47.1 สถิติศาสตร์ ประชากร และตัวอย่าง
สำรวจเพื่อนสิบคนว่าซื้ออาหารเช้าหรือไม่ แล้วบอกว่านักเรียนทั้งโรงเรียนคิดเหมือนกัน เป็นการก้าวจากข้อมูลเล็กไปข้อสรุปใหญ่ ต้องดูว่าเลือกสิบคนนั้นอย่างไร
บทที่ 9 แบ่งงานสถิติเป็นสี่ขั้น ตั้งคำถาม เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และแปลความหมาย บทที่ 16 และ 26 ฝึกขั้นวิเคราะห์ด้วยค่ากลาง ควอร์ไทล์ และแผนภาพกล่อง บทนี้ย้อนกลับไปที่สองขั้นแรก เพราะถ้าเก็บข้อมูลมาจากคนผิดกลุ่ม คำนวณละเอียดแค่ไหนคำตอบก็ผิด
โพลประธานนักเรียนที่ทายผิด
ก่อนเลือกตั้งประธานนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีนักเรียน คน ชมรมคอมพิวเตอร์ทำโพลออนไลน์ แล้วแชร์ลิงก์ในกลุ่มแชตของชมรมและเพจของชมรม ได้คำตอบ คน เลือกผู้สมัครหมายเลข 1 ถึง คน ชมรมจึงประกาศว่าหมายเลข 1 จะชนะขาด
วันเลือกตั้งจริงมีผู้มาใช้สิทธิ์ คน หมายเลข 1 ได้ คะแนน แพ้หมายเลข 2 ที่ได้ คะแนน ภายหลังจึงรู้ว่าผู้สมัครหมายเลข 1 เป็นรองประธานชมรมคอมพิวเตอร์ คนที่เห็นลิงก์ส่วนใหญ่จึงเป็นเพื่อนของเขา
ตัวอย่าง 1
หาร้อยละที่หมายเลข 1 ได้ในโพล และร้อยละที่ได้จริงในวันเลือกตั้ง แล้วบอกว่าต่างกันกี่จุดร้อยละ
- ในโพล ตัวหารคือผู้ตอบโพล คน ได้
- วันจริง ตัวหารคือผู้มาใช้สิทธิ์ คน ได้
- ต่างกัน จุดร้อยละ ใช้คำว่าจุดร้อยละ เพราะเป็นผลต่างของร้อยละสองตัว ไม่ใช่ร้อยละของอะไร
- ผู้ตอบ คนไม่น้อยเลย แต่ทุกคนมาจากวงเพื่อนของผู้สมัครคนเดียว ปัญหาจึงอยู่ที่วิธีได้ตัวอย่าง ไม่ใช่จำนวน
เรื่องจริงที่คล้ายกัน
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1936 นิตยสารฉบับหนึ่งส่งบัตรสำรวจไปราวสิบล้านฉบับ รายชื่อมาจากสมุดโทรศัพท์ ทะเบียนรถยนต์ และสมาชิกนิตยสาร ได้คืนมากกว่าสองล้านฉบับ ผลทำนายว่าผู้ท้าชิงจะชนะ แต่ประธานาธิบดีคนเดิมชนะขาดลอย ยุคนั้นคนที่มีโทรศัพท์และรถยนต์มักมีฐานะดีกว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศ ตัวอย่างนับล้านจึงยังเอียงไปทางเดียว
คำถามมาก่อนตัวเลข
นิยาม
ประชากรคือหน่วยทั้งหมดที่ต้องการศึกษา ตัวอย่างคือส่วนที่เลือกมาศึกษา พารามิเตอร์เป็นค่าที่สรุปประชากร ส่วนค่าสถิติเป็นค่าที่คำนวณจากตัวอย่าง
สถิติเชิงพรรณนาสรุปข้อมูลที่มี ส่วนสถิติเชิงอนุมานใช้ตัวอย่างอธิบายประชากรโดยมีความไม่แน่นอน การเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายทำให้คำว่าใครเป็นประชากรเปลี่ยนได้ จึงต้องระบุเวลา สถานที่ และหน่วยให้ชัด
