3.1 ความหมายของเลขยกกำลัง
เอากระดาษรายงานหนึ่งแผ่นมาพับครึ่ง จะได้กระดาษซ้อนกัน 2 ชั้น พับครึ่งอีกครั้งได้ 4 ชั้น พับต่อไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่พับ จำนวนชั้นจะเป็นสองเท่าของเดิม
| พับครั้งที่ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนชั้น | 2 | 4 | 8 | 16 | 32 |
พับ 5 ครั้งได้ ชั้น ถ้าพับ 10 ครั้งต้องเขียน คูณกันสิบตัว ยาวและนับผิดง่าย คณิตศาสตร์จึงมีวิธีเขียนการคูณจำนวนเดิมซ้ำๆ ให้สั้นลง เรียกว่าเลขยกกำลัง
เขียนการคูณซ้ำให้สั้นลง
นิยาม
ถ้า เป็นจำนวนใดๆ และ เป็นจำนวนเต็มบวก
โดยมี คูณกันอยู่ ตัว เรียก ว่าเลขยกกำลัง เรียก ว่าฐาน และเรียก ว่าเลขชี้กำลัง
อ่านว่า ยกกำลัง หรือ กำลัง เช่น อ่านว่า สองยกกำลังห้า มีฐานเป็น และเลขชี้กำลังเป็น หมายถึง คูณกันห้าตัว
มีสองตัวที่ใช้บ่อยจนมีชื่อเรียกเฉพาะ
- อ่านว่า กำลังสอง เพราะพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ยาวด้านละ คือ
- อ่านว่า กำลังสาม เพราะปริมาตรของลูกบาศก์ที่ยาวด้านละ คือ
ถ้ามี ตัวเดียว ก็เขียนเป็น ได้ แต่ จึงไม่นิยมเขียนเลขชี้กำลัง
ตัวอย่าง 1
เขียนผลคูณต่อไปนี้ในรูปเลขยกกำลัง แล้วบอกฐานกับเลขชี้กำลัง
(1) (2) (3)
- มี คูณกันสี่ตัว จึงเขียนเป็น ฐานคือ เลขชี้กำลังคือ
- มี คูณกันหกตัว จึงเขียนเป็น ฐานคือ เลขชี้กำลังคือ
- มี คูณกันสามตัว จึงเขียนเป็น ฐานคือ เลขชี้กำลังคือ ฐานเป็นตัวแปรก็ได้ ใช้ความหมายเดียวกัน
หาค่าของเลขยกกำลัง
หาค่าโดยคูณทีละตัวจากซ้ายไปขวา เก็บผลคูณไว้แล้วคูณด้วยฐานต่อไปเรื่อยๆ จนครบจำนวนตัวตามเลขชี้กำลัง
ตัวอย่าง 2
หาค่าของ และ
- คูณ ไปทีละตัว ได้ แล้ว แล้ว แล้ว แล้ว แล้ว ครบหกตัว จึงได้
- ได้ แล้ว แล้ว จึงได้
- คือ คูณกันยี่สิบตัว คูณกี่ครั้งก็ยังได้ จึงได้
ลองคิดก่อน
เพื่อนบอกว่า เพราะ กับ คูณกันได้ และบอกต่อว่า กับ เท่ากัน เพราะใช้เลขสองตัวเดียวกัน เพื่อนพูดถูกไหม
ดูคำตอบ
ผิดทั้งสองเรื่อง ไม่ใช่ แต่เป็น ส่วน คือ ซึ่งเป็นการบวกซ้ำ ไม่ใช่การคูณซ้ำ
แต่ สลับฐานกับเลขชี้กำลังแล้วค่าเปลี่ยน ต้องดูให้ดีว่าตัวไหนเป็นฐาน ตัวไหนเป็นเลขชี้กำลัง
โตเร็วแค่ไหน
การคูณซ้ำโตเร็วกว่าการบวกซ้ำมาก เลื่อนแถบข้างล่างแล้วเทียบความสูงของแท่ง กับเส้นประ ก่อนเลื่อน ลองเดาว่า มีค่าราวสิบ ราวร้อย หรือราวพัน
แท่งสีส้มสูง ส่วนเส้นประสีเขียวคือ สเกลแกนตั้งปรับตาม ให้อ่านแท่งเตี้ยได้ด้วย ก่อนเปรียบเทียบข้ามค่า ให้อ่านตัวเลขบนแกนตั้งทุกครั้ง
ตอน ยังน้อย สองแบบต่างกันนิดเดียว เช่น กับ แต่พอถึง ได้ ขณะที่ เท่านั้น นี่คือเหตุผลที่กระดาษพับครึ่งได้ไม่กี่ครั้งก็พับต่อไม่ไหว พับ 10 ครั้งกระดาษจะซ้อนกันมากกว่าพันชั้น
เขียนจำนวนเป็นเลขยกกำลัง
บางโจทย์ให้จำนวนมา แล้วถามว่าเป็นฐานนี้ยกกำลังเท่าไร วิธีคิดคือหารด้วยฐานซ้ำๆ จนเหลือ แล้วนับว่าหารไปกี่ครั้ง
ตัวอย่าง 3
เขียน ในรูปเลขยกกำลังที่มีฐานเป็น และเขียน ในรูปเลขยกกำลังที่มีฐานเป็น และ
- แล้ว แล้ว แล้ว หารด้วย ไปสี่ครั้ง จึงได้
- หารด้วย ซ้ำๆ ได้ หารไปหกครั้ง จึงได้
- และ
- จำนวนเดียวกันเขียนเป็นเลขยกกำลังได้หลายแบบ ขึ้นกับว่าโจทย์ให้ใช้ฐานอะไร
ยกกำลังก่อนคูณ
เมื่อมีทั้งเลขยกกำลังและการคูณ หาร บวก ลบ ในโจทย์เดียว ให้หาค่าเลขยกกำลังก่อน ยกเว้นส่วนที่อยู่ในวงเล็บ ซึ่งต้องทำก่อนเสมอ
ตัวอย่าง 4
หาค่าของ และ
- ยกกำลังก่อน แล้วคูณ
- ทำในวงเล็บก่อน แล้วยกกำลัง
- ยกกำลังก่อน แล้วบวก
เลขชี้กำลังเกาะตัวที่อยู่ติดกันตัวเดียว
ใน เลขชี้กำลัง เกาะอยู่กับ ตัวเดียว ไม่ได้เกาะกับ ทั้งก้อน ถ้าต้องการยกกำลังทั้งก้อนต้องใส่วงเล็บเป็น ผลที่ได้ต่างกันถึงสองเท่า
สรุป
- คือ คูณกัน ตัว เป็นฐาน เป็นเลขชี้กำลัง
- ไม่ใช่ และ ไม่เท่ากับ
- หาค่าโดยคูณด้วยฐานทีละตัวจนครบ เขียนจำนวนเป็นเลขยกกำลังโดยหารด้วยฐานซ้ำๆ
- ในโจทย์ที่มีหลายการดำเนินการ ทำในวงเล็บก่อน แล้วยกกำลัง แล้วจึงคูณหารบวกลบ