50.3 การแจกแจงทวินาม
ตรวจชิ้นงานหลายชิ้นแล้วนับจำนวนชิ้นผ่าน ถ้าแต่ละชิ้นเป็นอิสระและโอกาสผ่านเท่ากัน แบบจำลองทวินามช่วยนับจำนวนวิธีเลือกตำแหน่งที่ผ่านทั้งหมด
คำถามที่นักเรียนหลายคนเคยคิดตอนใกล้สอบคือ ถ้าข้อสอบปรนัยมี ข้อ ข้อละ ตัวเลือก แล้วไม่อ่านหนังสือเลย เดาทุกข้อ จะมีโอกาสได้ครึ่งหนึ่งขึ้นไปสักเท่าไร ลองเดาคำตอบในใจไว้ก่อน แล้วเทียบกับผลที่คำนวณได้ในตัวอย่างที่ 3 คำถามนี้มีโครงเดียวกับการตรวจชิ้นงาน การโยนเหรียญ และการส่งแบบสอบถาม คือทำซ้ำหลายครั้งแล้วนับจำนวนครั้งที่ได้ผลที่สนใจ
เงื่อนไขก่อนสูตร
ทดลองจำนวนครั้งคงที่ แต่ละครั้งมีสำเร็จกับไม่สำเร็จ โอกาสสำเร็จเท่ากันเป็น และแต่ละครั้งเป็นอิสระ ให้ นับจำนวนสำเร็จ เขียน
แยกเป็นสี่ข้อเพื่อตรวจทีละข้อ
- จำนวนครั้ง กำหนดไว้ก่อนเริ่ม ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จ
- แต่ละครั้งมีผลสองแบบ เรียกว่าสำเร็จกับไม่สำเร็จ คำว่าสำเร็จเป็นแค่ชื่อของผลที่เรานับ เช่น ชิ้นงานเสียก็เรียกว่าสำเร็จได้ถ้าเรานับชิ้นเสีย
- โอกาสสำเร็จ เท่ากันทุกครั้ง
- ผลของแต่ละครั้งเป็นอิสระต่อกัน ตามความหมายในบทที่ 44
ข้อ 1 ตัดกรณีโยนเหรียญจนกว่าจะได้หัวออกไป เพราะจำนวนครั้งไม่คงที่ ข้อ 3 กับข้อ 4 ตัดกรณีหยิบของไม่ใส่คืนจากกล่องเล็ก เพราะโอกาสครั้งถัดไปขึ้นกับครั้งก่อน
ที่มาของสูตรจากการนับ
ลองหาโอกาสสำเร็จพอดี ครั้งจาก ครั้ง เขียน S แทนสำเร็จ F แทนไม่สำเร็จ ลำดับหนึ่งที่เป็นไปได้คือ SSFF เพราะแต่ละครั้งเป็นอิสระ โอกาสของลำดับนี้คือผลคูณ ลำดับอื่น เช่น SFSF หรือ FFSS ก็มี S สองตัวและ F สองตัว จึงมีโอกาส เท่ากันทุกลำดับ เหลือแค่นับว่ามีกี่ลำดับ ซึ่งคือการเลือกตำแหน่งของ S สองตำแหน่งจากสี่ตำแหน่ง ได้ ลำดับตามบทที่ 43 โอกาสรวมจึงเป็น
สมบัติ
เมื่อ โดย และ
สัมประสิทธิ์จัดหมู่นับตำแหน่งที่สำเร็จ ส่วนกำลังนับโอกาสของรูปแบบหนึ่ง ถ้าหยิบของจำนวนจำกัดโดยไม่คืน โอกาสครั้งถัดไปเปลี่ยนและไม่เป็นอิสระ จึงไม่ใช่ทวินามตรงๆ
ชื่อทวินามมาจากทฤษฎีบททวินามในบทที่ 43 เมื่อกระจาย พจน์แต่ละพจน์คือ พอดี และผลรวมทุกพจน์เท่ากับ จึงเป็นเหตุผลว่าตารางการแจกแจงทวินามรวมได้หนึ่งเสมอ
ตัวอย่าง 1
โยนเหรียญยุติธรรมสี่ครั้ง โอกาสได้หัวสองครั้งเท่าไร
- และการโยนเป็นอิสระ