ในโพลประธานนักเรียน ประชากรคือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้ง คน ตัวอย่างคือผู้ตอบโพล คน ค่า เป็นค่าสถิติ ส่วนร้อยละที่นักเรียนทั้งโรงเรียนสนับสนุนหมายเลข 1 จริงเป็นพารามิเตอร์ที่ไม่มีใครรู้ก่อนวันเลือกตั้ง
บทที่ 49 จะใช้สัญลักษณ์แยกสองอย่างนี้ ค่าเฉลี่ยของประชากรเขียน (อ่านว่า มิว) ค่าเฉลี่ยของตัวอย่างเขียน (อ่านว่า เอกซ์บาร์) จำง่ายๆ ว่าอักษรกรีกใช้กับประชากร อักษรอังกฤษใช้กับตัวอย่าง
ทำไมไม่เก็บข้อมูลจากทุกคน
การเก็บข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากรเรียกว่าสำมะโน ได้พารามิเตอร์ตรงๆ ไม่ต้องอนุมาน แต่ใช้ได้ไม่ทุกครั้ง เหตุผลที่พบบ่อยมีสามข้อ
- ประชากรใหญ่ เก็บครบต้องใช้เวลาและเงินมาก กว่าจะเสร็จคำตอบอาจไม่ทันใช้
- การวัดบางอย่างทำลายของ เช่นทดสอบว่าถ่านไฟฉายใช้ได้กี่ชั่วโมง ถ้าทดสอบทุกก้อนก็ไม่เหลือถ่านขาย
- ตัวอย่างที่เลือกดีและเก็บอย่างระวัง อาจได้ข้อมูลแม่นกว่าสำมะโนที่ทำอย่างรีบเร่ง
ระบุหน่วยวิเคราะห์
ถ้าศึกษานักเรียน หนึ่งแถวควรแทนหนึ่งคน ถ้าศึกษาการเดินทาง หนึ่งคนอาจเดินทางหลายครั้ง ห้ามสับสนจำนวนแถวกับจำนวนคน และอย่านับคำตอบซ้ำเป็นคนใหม่
ตัวอย่าง 2
โรงเรียนมี คน สุ่ม คน พบว่า คนกินอาหารเช้า สัดส่วนที่คำนวณคืออะไร
- ประชากรคือนักเรียน คน ตัวอย่างมี คน
- เป็นค่าสถิติของตัวอย่าง ไม่ใช่สัดส่วนจริงของทั้งโรงเรียนที่รู้แน่นอน
ตัวอย่าง 3
ห้องมี คน เก็บข้อมูลครบทุกคนพบว่ามีจักรยาน คน ถ้าถามเฉพาะห้องนี้สัดส่วนเป็นอะไร
- ข้อมูลครอบคลุมประชากรเป้าหมายครบ จึงเป็นสำมะโน
- เป็นพารามิเตอร์ของห้องนี้ ณ เวลาที่สำรวจ
ลองคิดก่อน
สำรวจคนจำนวนมากจากเพื่อนในชมรมเดียว จึงแทนทั้งโรงเรียนได้ดีกว่าสุ่มจำนวนน้อยเสมอหรือไม่
ดูคำตอบ
ไม่เสมอ ขนาดมากช่วยลดความผันผวนบางส่วน แต่ไม่แก้อคติจากการเลือกกลุ่มผิด ชมรมเดียวอาจต่างจากนักเรียนส่วนอื่นอย่างเป็นระบบ
ค่าสถิติเปลี่ยนไปตามตัวอย่าง
พารามิเตอร์มีค่าเดียว แต่ค่าสถิติขึ้นกับว่าบังเอิญสุ่มได้ใคร ถ้าสุ่มใหม่ก็ได้คนใหม่ ค่าสถิติจึงขยับได้ แม้ทุกครั้งจะสุ่มอย่างถูกวิธี ความต่างที่เกิดจากโชคของการสุ่มเรียกว่าความคลาดเคลื่อนจากการสุ่ม ลดลงได้ด้วยการเพิ่มขนาดตัวอย่าง
