3.2 ฐานเป็นจำนวนลบและเศษส่วน
หน้าที่แล้วฐานเป็นจำนวนนับทั้งหมด แต่นิยามของ บอกว่า เป็นจำนวนใดก็ได้ ฐานจึงติดลบ เป็นเศษส่วน หรือเป็นทศนิยมได้ ความหมายยังเหมือนเดิมคือคูณฐานกัน ตัว เรื่องที่ต้องระวังเพิ่มมีแค่เครื่องหมายกับวงเล็บ
ลองตอบก่อนอ่านต่อ เป็นจำนวนบวกหรือจำนวนลบ
ฐานเป็นจำนวนลบ
ใช้กฎจากบทที่ 1 ลบคูณลบได้บวก บวกคูณลบได้ลบ แล้วคูณ ไปทีละตัว
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| −2 | 4 | −8 | 16 | −32 | 64 |
เครื่องหมายสลับกันไปทุกครั้งที่คูณ เพราะ สองตัวคูณกันได้ ซึ่งเป็นบวก ถ้าจับฐานเป็นคู่ได้ครบทุกตัว ผลก็เป็นบวก ถ้าเหลือเศษหนึ่งตัว ผลก็เป็นลบ
สมบัติ
ถ้าฐานเป็นจำนวนลบ
- เลขชี้กำลังเป็นจำนวนคู่ ค่าของเลขยกกำลังเป็นจำนวนบวก
- เลขชี้กำลังเป็นจำนวนคี่ ค่าของเลขยกกำลังเป็นจำนวนลบ
ตัวอย่าง 1
หาค่าของ และ
- เลขชี้กำลังเป็นคี่ ผลเป็นลบ ส่วนตัวเลขคือ จึงได้
- เลขชี้กำลังเป็นคู่ ผลเป็นบวก ได้
- ตัวเลขคือ เสมอ เลขชี้กำลังเป็นคู่ จึงได้
- เลขชี้กำลังเป็นคี่ จึงได้
ทำแบบนี้ได้เร็วกว่าคูณทีละตัว ดูเครื่องหมายจากเลขชี้กำลังก่อนว่าคู่หรือคี่ แล้วค่อยหาค่าตัวเลขโดยไม่สนเครื่องหมาย
(−3)² กับ −3² ไม่เท่ากัน
ลองคิดก่อน
เพื่อนหาค่า ได้ เพราะคิดว่าลบคูณลบได้บวก เพื่อนพูดถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก ใน ไม่มีวงเล็บ ฐานจึงเป็น ตัวเดียว เครื่องหมายลบอยู่นอกการยกกำลัง ต้องยกกำลังก่อนแล้วค่อยใส่ลบ
ถ้าต้องการให้ ทั้งตัวเป็นฐาน ต้องเขียน
ฐานคือสิ่งที่อยู่ติดเลขชี้กำลัง
ดูว่าเลขชี้กำลังเกาะอยู่กับอะไร ถ้ามีวงเล็บ ฐานคือทุกอย่างในวงเล็บ ถ้าไม่มีวงเล็บ ฐานคือตัวเลขตัวเดียวที่อยู่ติดกัน เครื่องหมายลบข้างหน้าไม่นับเป็นส่วนของฐาน
ตัวอย่าง 2
หาค่าของ และ
- ฐานคือ ได้ แล้วใส่ลบ จึงได้
- ฐานคือ เลขชี้กำลังเป็นคู่ จึงได้
- ทำ ก่อน เลขชี้กำลังเป็นคี่ ได้ แล้วใส่ลบข้างหน้าอีกตัว
ฐานเป็นเศษส่วน
คือ คูณกันสามตัว การคูณเศษส่วนคือเอาเศษคูณเศษ ส่วนคูณส่วน จึงได้
สรุปคือยกกำลังทั้งเศษและส่วน แต่ต้องเขียนวงเล็บครอบเศษส่วนไว้ ถ้าเขียน จะหมายถึงยกกำลังเฉพาะเศษ ได้ ซึ่งเป็นคนละจำนวน
ตัวอย่าง 3
หาค่าของ และ
- ฐานติดลบ เลขชี้กำลังเป็นคี่ ผลเป็นลบ ตัวเลขคือ จึงได้
- เลขชี้กำลังเป็นคู่ ผลเป็นบวก ได้
ฐานที่อยู่ระหว่าง กับ ยิ่งยกกำลังสูง ค่ายิ่งเล็กลง เพราะการคูณด้วยจำนวนที่น้อยกว่า ทำให้ได้ผลน้อยกว่าเดิม เช่น ลดลงทีละครึ่ง
ตัวอย่าง 4
ปล่อยลูกบอลยางจากความสูง เซนติเมตร ทุกครั้งที่ตกกระทบพื้น ลูกบอลจะเด้งขึ้นไปได้สูง ของความสูงครั้งก่อน หลังกระทบพื้นครั้งที่ ลูกบอลเด้งขึ้นไปได้สูงกี่เซนติเมตร
- กระทบพื้นแต่ละครั้ง ความสูงถูกคูณด้วย หนึ่งครั้ง กระทบสี่ครั้งจึงคูณด้วย สี่ครั้ง
- ความสูงคือ
- ได้ เซนติเมตร
ฐานเป็นทศนิยม
ฐานที่เป็นทศนิยมก็คูณกันตามปกติ เช่น และ จำนวนตำแหน่งทศนิยมของผลคูณเท่ากับผลรวมของตำแหน่งทศนิยมของทุกตัวที่คูณกัน มีหนึ่งตำแหน่ง คูณกันสองตัวจึงได้สองตำแหน่ง
ลองคิดก่อน
เพื่อนตอบว่า และ ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ แต่คือ ซึ่งมีทศนิยมสองตำแหน่ง ส่วน มีทศนิยมสามตำแหน่ง เพื่อนเอาฐานไปคูณกับเลขชี้กำลัง ซึ่งเป็นความผิดแบบเดียวกับการคิดว่า
สรุป
- ฐานเป็นจำนวนลบ เลขชี้กำลังคู่ได้ผลบวก เลขชี้กำลังคี่ได้ผลลบ
- แต่ เพราะไม่มีวงเล็บ ฐานจึงเป็น ตัวเดียว
- ฐานเป็นเศษส่วน ยกกำลังทั้งเศษและส่วน และต้องมีวงเล็บครอบ
- ฐานอยู่ระหว่าง กับ ยิ่งยกกำลังสูง ค่ายิ่งเล็ก
- ฐานเป็นทศนิยม นับตำแหน่งทศนิยมของผลจากตำแหน่งของทุกตัวที่คูณกัน