descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 46 แคลคูลัสเบื้องต้นตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.6 เล่ม 1 บทที่ 2เพิ่มเติม

46.1 ลิมิตและความต่อเนื่อง

รถคันหนึ่งออกตัวจากไฟแดง ระยะทางที่วิ่งได้หลังผ่านไป tt วินาทีคือ s(t)=5t2s(t) = 5t^2 เมตร เข็มไมล์ที่วินาทีที่ 22 ชี้ความเร็วเท่าไร สูตรความเร็วที่เรียนมาคือระยะทางหารเวลา ซึ่งต้องใช้สองเวลา แต่คำถามถามความเร็วที่เวลาเดียว ถ้าแทนช่วงเวลาเป็นศูนย์ตรงๆ ก็ได้ศูนย์หารศูนย์ ซึ่งไม่ได้บอกอะไรเลย

ทางออกคือหาความเร็วเฉลี่ยในช่วงสั้นลงเรื่อยๆ จากวินาทีที่ 22 ถึงวินาทีที่ 2+h2 + h รถวิ่งได้ 5(2+h)2−205(2+h)^2 - 20 เมตร ความเร็วเฉลี่ยคือระยะนี้หารด้วย hh

ความยาวช่วง hh (วินาที)110.10.10.010.010.0010.001
ความเร็วเฉลี่ย (เมตรต่อวินาที)252520.520.520.0520.0520.00520.005

ยิ่งช่วงสั้น ความเร็วเฉลี่ยยิ่งเข้าใกล้ 2020 เราจึงตอบว่าเข็มไมล์ชี้ 2020 เมตรต่อวินาที ทั้งที่ไม่เคยแทน h=0h = 0 เลย ค่าที่ตัวเลขเข้าใกล้แบบนี้เรียกว่าลิมิต หน้านี้จะหาลิมิตให้เป็นระบบ แล้วใช้ลิมิตตอบคำถามว่ากราฟขาดตอนที่จุดไหนบ้าง

ลิมิตคือค่าที่ฟังก์ชันเข้าใกล้

นิยาม

lim⁡x→af(x)=L\lim_{x\to a} f(x) = L หมายความว่า เมื่อ xx เข้าใกล้ aa มากพอ โดยที่ x≠ax \ne a ค่า f(x)f(x) จะเข้าใกล้ LL ได้มากเท่าที่ต้องการ

คำว่า x≠ax \ne a สำคัญมาก ลิมิตไม่สนใจว่า f(a)f(a) เป็นเท่าไร หรือมีค่าหรือไม่ สนใจแค่ค่ารอบๆ จุดนั้น ตัวอย่างความเร็วข้างบนก็เป็นแบบนี้ สูตรความเร็วเฉลี่ยไม่มีค่าที่ h=0h = 0 แต่ลิมิตยังหาได้

วิธีแรกที่ใช้ได้เสมอคือทำตารางค่า เลือก xx ที่ใกล้ aa ทั้งจากด้านน้อยกว่าและด้านมากกว่า แล้วดูว่า f(x)f(x) ไปทางไหน วิธีนี้ช้าและไม่ใช่การพิสูจน์ แต่ช่วยให้เห็นภาพก่อนคำนวณด้วยพีชคณิต

ตัวอย่าง 1

ใช้ตารางค่าประมาณ lim⁡x→1x2+x−2x−1\lim_{x\to 1}\dfrac{x^2 + x - 2}{x - 1}

  1. แทน x=1x = 1 ตรงๆ ได้ 00\tfrac{0}{0} จึงยังตอบไม่ได้ ต้องดูค่ารอบๆ หนึ่งแทน
  2. ด้านที่น้อยกว่าหนึ่ง x=0.9x = 0.9 0.990.99 0.9990.999 ให้ค่า 2.92.9 2.992.99 2.9992.999
  3. ด้านที่มากกว่าหนึ่ง x=1.1x = 1.1 1.011.01 1.0011.001 ให้ค่า 3.13.1 3.013.01 3.0013.001
  4. ทั้งสองด้านเข้าใกล้ 33 จึงคาดว่าลิมิตเท่ากับ 33 หัวข้อถัดไปจะยืนยันด้วยการแยกตัวประกอบ

ลิมิตซ้ายและลิมิตขวา

ในตารางของตัวอย่างที่ 1 เราแยกดูสองด้าน เพราะบางฟังก์ชันให้ค่าต่างกันตามทิศที่เดินเข้าหา เขียน lim⁡x→a−f(x)\lim_{x\to a^-} f(x) แทนลิมิตซ้าย คือ xx เข้าใกล้ aa จากด้านที่น้อยกว่า และ lim⁡x→a+f(x)\lim_{x\to a^+} f(x) แทนลิมิตขวา คือเข้าใกล้จากด้านที่มากกว่า