อีกแบบหนึ่งคืออคติ เกิดเมื่อวิธีเลือกหรือวิธีถามทำให้ค่าสถิติเอียงไปทางเดียวทุกครั้ง เพิ่มขนาดตัวอย่างแล้วไม่หาย โพลของชมรมคอมพิวเตอร์เป็นอคติ ถ้าแชร์ลิงก์ให้เพื่อนในชมรมตอบเพิ่มอีกพันคน ผลก็ยังเอียงไปทางหมายเลข 1
ตัวอย่าง 4
ต่อจากตัวอย่างที่ 2 ครูสามคนต่างคนต่างสุ่มนักเรียนคนละ คนจากทั้งโรงเรียน พบผู้กินอาหารเช้า คน คน และ คน ถ้าใช้แต่ละตัวอย่างประมาณจำนวนผู้กินอาหารเช้าทั้งโรงเรียน จะได้เท่าไร
- หาค่าสถิติของแต่ละตัวอย่างก่อน และ
- ประมาณจำนวนทั้งโรงเรียนด้วยการคูณสัดส่วนกับขนาดประชากร เพราะถ้าตัวอย่างเป็นตัวแทนที่ดี สัดส่วนในประชากรควรใกล้กับสัดส่วนในตัวอย่าง ได้ คน คน และ คน
- สามค่าไม่เท่ากันทั้งที่สุ่มถูกวิธีทั้งหมด นี่คือความคลาดเคลื่อนจากการสุ่ม จึงควรรายงานว่าประมาณ คน ไม่ใช่ คนพอดี
ลองคิดก่อน
ครูคนที่สองได้ ซึ่งต่างจากอีกสองคน แปลว่าครูคนนี้สุ่มผิดวิธีใช่ไหม
ดูคำตอบ
ยังสรุปไม่ได้ ตัวอย่างสุ่มที่ถูกวิธีก็ให้ค่าสถิติต่างกันได้ตามธรรมชาติ ค่า กับ ต่างจาก ไม่มาก ถ้าครูคนหนึ่งได้ ในขณะที่คนอื่นได้ราว จึงควรกลับไปตรวจว่าเลือกตัวอย่างอย่างไร เช่นอาจสุ่มเฉพาะนักเรียนที่มาสาย
หน่วยซ้ำทำให้ตัวหารเปลี่ยน
ข้อมูลที่มีหลายรายการต่อคนต้องระบุว่าต้องการสรุปต่อคนหรือต่อครั้ง เช่นบันทึกการเดินทางไปโรงเรียนห้าวันของนักเรียนคนเดิม ไม่ใช่ตัวอย่างนักเรียนใหม่ห้าคน การสรุปต่อครั้งอาจให้น้ำหนักนักเรียนที่มีข้อมูลมากกว่าคนอื่น และการไม่ระบุช่วงเวลาทำให้ข้อสรุปตรวจซ้ำไม่ได้
ตัวอย่าง 5
สำรวจนักเรียน คน คนละ วัน ได้ รายการ ถามว่าสัดส่วนผู้ใช้รถรับส่งเป็นประจำควรมีตัวหารเท่าไร
- ถ้าคำถามเป็นจำนวนนักเรียน หน่วยวิเคราะห์คือคน จึงต้องสรุปคนละหนึ่งค่าก่อนใช้ตัวหาร
- ถ้าคำถามเป็นสัดส่วนเที่ยวเดินทาง หน่วยเป็นคนต่อวันและอาจใช้ตัวหาร
- แม้ ถูกต้อง แต่สองสัดส่วนไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ตรวจวิธีคิด
ก่อนคำนวณให้เขียนประโยคหนึ่งแถวแทนอะไรไว้เสมอ แล้วตรวจว่าหนึ่งหน่วยปรากฏกี่ครั้ง การมีรหัสที่ไม่เปิดเผยตัวตนช่วยตรวจข้อมูลซ้ำโดยไม่เผยชื่อจริง
สรุป
- ประชากรถูกกำหนดด้วยคำถาม
- ค่าสถิติมาจากตัวอย่าง พารามิเตอร์มาจากประชากร
- จำนวนข้อมูลมากไม่ได้รับรองความเป็นตัวแทน
- ค่าสถิติขยับได้ตามตัวอย่างที่สุ่มได้ แต่อคติทำให้เอียงไปทางเดียวทุกครั้ง
หน้าถัดไปดูวิธีเลือกตัวอย่างที่ให้ทุกคนมีโอกาสถูกเลือกตามที่กำหนด ซึ่งเป็นทางแก้ปัญหาแบบโพลของชมรมคอมพิวเตอร์