49.1 การแจกแจงความถี่และการนำเสนอ
เวลารอรถของนักเรียนยี่สิบคนต่างกัน การดูรายการดิบทีละค่าไม่เห็นว่าค่าส่วนใหญ่อยู่ช่วงไหน ฮิสโทแกรมช่วยเห็นรูปแบบ แต่การเลือกช่วงชั้นต้องโปร่งใส
ทั้งบทนี้จะใช้ข้อมูลชุดหนึ่งเป็นแกนกลาง คือการสำรวจนักเรียน ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งจำนวน คน ว่าใช้เวลาเดินทางจากบ้านมาโรงเรียนกี่นาที ฝ่ายกิจการนักเรียนอยากรู้ว่าควรเลื่อนเวลาเข้าแถวตอนเช้าหรือไม่ คำถามแบบนี้ตอบไม่ได้ด้วยตัวเลขสี่สิบตัวที่เรียงต่อกันยาวๆ ต้องจัดข้อมูลให้เห็นภาพก่อน แล้วในหน้าถัดๆ ไปจึงคำนวณค่ากลาง การกระจาย และตำแหน่งจากข้อมูลชุดเดียวกัน จะได้เห็นว่าตัวเลขแต่ละตัวตอบคำถามคนละส่วน
ช่วงชั้นและขอบเขต
กำหนดช่วงให้ไม่ทับซ้อนและครอบคลุมข้อมูล เช่น แล้ว ค่าที่ตรงขอบต้องเข้าช่วงเดียวเท่านั้น ฮิสโทแกรมใช้แท่งติดกันเพราะแกนนอนเป็นปริมาณต่อเนื่อง ส่วนแผนภาพจุดเก็บค่าจริงไว้เหมาะกับชุดเล็ก
บทที่ 16 หน้า 16.3 เขียนช่วงชั้นของข้อมูลจำนวนเต็มเป็น ถึง แล้วใช้ขอบล่าง กับขอบบน ในบทนี้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นการวัด เช่นเวลา ซึ่งอาจเป็น นาทีก็ได้ จึงเขียนเป็นช่วงครึ่งเปิด ซึ่งบอกขอบเขตได้ตรงกว่า ไม่ว่าจะเขียนแบบไหน หลักคือผู้อ่านต้องรู้ว่าค่าที่ตรงขอบพอดีอยู่ช่วงใด
ตัวอย่าง 1
เวลารอ นาที จัดช่วง กับ
- ช่วงแรกมี สามค่า ช่วงหลังมี สามค่า
- ค่า อยู่ช่วงหลังเพียงครั้งเดียว ผลรวมความถี่
ความถี่สัมพัทธ์และความถี่สะสม
ความถี่บอกว่ามีกี่คน แต่ถ้าจะเทียบกับโรงเรียนอื่นที่สำรวจ คน ตัวเลขจำนวนคนเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นสัดส่วนก่อน
นิยาม
ความถี่สัมพัทธ์ ของช่วงชั้นคือ เมื่อ เป็นความถี่ของช่วงนั้นและ เป็นจำนวนข้อมูลทั้งหมด คูณ ได้เป็นร้อยละ ความถี่สะสม ของช่วงชั้นคือผลรวมความถี่ตั้งแต่ช่วงแรกจนถึงช่วงนั้น บอกว่ามีข้อมูลกี่ตัวที่น้อยกว่าขอบบนของช่วงนั้น
ความถี่สัมพัทธ์ทุกช่วงรวมกันได้ เสมอ และความถี่สะสมของช่วงสุดท้ายต้องเท่ากับ สองข้อนี้ใช้ตรวจว่าจัดตารางครบหรือไม่ ความถี่สะสมเหมาะกับคำถามที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า มีกี่คนที่ไม่ถึง หรือ มีกี่คนที่ใช้เวลาน้อยกว่า ซึ่งเป็นคำถามที่ฝ่ายกิจการนักเรียนอยากรู้พอดี
ตัวอย่าง 2
ผลสำรวจเวลาเดินทางของนักเรียน ม.6 จำนวน คน เป็นดังตาราง จงหาความถี่สัมพัทธ์และความถี่สะสมของทุกช่วง แล้วตอบว่านักเรียนร้อยละเท่าไรใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า นาที
| เวลาเดินทาง (นาที) | ความถี่ |
|---|---|
- ตรวจก่อนว่าความถี่รวม ตรงกับจำนวนคนที่สำรวจ ถ้าไม่ตรงแปลว่าจัดตกหล่นหรือนับซ้ำ
- ความถี่สัมพัทธ์คือความถี่หารด้วย ได้ ตามลำดับ รวมกันได้ พอดี