สมบัติ

lim⁡x→af(x)\lim_{x\to a} f(x) มีค่าเท่ากับ LL ก็ต่อเมื่อ ลิมิตซ้ายและลิมิตขวามีค่า และเท่ากับ LL ทั้งคู่ ถ้าลิมิตซ้ายกับขวาต่างกันจะไม่มีลิมิตสองด้าน

ฟังก์ชันที่มักต้องแยกด้านคือฟังก์ชันที่กำหนดเป็นช่วง และสูตรที่มีค่าสัมบูรณ์ เพราะสูตรที่ใช้จริงเปลี่ยนเมื่อข้ามจุดนั้น วิธีที่ปลอดภัยคือเขียนสูตรของแต่ละด้านก่อน แล้วค่อยหาลิมิตของสูตรด้านนั้น

ตัวอย่าง 2

(1) กำหนด f(x)=x2f(x) = x^2 เมื่อ xx น้อยกว่า 22 และ f(x)=x+3f(x) = x + 3 เมื่อ x≥2x \ge 2 หา lim⁡x→2f(x)\lim_{x\to 2} f(x)

(2) พิจารณา g(x)=∣x∣xg(x) = \dfrac{|x|}{x} เมื่อ x≠0x \ne 0 ลิมิตที่ศูนย์มีหรือไม่

  1. ข้อ (1) ด้านซ้ายของ 22 ใช้สูตร x2x^2 จึงได้ลิมิตซ้าย 22=42^2 = 4 ด้านขวาใช้สูตร x+3x + 3 ได้ลิมิตขวา 2+3=52 + 3 = 5
  2. ลิมิตซ้ายกับขวาไม่เท่ากัน กราฟกระโดดจาก 44 ขึ้นไป 55 ที่ x=2x = 2 จึงไม่มี lim⁡x→2f(x)\lim_{x\to 2} f(x)
  3. ข้อ (2) เมื่อ xx มากกว่าศูนย์ ∣x∣=x|x| = x จึง g(x)=1g(x) = 1 เมื่อ xx น้อยกว่าศูนย์ ∣x∣=−x|x| = -x จึง g(x)=−1g(x) = -1
  4. ลิมิตขวาเป็น 11 ลิมิตซ้ายเป็น −1-1 ต่างกัน จึงไม่มีลิมิตสองด้าน ไม่ว่าจะกำหนดค่าที่ศูนย์เท่าไร

รูปแบบศูนย์หารศูนย์ต้องจัดรูปก่อน

พหุนามหาลิมิตได้ด้วยการแทนค่าตรงๆ เช่น lim⁡x→3(x2−2x)=9−6=3\lim_{x\to 3}(x^2 - 2x) = 9 - 6 = 3 เศษส่วนของพหุนามก็แทนได้ถ้าตัวส่วนไม่เป็นศูนย์ ปัญหาเกิดเมื่อแทนแล้วได้ 00\tfrac{0}{0} ซึ่งแปลว่าทั้งเศษและส่วนมีตัวประกอบที่เป็นศูนย์ที่จุดนั้นอยู่ด้วยกัน ต้องหาตัวประกอบนั้นแล้วตัดออก

การตัดทำได้เพราะลิมิตดูเฉพาะ x≠ax \ne a เมื่อ x≠ax \ne a ตัวประกอบ x−ax - a ไม่เป็นศูนย์ จึงหารได้ตามปกติ แต่การตัดไม่ได้เปลี่ยนโดเมนของฟังก์ชันเดิม ฟังก์ชันเดิมยังไม่นิยามที่ aa เหมือนเดิม

ตัวอย่าง 3

หา lim⁡x→2x2−4x−2\lim_{x\to2}\dfrac{x^2-4}{x-2}

  1. แทน x=2x = 2 ได้ 00\tfrac{0}{0} แปลว่าเศษมีตัวประกอบ x−2x - 2 ซ่อนอยู่
  2. แยกตัวประกอบ x2−4=(x−2)(x+2)x^2-4=(x-2)(x+2) เมื่อ x≠2x\ne2 ตัด x−2x - 2 ได้ x2−4x−2=x+2\dfrac{x^2-4}{x-2} = x + 2
  3. ฟังก์ชัน x+2x + 2 เป็นพหุนาม แทนค่าได้ ลิมิตจึงเท่ากับ 2+2=42+2=4 แม้เศษส่วนเดิมไม่นิยามที่ 22