- ผลนี้ไม่ใช่ครึ่งหนึ่ง แม้หัวสองครั้งจะเป็นจำนวนที่คาดหมาย เพราะยังมีโอกาสของ หัวกระจายอยู่รอบๆ
ตัวอย่าง 2
นักเรียนเดาข้อสอบปรนัย ข้อ ข้อละ ตัวเลือกที่ถูกเพียงข้อเดียว หาโอกาสตอบผิดทุกข้อ และโอกาสตอบถูกพอดี ข้อ ตอบเป็นทศนิยมสี่ตำแหน่ง
- ตรวจเงื่อนไข จำนวนข้อคงที่ แต่ละข้อถูกหรือผิด การเดาแต่ละข้อไม่ขึ้นต่อกัน และโอกาสถูก ทุกข้อ จึงได้
- ผิดทุกข้อคือ ได้ ประมาณ
- ถูกพอดี ข้อ ได้ ประมาณ
- ถ้าลืม จะได้แค่โอกาสของลำดับเดียว เช่น ถูกสามข้อแรกแล้วผิดที่เหลือ ซึ่งเล็กกว่าคำตอบจริง เท่า
ตัวอย่าง 3
จากตัวอย่างที่ 2 หาโอกาสได้ ข้อขึ้นไป ตอบเป็นทศนิยมสี่ตำแหน่ง
- ได้ ข้อขึ้นไปคือ เกิดพร้อมกันไม่ได้ จึงบวกโอกาสทั้งหกค่า
- ทุกพจน์มีตัวส่วน ตัวเศษของ คือ ได้
- คำนวณได้
- โอกาสจึงเป็น ประมาณ หรือไม่ถึงร้อยละ การเดาจึงแทบไม่มีทางผ่านครึ่ง
ลองคิดก่อน
หยิบลูกบอลสองลูกไม่คืนจากกล่องเล็กแล้วนับแดง เป็นทวินามเพราะมีสองสีหรือไม่
ดูคำตอบ
ยังไม่เป็น เพราะไม่คืนทำให้โอกาสแดงเปลี่ยนตามผลครั้งก่อน การมีสองผลลัพธ์เป็นเพียงหนึ่งในสี่เงื่อนไข
ค่าเฉลี่ย np และความแปรปรวน np(1−p)
สูตรค่าเฉลี่ยเดาได้จากสามัญสำนึก เดาข้อสอบ ข้อ แต่ละข้อถูกด้วยโอกาสหนึ่งในสี่ ระยะยาวก็ควรถูกราวหนึ่งในสี่ของ ข้อ คือ ข้อ เหตุผลที่ละเอียดขึ้นใช้หน้า 50.2 มองการทดลองแต่ละครั้งเป็นตัวแปรที่มีค่า เมื่อสำเร็จและ เมื่อไม่สำเร็จ ตัวแปรนี้มีค่าคาดหมาย และความแปรปรวน จำนวนสำเร็จ คือผลบวกของตัวแปรแบบนี้ ตัว ค่าคาดหมายจึงเป็น และเพราะแต่ละครั้งเป็นอิสระ ความแปรปรวนก็บวกกันได้เป็น
ตัวอย่าง 4
แบบจำลองชิ้นงานแต่ละชิ้นผ่านด้วยโอกาส อิสระกัน ตรวจ ชิ้น ค่าคาดหมายและความแปรปรวนเท่าไร
- ค่าคาดหมาย ชิ้น
- ความแปรปรวน ชิ้นยกกำลังสอง
- ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ประมาณ ชิ้น ส่วนใหญ่จึงผ่านราว ถึง ชิ้น
ตรวจคุณภาพสินค้าแบบสุ่มตัวอย่าง
โรงงานไม่สามารถทดสอบสินค้าทุกชิ้นได้ จึงสุ่มมาตรวจบางส่วนแล้วตัดสินทั้งล็อต แบบจำลองทวินามบอกว่ากฎการตัดสินแบบหนึ่งจะปล่อยล็อตผ่านบ่อยแค่ไหน ล็อตที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับจำนวนที่สุ่มตรวจ การหยิบไม่คืนเปลี่ยนโอกาสน้อยมาก จึงใช้ทวินามประมาณได้
ตัวอย่าง 5
โรงงานหลอดไฟมีหลอดเสีย สุ่มตรวจ หลอด ถ้าพบหลอดเสียไม่เกิน หลอด จะยอมรับทั้งล็อต หาโอกาสที่ล็อตนี้ถูกยอมรับ ตอบเป็นทศนิยมสี่ตำแหน่ง
