descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 32 เซตตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.4 บทที่ 1 และเพิ่มเติม ม.4 เล่ม 1 บทที่ 1เพิ่มเติม

32.3 เพาเวอร์เซต

ร้านให้เลือกรสไอศกรีมเสริมได้จากมะม่วงกับมะพร้าว ลูกค้าเลือกทั้งสองอย่าง อย่างเดียว หรือไม่เลือกเลยก็ได้ ถ้าเขียนรสเสริมเป็นเซต {มะม่วง,มะพร้าว}\{\text{มะม่วง},\text{มะพร้าว}\} ทางเลือกของลูกค้าแต่ละแบบคือสับเซตหนึ่งเซต รายการทางเลือกทั้งหมดจึงเป็นเซตของสับเซต

ลองนับดู ไม่เลือกเลยหนึ่งแบบ เลือกอย่างเดียวสองแบบ เลือกทั้งสองหนึ่งแบบ รวม 44 แบบ ถ้าร้านเพิ่มรสที่สามคือสตรอว์เบอร์รี ทางเลือกเดิมทั้ง 44 แบบยังใช้ได้ และแต่ละแบบจะเติมสตรอว์เบอร์รีหรือไม่เติมก็ได้ ทางเลือกจึงเพิ่มเป็นสองเท่าคือ 88 แบบ หน้านี้จะทำให้การนับแบบนี้เป็นระบบ

รวบรวมสับเซตทั้งหมด

นิยาม

เพาเวอร์เซตของ AA เขียน P(A)\mathcal P(A) คือเซตที่มีสับเซตทุกเซตของ AA เป็นสมาชิก สมาชิกของเพาเวอร์เซตจึงเป็นเซตเสมอ

นิยามนี้แปลงคำถามเรื่องสับเซตจากหน้า 32.2 ให้เป็นคำถามเรื่องสมาชิก ข้อความ B∈P(A)B\in\mathcal P(A) กับ B⊆AB\subseteq A มีความหมายเดียวกันทุกประการ ประโยชน์คือเราได้เซตใหม่หนึ่งเซตที่เก็บทางเลือกทั้งหมดไว้ด้วยกัน นับได้ และใช้การดำเนินการของเซตกับมันได้

ทำไมจึงได้ 2ⁿ

ถ้า AA มีสมาชิก nn ตัว การสร้างสับเซตหนึ่งเซตคือการตัดสินสมาชิกทีละตัวว่าใส่หรือไม่ใส่ แต่ละตัวมีสองทางเลือก และการตัดสินของตัวหนึ่งไม่ไปบังคับตัวอื่น จำนวนแบบทั้งหมดจึงเป็น 2×2×⋯×22\times2\times\cdots\times2 จำนวน nn ตัว คือ 2n2^n รวมเซตว่างซึ่งไม่ใส่สักตัว และ AA เองซึ่งใส่ทุกตัว สูตรนี้ใช้กับเซตจำกัด

แผนภาพต้นไม้ข้างล่างแสดงการตัดสินสำหรับ {a,b,c}\{a,b,c\} เดินจากซ้ายไปขวา แต่ละทางเดินจบที่สับเซตหนึ่งเซต และไม่มีสองทางเดินใดให้สับเซตเดียวกัน

ตัดสิน aตัดสิน bตัดสิน ca, b, ca, ba, cab, cbc∅
เส้นทึบสีส้มคือใส่สมาชิกตัวนั้น เส้นประคือไม่ใส่ ทุกชั้นแตกเป็นสองทาง สามชั้นจึงได้ 23=82^3=8 สับเซต ปลายทางล่างสุดคือ ∅\varnothing

แจกแจงอย่างมีระบบ

เวลาเขียน P(A)\mathcal P(A) ให้เรียงตามขนาด เริ่มจากสับเซตที่ไม่มีสมาชิก ตามด้วยที่มีหนึ่งสมาชิก สองสมาชิก จนถึงทั้งหมด วิธีนี้ทำให้ตรวจจำนวนได้และลดการเขียนซ้ำ เพราะในแต่ละขนาดเราแค่ไล่เลือกให้ครบ การแจกแจงต้องรักษาวงเล็บของสมาชิกที่เป็นเซตเอาไว้ เช่น {{1}}\{\{1\}\} เป็นเซตที่มีสมาชิกหนึ่งตัว ไม่ใช่ {1}\{1\}