ถ้าตัวประกอบที่เป็นศูนย์ซ่อนอยู่ในรากที่สอง การแยกตัวประกอบธรรมดาทำไม่ได้ ให้คูณทั้งเศษและส่วนด้วยสังยุค คือเปลี่ยนเครื่องหมายระหว่างสองพจน์ เช่นสังยุคของ x−2\sqrt{x} - 2 คือ x+2\sqrt{x} + 2 ผลคูณของคู่สังยุคเป็นผลต่างกำลังสอง รากจึงหายไป

ตัวอย่าง 4

หา lim⁡x→4x−2x−4\lim_{x\to4}\dfrac{\sqrt{x}-2}{x-4}

  1. แทน x=4x = 4 ได้ 2−20=00\tfrac{2-2}{0} = \tfrac{0}{0} ต้องจัดรูป
  2. คูณเศษและส่วนด้วย x+2\sqrt{x} + 2 เศษกลายเป็น (x−2)(x+2)=x−4(\sqrt{x}-2)(\sqrt{x}+2) = x - 4
  3. ได้ x−4(x−4)(x+2)\dfrac{x - 4}{(x-4)(\sqrt{x}+2)} เมื่อ x≠4x \ne 4 ตัด x−4x - 4 เหลือ 1x+2\dfrac{1}{\sqrt{x}+2}
  4. แทน x=4x = 4 ได้ 12+2=14\dfrac{1}{2+2} = \dfrac{1}{4} ค่านี้จะกลับมาอีกครั้งในหน้า 46.2 เป็นความชันของกราฟ y=xy = \sqrt{x} ที่ x=4x = 4

ลองคิดก่อน

แทนค่าแล้วได้ 0/00/0 จึงสรุปว่าลิมิตเป็นศูนย์ได้หรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ได้ 00\tfrac{0}{0} บอกแค่ว่าการแทนค่าตรงๆ ยังตอบไม่ได้ ในตัวอย่างที่ 3 ลิมิตเป็น 44 ในตัวอย่างที่ 4 เป็น 14\tfrac{1}{4} ทั้งที่แทนค่าแล้วได้ 00\tfrac{0}{0} เหมือนกัน ต้องแยกตัวประกอบหรือคูณสังยุคก่อน และบางกรณีอาจไม่มีลิมิตเลย

ความต่อเนื่องสามเงื่อนไข

กราฟที่ลากได้ด้วยปากกาโดยไม่ยกมือเรียกว่ากราฟต่อเนื่อง กราฟจะขาดที่จุดใดจุดหนึ่งได้สามแบบ คือมีรูเพราะฟังก์ชันไม่มีค่าที่จุดนั้น กระโดดเพราะสองด้านไปคนละที่ หรือมีจุดหลุดออกไปเพราะค่าที่จุดนั้นไม่ตรงกับที่สองด้านเข้าหา นิยามจึงต้องกันทั้งสามแบบ

สมบัติ

ff ต่อเนื่องที่ aa เมื่อครบสามเงื่อนไข (1) f(a)f(a) นิยาม (2) lim⁡x→af(x)\lim_{x\to a}f(x) มีค่า (3) lim⁡x→af(x)=f(a)\lim_{x\to a}f(x) = f(a)

ในชีวิตจริงเจอฟังก์ชันไม่ต่อเนื่องบ่อย เช่นค่าส่งพัสดุที่คิดเป็นขั้นตามน้ำหนัก ของหนักขึ้นนิดเดียวแต่ข้ามขั้นราคาก็กระโดดทันที ส่วนพหุนามต่อเนื่องทุกจุด และเศษส่วนของพหุนามต่อเนื่องทุกจุดที่ตัวส่วนไม่เป็นศูนย์

ตัวอย่าง 5

กำหนด f(x)=x+1f(x)=x+1 เมื่อ x≠1x\ne1 และ f(1)=5f(1)=5 ต่อเนื่องที่หนึ่งหรือไม่

  1. เงื่อนไข (1) ผ่าน เพราะโจทย์กำหนด f(1)=5f(1) = 5 ไว้
  2. เงื่อนไข (2) ผ่าน ค่ารอบหนึ่งใช้สูตร x+1x + 1 ทั้งสองด้าน จึงเข้าใกล้ 22 ทั้งสองด้าน
  3. เงื่อนไข (3) ไม่ผ่าน เพราะ f(1)=5f(1)=5 ต่างจากลิมิต 22 จึงไม่ต่อเนื่อง ถ้าเปลี่ยนค่าที่จุดนั้นเป็น f(1)=2f(1) = 2 ฟังก์ชันจะต่อเนื่องทันที

