descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 38 เรขาคณิตวิเคราะห์ตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.4 เล่ม 2 บทที่ 3เพิ่มเติม

38.4 วงกลม

สปริงเกลอร์รดน้ำตั้งอยู่กลางสนาม พ่นน้ำได้ไกล 55 เมตรทุกทิศ ขอบของบริเวณที่เปียกคือจุดทุกจุดที่อยู่ห่างจากสปริงเกลอร์ 55 เมตรพอดี เสาสัญญาณโทรศัพท์ก็เช่นกัน บริเวณที่รับสัญญาณได้ถึงขอบพอดีคือจุดที่อยู่ห่างจากเสาเท่ากันทุกทิศ รูปที่ได้คือวงกลม

บทที่ 28 ศึกษาวงกลมด้วยเรขาคณิตล้วน เช่นมุมในวงกลมและเส้นสัมผัส หน้านี้มองวงกลมด้วยพิกัด แปลงเงื่อนไขห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากันให้เป็นสมการด้วยสูตรระยะของหน้า 38.1 แล้วเรียนวิธีอ่านศูนย์กลางและรัศมีจากสมการที่ถูกกระจายจนดูไม่ออก

ภาคตัดกรวยคืออะไร

วงกลม พาราโบลา วงรี และไฮเพอร์โบลา ที่จะเรียนในหน้านี้และสามหน้าถัดไป เรียกรวมกันว่าภาคตัดกรวย เพราะได้จากการเอาระนาบไปตัดกรวยกลมสองอันที่ต่อยอดกัน ระนาบที่ตั้งฉากกับแกนกรวยได้วงกลม เอียงระนาบเล็กน้อยได้วงรี เอียงจนขนานกับเส้นข้างของกรวยได้พาราโบลา เอียงมากกว่านั้นจนตัดกรวยทั้งสองอันได้ไฮเพอร์โบลาสองกิ่ง

แต่ในบทนี้เราจะไม่นิยามรูปเหล่านี้ด้วยกรวย เราจะนิยามด้วยระยะ เพราะระยะแปลงเป็นสมการได้ทันทีด้วยสูตรที่มีอยู่แล้ว ทุกรูปจะใช้ขั้นตอนเดียวกัน คือเขียนเงื่อนไขเป็นคำพูด แปลงเป็นสมการระยะ แล้วจัดรูปให้อ่านง่าย

จากนิยามสู่สมการ

นิยาม

วงกลม คือเซตของจุดทุกจุดบนระนาบที่อยู่ห่างจากจุดคงที่จุดหนึ่งเป็นระยะเท่ากัน จุดคงที่เรียกว่าจุดศูนย์กลาง ระยะที่เท่ากันเรียกว่ารัศมี

CPrx − hy − k
ทุกจุด P(x, y) บนวงกลมห่างจาก C(h, k) เท่ากับ r

ให้ศูนย์กลางเป็น C(h,k)C(h, k) และรัศมี r>0r > 0 จุด P(x,y)P(x, y) อยู่บนวงกลมก็ต่อเมื่อ PC=rPC = r ใช้สูตรระยะได้

(x−h)2+(y−k)2=r\sqrt{(x - h)^2 + (y - k)^2} = r

ทั้งสองข้างไม่ติดลบ ยกกำลังสองได้โดยไม่เปลี่ยนเซตคำตอบ จึงได้สมการรูปมาตรฐานของวงกลม

(x−h)2+(y−k)2=r2(x-h)^2+(y-k)^2=r^2

ที่นิยมยกกำลังสองเพราะสมการที่ไม่มีเครื่องหมายรากจัดรูปและแทนค่าได้ง่ายกว่ามาก ถ้าศูนย์กลางอยู่ที่จุดกำเนิด สมการเหลือ x2+y2=r2x^2 + y^2 = r^2

การอ่านศูนย์กลางใช้หลักเดียวกับการเลื่อนกราฟในหน้า 25.3 ถามว่า xx เท่าไรทำให้วงเล็บเป็นศูนย์ เช่น (x+3)2(x + 3)^2 ให้ h=−3h = -3 ไม่ใช่ 33

ตัวอย่าง 1

บนแผนที่สนามที่หนึ่งหน่วยยาวหนึ่งเมตร สปริงเกลอร์อยู่ที่ (1,−2)(1, -2) และน้ำพ่นไปถึงต้นไม้ที่ (4,2)(4, 2) พอดี เขียนสมการขอบบริเวณที่น้ำพ่นถึง

  1. ศูนย์กลางคือตำแหน่งสปริงเกลอร์ (h,k)=(1,−2)(h, k) = (1, -2)
  2. ต้นไม้อยู่บนขอบพอดี รัศมีจึงเท่ากับระยะจากสปริงเกลอร์ถึงต้นไม้ r=(4−1)2+(2+2)2=9+16=5r = \sqrt{(4 - 1)^2 + (2 + 2)^2} = \sqrt{9 + 16} = 5 เมตร
  3. แทนในรูปมาตรฐาน (x−1)2+(y−(−2))2=52(x - 1)^2 + (y - (-2))^2 = 5^2 จัดเครื่องหมายได้ (x−1)2+(y+2)2=25(x - 1)^2 + (y + 2)^2 = 25
  4. ตรวจ แทนจุดต้นไม้ (4−1)2+(2+2)2=9+16=25(4 - 1)^2 + (2 + 2)^2 = 9 + 16 = 25 ถูกต้อง