ตัวอย่าง 1

หา P(A)\mathcal P(A) เมื่อ A={a,b}A=\{a,b\}

  1. ขนาดศูนย์ มีแบบเดียวคือ ∅\varnothing ห้ามลืม เพราะเซตว่างเป็นสับเซตของทุกเซตตามหน้า 32.2
  2. ขนาดหนึ่ง เลือกสมาชิกทีละตัว ได้ {a}\{a\} และ {b}\{b\}
  3. ขนาดสอง เลือกทั้งสองตัว ได้ {a,b}\{a,b\} ซึ่งคือ AA เอง
  4. ครอบด้วยวงเล็บปีกกาอีกชั้น เพราะเพาเวอร์เซตเป็นเซตที่มีสับเซตเหล่านี้เป็นสมาชิก P(A)={∅,{a},{b},{a,b}}\mathcal P(A)=\{\varnothing,\{a\},\{b\},\{a,b\}\}
  5. ตรวจจำนวน ได้ 44 สมาชิก ตรงกับ 22=42^2=4

ตัวอย่าง 2

หา P({1,2,3})\mathcal P(\{1,2,3\}) และนับว่าแต่ละขนาดมีกี่เซต

  1. ขนาดศูนย์ ∅\varnothing มี 11 เซต
  2. ขนาดหนึ่ง {1}\{1\} {2}\{2\} {3}\{3\} มี 33 เซต
  3. ขนาดสอง เลือกสองตัวจากสาม คิดง่ายๆ ว่าเลือกตัวที่ไม่เอาออกหนึ่งตัว ได้ {2,3}\{2,3\} {1,3}\{1,3\} {1,2}\{1,2\} มี 33 เซต
  4. ขนาดสาม {1,2,3}\{1,2,3\} มี 11 เซต
  5. รวม 1+3+3+1=8=231+3+3+1=8=2^3 ตรงกับสูตร ถ้าบวกได้ไม่ครบแปด ให้กลับไปดูขนาดที่ขาด

จำนวน 1,3,3,11,3,3,1 ที่ได้คือจำนวนวิธีเลือกสมาชิก 0,1,2,30,1,2,3 ตัวจากสามตัว บทที่ 43 เรื่องหลักการนับจะคำนวณจำนวนเหล่านี้ได้โดยตรงโดยไม่ต้องแจกแจง

ลองคิดก่อน

P(∅)\mathcal P(\varnothing) เป็นเซตว่างหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่เป็น เพราะเซตว่างมีสับเซตคือเซตว่างเอง ดังนั้น P(∅)={∅}\mathcal P(\varnothing)=\{\varnothing\} มีสมาชิกหนึ่งตัว ตรงกับ 20=12^0=1 นี่คือกล่องที่มีกล่องเปล่าอยู่ข้างในจากหน้า 32.1

สมาชิกหรือสับเซตของเพาเวอร์เซต

เพาเวอร์เซตมีวงเล็บซ้อนกันหลายชั้น จึงเป็นที่ที่ ∈\in กับ ⊆\subseteq สลับกันง่ายที่สุด ใช้หลักเดียวกับหน้า 32.2 คือแจกแจงสมาชิกของเซตทางขวาให้เห็นก่อน แล้วค่อยตอบ

ตัวอย่าง 3

ให้ A={1,2}A=\{1,2\} ตัดสินข้อความ 1∈P(A)1\in\mathcal P(A) {1}∈P(A)\{1\}\in\mathcal P(A) {1}⊆P(A)\{1\}\subseteq\mathcal P(A) และ {∅}⊆P(A)\{\varnothing\}\subseteq\mathcal P(A)

  1. แจกแจงก่อน P(A)={∅,{1},{2},{1,2}}\mathcal P(A)=\{\varnothing,\{1\},\{2\},\{1,2\}\} สมาชิกทั้งสี่ตัวเป็นเซต ไม่มีตัวไหนเป็นจำนวนเปล่าๆ
  2. 1∈P(A)1\in\mathcal P(A) เป็นเท็จ เพราะ 11 เป็นจำนวน ไม่อยู่ในรายการ
  3. {1}∈P(A)\{1\}\in\mathcal P(A) เป็นจริง เพราะ {1}⊆A\{1\}\subseteq A จึงอยู่ในรายการ
  4. {1}⊆P(A)\{1\}\subseteq\mathcal P(A) ถามว่าสมาชิกของ {1}\{1\} คือ 11 อยู่ใน P(A)\mathcal P(A) หรือไม่ จากข้อ 2 ไม่อยู่ จึงเป็นเท็จ
  5. {∅}⊆P(A)\{\varnothing\}\subseteq\mathcal P(A) ถามว่า ∅∈P(A)\varnothing\in\mathcal P(A) หรือไม่ อยู่ในรายการตัวแรก จึงเป็นจริง

เงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขห้าม

การนับสับเซตไม่จำเป็นต้องแจกแจงทั้งหมด ถ้าบังคับให้สมาชิกตัวหนึ่งต้องอยู่ในสับเซต ตัวนั้นหมดทางเลือก ถ้าห้ามไม่ให้อยู่ ก็หมดทางเลือกเหมือนกัน ให้ตัดตัวที่ถูกกำหนดแล้วออกก่อน แล้วนับเฉพาะตัวที่ยังเลือกได้อิสระ

ตัวอย่าง 4

เซต BB มีสมาชิกห้าตัว รวม 77 ด้วย สับเซตที่มี 77 อยู่ด้วยมีกี่เซต

  1. 77 ถูกบังคับให้อยู่ จึงมีทางเดียว ไม่ได้คูณสองให้ตัวนี้
  2. เหลือสมาชิกอีกสี่ตัวที่ใส่หรือไม่ใส่ได้อิสระ ตัวละสองทาง
  3. ได้ 1×24=161\times2^4=16 เซต
  4. ตรวจด้วยเหตุผลอีกแบบ สับเซตทั้งหมด 25=322^5=32 เซต ครึ่งหนึ่งมี 77 อีกครึ่งไม่มี เพราะจับคู่ได้ทีละคู่โดยเติมหรือดึง 77 ออก จึงได้ 1616 เท่ากัน

ตัวอย่าง 5

ให้ A={1,2,3,4,5}A=\{1,2,3,4,5\} ต้องการสับเซตที่มี 11 แต่ไม่มี 55 มีกี่เซต

  1. 11 ต้องถูกเลือกและ 55 ต้องไม่ถูกเลือก สองตัวนี้จึงมีทางเดียว
  2. สมาชิก 2,3,42,3,4 ยังมีสองทางเลือกเป็นอิสระ
  3. จึงมี 23=82^3=8 เซต
  4. ตรวจขอบเขต สับเซตที่เล็กที่สุดที่ผ่านเงื่อนไขคือ {1}\{1\} ใหญ่ที่สุดคือ {1,2,3,4}\{1,2,3,4\} ทั้งคู่ต้องถูกนับ ส่วนเซตว่างไม่ถูกนับเพราะไม่มี 11

ถ้าแจกแจงจริงแล้วไม่พบ {1}\{1\} หรือ {1,2,3,4}\{1,2,3,4\} แสดงว่าวิธีนับยังขาดกรณี การตรวจสับเซตที่เล็กที่สุดและใหญ่ที่สุดจึงเป็นวิธีเช็กเร็วที่ใช้ได้ทุกครั้ง

สับเซตแท้

คำว่า สับเซตแท้ ในบทนี้หมายถึงสับเซตที่ไม่เท่ากับเซตเดิม จึงตัดออกหนึ่งเซตคือ AA เอง เซตขนาด nn จึงมีสับเซตแท้ 2n−12^n-1 เซต เช่นเซตที่มีสมาชิก 66 ตัวมีสับเซตแท้ 26−1=632^6-1=63 เซต เซตว่างยังนับเป็นสับเซตแท้ เว้นแต่ AA เองเป็นเซตว่าง

ลองคิดก่อน

P(A)\mathcal P(A) มีสมาชิก 3232 ตัว เพื่อนบอกว่า AA มีสมาชิก 1616 ตัว เพราะ 32÷2=1632\div2=16 ถูกหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ถูก จำนวนสับเซตคือ 2n2^n ไม่ใช่ 2n2n ต้องหา nn ที่ทำให้ 2n=322^n=32 ซึ่งคือ n=5n=5 ถ้า AA มี 1616 ตัวจริง เพาเวอร์เซตจะมี 216=655362^{16}=65536 สมาชิก มากกว่า 3232 หลายพันเท่า

หน้าถัดไปกลับมาที่ทั้งสองสาย เรื่องการสร้างเซตใหม่จากสองเซตด้วยคำว่า และ หรือ และ ไม่

สรุป

  • เพาเวอร์เซตมีสับเซตเป็นสมาชิก B∈P(A)B\in\mathcal P(A) หมายถึง B⊆AB\subseteq A
  • เซตจำกัดขนาด nn มีสับเซต 2n2^n เซต เพราะสมาชิกแต่ละตัวใส่หรือไม่ใส่ได้อิสระ
  • แจกแจงเรียงตามขนาด แล้วตรวจว่ารวมได้ 2n2^n
  • สมาชิกที่ถูกบังคับหรือถูกห้ามไม่มีทางเลือก นับเฉพาะตัวที่เหลือ
  • สับเซตแท้มี 2n−12^n-1 เซต
  • ตรวจทั้งวงเล็บและจำนวนสมาชิกก่อนตอบ