- ครั้งนี้นับหลอดเสีย จึงให้หลอดเสียเป็นสำเร็จ ได้
- ไม่เกินหนึ่งหลอดคือ หรือ
- ประมาณ
- ประมาณ
- รวมได้ประมาณ กฎนี้ปล่อยล็อตที่เสีย ผ่านราวสามในสี่ ถ้าโรงงานต้องการเข้มกว่านี้ต้องสุ่มมากขึ้นหรือลดจำนวนที่ยอมให้เสีย
รูปร่างของการแจกแจงเมื่อเปลี่ยน n และ p
ตั้งโอกาสสำเร็จเป็นครึ่งหนึ่งเพื่อดูความสมมาตร แล้วลองใกล้ศูนย์หรือหนึ่ง รูปจะแน่นที่คนละด้าน เมื่อโอกาสเป็นศูนย์หรือหนึ่งพอดี ผลลัพธ์จะคงที่และความแปรปรวนเป็นศูนย์
ลองตั้ง แล้วเลื่อน จาก ไป แท่งสูงสุดจะขยับไปทางขวาตาม และรูปจะสมมาตรขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะนี้คือจุดเริ่มของโค้งรูประฆังในหน้า 50.4
อย่างน้อยหนึ่งสำเร็จ
ถ้าเหตุการณ์มีหลายค่าของจำนวนสำเร็จ การรวมทีละ k อาจยาว โดยเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งสำเร็จที่มีส่วนเติมเต็มง่ายคือไม่สำเร็จเลย แบบจำลองทวินามให้โอกาสไม่สำเร็จทุกครั้งเป็นหนึ่งลบ p ยกกำลัง n เพราะทุกครั้งอิสระกัน ถ้าโอกาสเปลี่ยนหรือผลมีความเกี่ยวข้อง ต้องย้อนสร้างแบบจำลองใหม่
ตัวอย่าง 6
ส่งแบบทดสอบให้นักเรียนสมมติสามคน แต่ละคนส่งคืนอิสระกันด้วยโอกาส โอกาสมีอย่างน้อยหนึ่งคนส่งคืนเท่าไร
- กำหนดจำนวนส่งคืน ตามเงื่อนไขที่สมมติ
- โอกาสไม่มีใครส่งคือ
- จึงได้
ลองคิดก่อน
เพื่อนคิดโอกาสที่มีอย่างน้อยหนึ่งคนส่งคืนในตัวอย่างที่ 6 ว่า แต่ละคนส่งด้วยโอกาส มีสามคน จึงได้ ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
ความน่าจะเป็นเกิน ไม่ได้ ค่า คือค่าคาดหมายของจำนวนคนที่ส่งคืน ไม่ใช่ความน่าจะเป็น การบวกโอกาสของแต่ละคนนับกรณีที่หลายคนส่งพร้อมกันซ้ำหลายรอบ วิธีที่ถูกคือใช้ส่วนเติมเต็ม
ตรวจวิธีคิด
ความเป็นอิสระในตัวอย่างเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงของนักเรียนจริง ถ้านักเรียนช่วยกันส่งหรือได้รับข้อความเตือนร่วมกัน ผลอาจสัมพันธ์และต้องตรวจสมมติฐานก่อนนำสูตรไปใช้
สรุป
- ตรวจทั้งสี่เงื่อนไขก่อนใช้สูตร
- อย่าลืมจำนวนวิธีเลือกตำแหน่งสำเร็จ
- และ
- อย่างน้อยหนึ่งสำเร็จใช้ส่วนเติมเต็ม
- ค่าคาดหมายไม่ใช่คำรับรองจำนวนสำเร็จจริง
- เมื่อ มาก แท่งของทวินามเรียงเป็นรูประฆัง หน้าถัดไปศึกษาโค้งรูประฆังนี้กับข้อมูลที่วัดได้ต่อเนื่อง