ตัวอย่าง 2

เขียนสมการวงกลมที่มีส่วนของเส้นตรง ABAB เป็นเส้นผ่านศูนย์กลาง เมื่อ A(−1,3)A(-1, 3) และ B(5,−5)B(5, -5)

  1. ศูนย์กลางของวงกลมอยู่กึ่งกลางเส้นผ่านศูนย์กลางพอดี จึงใช้สูตรจุดกึ่งกลาง (−1+52,3−52)=(2,−1)\left(\tfrac{-1 + 5}{2}, \tfrac{3 - 5}{2}\right) = (2, -1)
  2. เส้นผ่านศูนย์กลางยาว AB=62+82=10AB = \sqrt{6^2 + 8^2} = 10 รัศมีเป็นครึ่งหนึ่ง คือ 55
  3. สมการคือ (x−2)2+(y+1)2=25(x - 2)^2 + (y + 1)^2 = 25
  4. ตรวจด้วยจุด AA (−1−2)2+(3+1)2=9+16=25(-1 - 2)^2 + (3 + 1)^2 = 9 + 16 = 25 ถูกต้อง

รูปทั่วไปและการทำกำลังสองสมบูรณ์

ถ้ากระจายรูปมาตรฐานแล้วย้ายทุกพจน์ไปข้างเดียว จะได้รูปทั่วไป

x2+y2+Dx+Ey+F=0x^2 + y^2 + Dx + Ey + F = 0

สังเกตลักษณะของรูปนี้ สัมประสิทธิ์ของ x2x^2 กับ y2y^2 เท่ากัน และไม่มีพจน์ xyxy สมการกำลังสองที่มีลักษณะนี้มีโอกาสเป็นวงกลม ส่วนที่สัมประสิทธิ์ของ x2x^2 กับ y2y^2 ต่างกันจะเป็นรูปอื่น ซึ่งจะพบในหน้าวงรีและไฮเพอร์โบลา

โจทย์มักให้รูปทั่วไปมา ซึ่งอ่านศูนย์กลางตรงๆ ไม่ได้ ต้องย้อนกลับเป็นรูปมาตรฐานด้วยการทำกำลังสองสมบูรณ์จากหน้า 23.2 แยกทีละตัวแปร หลักเดิมคือ x2+2pxx^2 + 2px ต้องเติม p2p^2 จึงเป็น (x+p)2(x + p)^2 หรือพูดสั้นๆ ว่าเติมกำลังสองของครึ่งหนึ่งของสัมประสิทธิ์ xx

ตัวอย่าง 3

หาศูนย์กลางและรัศมีของ x2+y2−6x+4y−12=0x^2+y^2-6x+4y-12=0

  1. จับกลุ่มตามตัวแปรและย้ายค่าคงตัวไปขวามือ (x2−6x)+(y2+4y)=12(x^2-6x)+(y^2+4y)=12 ทำแบบนี้เพราะแต่ละกลุ่มจะกลายเป็นกำลังสองสมบูรณ์ของตัวเอง
  2. ครึ่งหนึ่งของ −6-6 คือ −3-3 ต้องเติม 99 ครึ่งหนึ่งของ 44 คือ 22 ต้องเติม 44 เติมทั้งสองข้างของสมการ สมการจึงยังเท่าเดิม (x2−6x+9)+(y2+4y+4)=12+9+4(x^2 - 6x + 9) + (y^2 + 4y + 4) = 12 + 9 + 4
  3. เขียนเป็นกำลังสอง (x−3)2+(y+2)2=25(x-3)^2+(y+2)^2=25
  4. ศูนย์กลาง (3,−2)(3,-2) รัศมี 25=5\sqrt{25} = 5

ทางลัดที่ใช้ตรวจได้ จากรูปทั่วไป ศูนย์กลางคือ (−D2,−E2)\left(-\tfrac{D}{2}, -\tfrac{E}{2}\right) ตัวอย่างนี้ D=−6D = -6 และ E=4E = 4 ได้ (3,−2)(3, -2) ตรงกัน แต่ทางลัดนี้ใช้ได้เมื่อสัมประสิทธิ์ของ x2x^2 และ y2y^2 เป็น 11 เท่านั้น

