมูลเบ้ขวามักมีค่าเฉลี่ยมากกว่ามัธยฐาน
- ค่าเฉลี่ยรวมต้องถ่วงด้วยขนาดกลุ่ม
- ข้อมูลจัดกลุ่ม ค่าเฉลี่ยประมาณด้วย จากจุดกึ่งกลางชั้น
- มัธยฐานของข้อมูลจัดกลุ่มใช้ตำแหน่ง แล้วแทรกค่าภายในช่วงตามสัดส่วน