4.3 การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วน
สูตรขนมต้องใช้น้ำตาล 43 ถ้วย แต่ในโหลเหลือน้ำตาลอยู่ 32 ถ้วย พอไหม ถ้าไม่พอขาดอีกเท่าไร
ลองหาว่ามีมากกว่าที่ต้องใช้เท่าไร คือ 32−43 ถ้าผลลัพธ์ติดลบแปลว่าไม่พอ หน้านี้จะคิดโจทย์แบบนี้ได้ โดยใช้กฎเครื่องหมายจากบทที่ 1 เหมือนหน้าที่แล้ว
การบวกและการลบ
เศษส่วนที่ตัวส่วนเท่ากัน บวกหรือลบตัวเศษได้เลย เพราะเป็นของชิ้นขนาดเดียวกัน เช่น 72+73=75 ถ้าตัวส่วนไม่เท่ากัน ต้องทำให้เท่ากันก่อนด้วย ค.ร.น. ของตัวส่วน
ตัวอย่าง 1
หาค่า 32−43 แล้วตอบคำถามเรื่องน้ำตาล
- ค.ร.น. ของ 3 กับ 4 คือ 12
- 32=128 และ 43=129
- 128−129=128−9=−121
- ผลลัพธ์ติดลบ น้ำตาลจึงไม่พอ ขาดอีก 121 ถ้วย
ตัวอย่าง 2
หาค่า −85+61
- ค.ร.น. ของ 8 กับ 6 คือ 24
- −85=−2415 และ 61=244
- 24−15+4=−2411 ซึ่งเป็นเศษส่วนอย่างต่ำแล้ว เพราะ 11 กับ 24 ไม่มีตัวประกอบร่วม
ลองคิดก่อน
เพื่อนคิดว่า 21+31=2+31+1=52 ถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก ตรวจง่ายๆ ได้ว่า 52 น้อยกว่า 21 แต่เอา 21 ไปบวกกับจำนวนบวก ผลบวกต้องมากกว่า 21 ตัวส่วนบอกขนาดของชิ้น จึงเอามาบวกกันไม่ได้ ต้องทำให้ชิ้นขนาดเท่ากันก่อน 63+62=65
จำนวนคละ
เปลี่ยนจำนวนคละเป็นเศษเกินก่อน แล้วคิดแบบเศษส่วนธรรมดา
เครื่องหมายลบคลุมทั้งจำนวน
−231 หมายถึง −(2+31)=−37 ไม่ใช่ −2+31=−35 ตอนเปลี่ยนเป็นเศษเกิน ให้ทำส่วนที่เป็นบวก 231=37 ก่อน แล้วค่อยใส่เครื่องหมายลบ
ตัวอย่าง 3
หาค่า −231+43 ตอบเป็นจำนวนคละ
- −231=−37
- ค.ร.น. ของ 3 กับ 4 คือ 12 ได้ −1228+129=−1219
- 19÷12 ได้ 1 เศษ 7 จึงตอบ −1127
การคูณ
คูณตัวเศษกับตัวเศษ คูณตัวส่วนกับตัวส่วน
ba×dc=b×da×c
เช่น 32×54=158 ซึ่งอ่านได้ว่า 32 ของ 54 เครื่องหมายใช้กฎจำนวนเต็มเหมือนเดิม ถ้าตัวเลขใหญ่ ให้ตัดตัวประกอบร่วมระหว่างตัวเศษกับตัวส่วนออกก่อนคูณ จะได้เศษส่วนอย่างต่ำทันที
ตัวอย่าง 4
หาค่า (−94)×815
- ลบคูณบวกได้ลบ ที่เหลือคิดเฉพาะ 9×84×15
- 4 กับ 8 หารด้วย 4 ได้ 1 กับ 2 ส่วน 15 กับ 9 หารด้วย 3 ได้ 5 กับ 3
- เหลือ 3×21×5=65 คำตอบคือ −65
ตัวอย่าง 5
หาค่า (−121)×(−232)
- เปลี่ยนเป็นเศษเกิน −23 และ −38
- ลบคูณลบได้บวก 2×33×8=624=4
อย่าคูณแยกส่วน คือเอาจำนวนเต็มคูณจำนวนเต็ม เศษส่วนคูณเศษส่วน แล้วนำมาบวกกัน แบบ 1×2+21×32=231 ซึ่งไม่ตรงกับคำตอบจริงคือ 4 เพราะ 121 คือผลบวก 1+21 การคูณผลบวกต้องคูณทุกพจน์ไขว้กันด้วย เปลี่ยนเป็นเศษเกินก่อนจึงปลอดภัยที่สุด
การหาร
ส่วนกลับ
สองจำนวนที่คูณกันได้ 1 เป็นส่วนกลับของกันและกัน ส่วนกลับของ ba คือ ab เมื่อ a=0 และ b=0 เช่น ส่วนกลับของ 53 คือ 35 ส่วนกลับของ 4 คือ 41 ส่วน 0 ไม่มีส่วนกลับ เพราะ 0 คูณอะไรก็ได้ 0
ลองคิดก่อน
ส่วนกลับของ −32 คือ 23 ใช่ไหม
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ (−32)×23=−1 ไม่ใช่ 1 ส่วนกลับต้องมีเครื่องหมายเดียวกับจำนวนเดิม ส่วนกลับของ −32 คือ −23 เพราะลบคูณลบได้บวก (−32)×(−23)=1
หารด้วยเศษส่วน คือคูณด้วยส่วนกลับ
3÷41 ถามว่าใน 3 มี 41 อยู่กี่ชิ้น หนึ่งหน่วยมีสี่ชิ้น สามหน่วยจึงมี 3×4=12 ชิ้น การหารด้วย 41 จึงเท่ากับคูณด้วย 4 ซึ่งเป็นส่วนกลับของ 41 ใช้ได้กับเศษส่วนทุกตัว
ba÷dc=ba×cd
ตัวอย่าง 6
หาค่า (−65)÷(−910)
- เปลี่ยนเป็นคูณด้วยส่วนกลับ (−65)×(−109)
- ลบคูณลบได้บวก และตัด 5 กับ 10 เหลือ 1 กับ 2 ตัด 9 กับ 6 เหลือ 3 กับ 2
- ได้ 2×21×3=43
เศษส่วนกับทศนิยมในข้อเดียว
เปลี่ยนให้เป็นแบบเดียวกันก่อน ส่วนใหญ่เปลี่ยนทศนิยมเป็นเศษส่วนจะง่ายกว่า เพราะเศษส่วนบางตัวเป็นทศนิยมที่ไม่จบ
ตัวอย่าง 7
หาค่า 0.75×(−32)
- 0.75=10075=43
- 43×(−32)=−126=−21 หรือเขียนเป็นทศนิยม −0.5
สรุป
- บวกลบเศษส่วน ทำตัวส่วนให้เท่ากันด้วย ค.ร.น. แล้วบวกลบเฉพาะตัวเศษ
- คูณ ตัวเศษคูณตัวเศษ ตัวส่วนคูณตัวส่วน ตัดตัวประกอบร่วมก่อนจะง่ายขึ้น
- หาร คูณด้วยส่วนกลับของตัวหาร ส่วนกลับมีเครื่องหมายเดียวกับจำนวนเดิม
- จำนวนคละเปลี่ยนเป็นเศษเกินก่อนเสมอ และ −231=−37
- เครื่องหมายของคำตอบใช้กฎเดียวกับจำนวนเต็ม