ตัวอย่าง 4

หาศูนย์กลางและรัศมีของ 2x2+2y2−8x+12y+8=02x^2 + 2y^2 - 8x + 12y + 8 = 0

  1. สัมประสิทธิ์ของ x2x^2 และ y2y^2 เป็น 22 ทั้งคู่ หารทั้งสมการด้วย 22 ก่อน ได้ x2+y2−4x+6y+4=0x^2 + y^2 - 4x + 6y + 4 = 0 ถ้าไม่หารก่อน การเติมกำลังสองจะซับซ้อนขึ้นมาก
  2. จับกลุ่ม (x2−4x)+(y2+6y)=−4(x^2 - 4x) + (y^2 + 6y) = -4
  3. เติม 44 และ 99 ทั้งสองข้าง (x−2)2+(y+3)2=−4+4+9=9(x - 2)^2 + (y + 3)^2 = -4 + 4 + 9 = 9
  4. ศูนย์กลาง (2,−3)(2, -3) รัศมี 33

ลองคิดก่อน

สมการ x2+y2+2x−4y+9=0x^2 + y^2 + 2x - 4y + 9 = 0 เป็นวงกลมรัศมีเท่าไร

ดูคำตอบ

จัดรูปได้ (x+1)2+(y−2)2=−9+1+4=−4(x + 1)^2 + (y - 2)^2 = -9 + 1 + 4 = -4 ซ้ายมือเป็นผลบวกของกำลังสองจึงไม่มีวันติดลบ ไม่มีจุดใดบนระนาบที่ทำให้สมการเป็นจริง สมการนี้จึงไม่ใช่วงกลม กราฟเป็นเซตว่าง ถ้าขวามือออกมาเป็น 00 จะเหลือแค่จุดเดียวคือ (−1,2)(-1, 2) สรุปว่ารูปทั่วไปไม่ได้เป็นวงกลมเสมอ ต้องตรวจว่าขวามือเป็นบวกก่อน

อย่าสับสน r กับ r²

ขวามือของรูปมาตรฐานคือ r2r^2 ไม่ใช่ rr ถ้าได้ (x−2)2+(y+3)2=9(x - 2)^2 + (y + 3)^2 = 9 รัศมีคือ 33 และถ้าขวามือเป็น 2020 รัศมีคือ 20=25\sqrt{20} = 2\sqrt5 ไม่ใช่ 2020

วงกลมกับเส้นตรง

บทที่ 28 พิสูจน์แล้วว่าเส้นสัมผัสวงกลมตั้งฉากกับรัศมีที่จุดสัมผัส ดังนั้นระยะจากศูนย์กลางถึงเส้นสัมผัสเท่ากับรัศมีพอดี เมื่อรวมกับสูตรระยะจากหน้า 38.3 จะบอกได้ทันทีว่าเส้นตรงเส้นหนึ่งตัดวงกลม สัมผัสวงกลม หรืออยู่นอกวงกลม โดยเทียบระยะ dd จากศูนย์กลางถึงเส้นกับรัศมี rr ถ้า dd น้อยกว่า rr เส้นตัดวงกลมสองจุด ถ้า d=rd = r เส้นสัมผัส ถ้า dd มากกว่า rr เส้นไม่พบวงกลมเลย

ตัวอย่าง 5

เราเตอร์ไวไฟตั้งที่ (1,1)(1, 1) บนผังบ้าน ผนังห้องเป็นเส้นตรง 3x+4y+3=03x + 4y + 3 = 0 ถ้าวาดวงกลมศูนย์กลางที่เราเตอร์ให้แตะผนังพอดี วงกลมนี้มีสมการอะไร

  1. วงกลมแตะผนังพอดีแปลว่าผนังเป็นเส้นสัมผัส รัศมีจึงเท่ากับระยะจากศูนย์กลางถึงเส้น
  2. r=∣3(1)+4(1)+3∣9+16=105=2r = \tfrac{|3(1) + 4(1) + 3|}{\sqrt{9 + 16}} = \tfrac{10}{5} = 2
  3. สมการคือ (x−1)2+(y−1)2=4(x - 1)^2 + (y - 1)^2 = 4

วงกลมนิยามด้วยระยะถึงจุดคงที่จุดเดียว หน้าถัดไปจะเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นระยะถึงจุดคงที่เท่ากับระยะถึงเส้นตรงคงที่ ผลที่ได้คือพาราโบลา รูปเดียวกับกราฟของฟังก์ชันกำลังสองในบทที่ 25

สรุป

  • วงกลมคือจุดที่ห่างจากศูนย์กลางเท่ากัน แปลงด้วยสูตรระยะได้ (x−h)2+(y−k)2=r2(x - h)^2 + (y - k)^2 = r^2
  • อ่านศูนย์กลางด้วยคำถามว่าค่าใดทำให้วงเล็บเป็นศูนย์ และถอดรากขวามือเพื่อหารัศมี
  • รูปทั่วไป หารให้สัมประสิทธิ์กำลังสองเป็น 11 จับกลุ่มทีละตัวแปร แล้วเติมกำลังสองทั้งสองข้าง
  • ขวามือเป็นศูนย์ได้จุดเดียว ติดลบไม่มีจุดจริง
  • เส้นสัมผัสวงกลมเมื่อระยะจากศูนย์กลางถึงเส้นเท่ากับรัศมี