รูแก้ได้ แต่การกระโดดแก้ไม่ได้

ความไม่ต่อเนื่องแบบรูหรือจุดหลุด อย่างในตัวอย่างที่ 5 แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนค่าเพียงจุดเดียว แต่การกระโดดที่ลิมิตซ้ายขวาต่างกัน อย่างในตัวอย่างที่ 2 แก้ด้วยค่าที่จุดเดียวไม่ได้ เพราะเงื่อนไข (2) ไม่ผ่านตั้งแต่แรก ต้องแยกชนิดปัญหาก่อนเสนอให้เติมค่าฟังก์ชัน

หาค่าคงตัวที่ทำให้ฟังก์ชันเป็นช่วงต่อเนื่อง

ฟังก์ชันที่กำหนดเป็นช่วงจะต่อเนื่องที่รอยต่อเมื่อสองสูตรมาบรรจบที่ความสูงเดียวกัน โจทย์จึงมักใส่ค่าคงตัวที่ยังไม่รู้ไว้ในสูตร แล้วถามว่าต้องเป็นเท่าไร วิธีทำคือหาลิมิตซ้าย ลิมิตขวา และค่าที่จุดรอยต่อ แล้วตั้งสมการให้เท่ากัน

ตัวอย่าง 6

กำหนด f(x)=kx+1f(x) = kx + 1 เมื่อ xx น้อยกว่า 22 และ f(x)=x2−kf(x) = x^2 - k เมื่อ x≥2x \ge 2 หาค่า kk ที่ทำให้ ff ต่อเนื่องที่ x=2x = 2

  1. ค่าที่จุดรอยต่อใช้สูตรที่มีเครื่องหมายเท่ากับ คือสูตรด้านขวา ได้ f(2)=4−kf(2) = 4 - k ซึ่งเท่ากับลิมิตขวาด้วย เพราะสูตรขวาเป็นพหุนาม
  2. ลิมิตซ้ายใช้สูตร kx+1kx + 1 แทน x=2x = 2 ได้ 2k+12k + 1
  3. ต่อเนื่องเมื่อทั้งสองเท่ากัน 2k+1=4−k2k + 1 = 4 - k จึงได้ 3k=33k = 3 หรือ k=1k = 1
  4. ตรวจ เมื่อ k=1k = 1 ลิมิตซ้ายเป็น 33 และ f(2)=3f(2) = 3 ตรงกัน กราฟสองส่วนจึงมาบรรจบกันที่จุด (2,3)(2, 3)

ลองคิดก่อน

เพื่อนบอกว่า x2−4x−2\dfrac{x^2-4}{x-2} กับ x+2x + 2 เป็นฟังก์ชันเดียวกัน เพราะตัด x−2x - 2 ได้ เพื่อนพูดถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก สองฟังก์ชันให้ค่าเท่ากันทุกจุดที่ x≠2x \ne 2 จึงมีลิมิตที่ 22 เท่ากัน แต่ x2−4x−2\dfrac{x^2-4}{x-2} ไม่นิยามที่ x=2x = 2 ส่วน x+2x + 2 มีค่า 44 ที่จุดนั้น กราฟแรกจึงมีรูที่ (2,4)(2, 4) และไม่ต่อเนื่องที่ 22 การตัดตัวประกอบใช้หาลิมิตได้ แต่ไม่ได้เติมจุดที่หายไปให้โดเมนเดิม

สรุป

  • ลิมิตดูค่ารอบจุดที่ x≠ax \ne a ไม่ใช่ค่าที่จุด ใช้ตารางค่าเพื่อเห็นภาพก่อนคำนวณ
  • ลิมิตสองด้านมีเมื่อลิมิตซ้ายเท่ากับลิมิตขวา ฟังก์ชันเป็นช่วงให้แยกสูตรแต่ละด้านก่อน
  • ได้ 00\tfrac{0}{0} ให้แยกตัวประกอบหรือคูณสังยุค การตัดตัวประกอบไม่เติมโดเมนเดิมเอง
  • ความต่อเนื่องต้องผ่านทั้งสามเงื่อนไข หาค่าคงตัวได้โดยให้สองด้านมาบรรจบกัน

ความเร็วของรถตอนต้นหน้าเป็นลิมิตของความชันชนิดหนึ่ง หน้าถัดไปจะตั้งชื่อลิมิตนี้ว่าอนุพันธ์ และใช้หาความชันของกราฟที่จุดใดก็ได้