- ความถี่สะสมคือบวกต่อกันไปทีละช่วง ได้ ช่วงสุดท้ายได้ เท่ากับจำนวนทั้งหมดตามที่ควร
- คนที่ใช้เวลาน้อยกว่า นาทีคือทุกคนในสามช่วงแรก ซึ่งอ่านได้ทันทีจากความถี่สะสมของช่วง คือ คน
- คิดเป็น เปอร์เซ็นต์ อีกราวหนึ่งในสี่ใช้เวลาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงขึ้นไป
ตารางนี้จะกลับมาอีกในหน้า 49.2 เพื่อหาค่าเฉลี่ยและมัธยฐาน และในหน้า 49.4 เพื่อหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ความสูงกับพื้นที่
ถ้าความกว้างช่วงเท่ากันใช้ความถี่เป็นความสูงได้ ถ้ากว้างไม่เท่ากันต้องใช้ความหนาแน่น ให้พื้นที่แท่งแทนความถี่ ไม่อ่านความสูงเป็นจำนวนโดยตรง
เหตุผลคือสายตาคนเราเทียบขนาดของแท่งจากพื้นที่ ถ้าเอาช่วงที่กว้างสองเท่ามาวาดด้วยความถี่ตรงๆ แท่งนั้นจะดูใหญ่เกินจริงเป็นสองเท่า เหมือนเอาสองช่วงมารวมแล้วอวดว่ามีคนมาก
ตัวอย่าง 3
ช่วงกว้าง นาทีมี คน อีกช่วงกว้าง นาทีมี คน ความหนาแน่นเท่าไร
- ช่วงแรกความสูง คนต่อนาที
- ช่วงหลัง คนต่อนาที แม้ความถี่มากกว่าแต่แท่งต่ำกว่า
ลองคิดก่อน
ฮิสโทแกรมที่แท่งสูงที่สุดต้องมีความถี่มากที่สุดเสมอไหม
ดูคำตอบ
เฉพาะเมื่อความกว้างเท่ากัน ถ้าความกว้างต่างกันต้องดูพื้นที่แท่ง ความสูงอาจบอกความหนาแน่น
รูปร่าง
ดูจุดศูนย์กลาง ความกว้าง ความเบ้ ยอดหลายกลุ่ม ช่องว่าง และค่าที่ห่างจากส่วนใหญ่ อย่าใช้ข้อมูลจัดช่วงแทนค่าจริงโดยไม่บอกว่าคำนวณประมาณจากจุดกึ่งกลาง
รูปนี้มียอดเดียวอยู่ค่อนไปทางซ้าย แล้วค่อยๆ ลาดลงไปทางขวาเป็นหางยาว เพราะมีนักเรียนไม่กี่คนที่บ้านไกลมาก แต่ไม่มีใครใช้เวลาน้อยกว่าศูนย์นาที ข้อมูลที่มีหางยาวไปทางขวาแบบนี้เรียกว่าเบ้ขวา หรือเบ้ทางบวก ส่วนข้อมูลที่หางยาวไปทางซ้ายเรียกว่าเบ้ซ้าย หรือเบ้ทางลบ เช่นคะแนนสอบที่ง่ายมากจนคนส่วนใหญ่ได้เกือบเต็ม มีแค่ไม่กี่คนที่ได้น้อย ถ้าสองข้างของยอดลาดลงพอๆ กันเรียกว่าสมมาตร
ข้อมูลที่ขึ้นกับเงินหรือเวลามักเบ้ขวา เพราะมีขอบล่างที่ศูนย์แต่ไม่มีขอบบน ชื่อของความเบ้ตั้งตามทิศของหาง ไม่ใช่ทิศของยอด
ลองคิดก่อน
เพื่อนดูฮิสโทแกรมคะแนนสอบที่แท่งสูงๆ อยู่ทางขวา คือช่วง ถึง คะแนน แล้วบอกว่าข้อมูลนี้เบ้ขวาเพราะกองอยู่ทางขวา ถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก ข้อมูลกองอยู่ทางขวาแปลว่ายอดอยู่ทางขวา หางจึงยื่นยาวไปทางซ้ายที่คะแนนน้อย ข้อมูลนี้เบ้ซ้าย ชื่อความเบ้ดูจากหาง เพราะหางคือส่วนที่ดึงค่าเฉลี่ยออกไปจากกลุ่ม ซึ่งจะเห็นในหน้า 49.2
อ่านค่าประมาณจากข้อมูลจัดกลุ่ม
เมื่อเหลือเพียงตารางช่วง เราไม่รู้ว่าทุกคนอยู่ตรงไหนภายในช่วง การใช้จุดกึ่งกลางคำนวณค่าเฉลี่ยจึงเป็นค่าประมาณที่สมมติให้ข้อมูลในช่วงแทนด้วยค่ากลางเดียว ถ้าช่วงกว้างหรือข้อมูลกองอยู่ริมช่วงมาก ค่าประมาณอาจห่างจากค่าเฉลี่ยจริง ต้องคงคำว่าประมาณไว้ในคำตอบ
ตัวอย่าง 4
ช่วง มี คน และ มี คน ประมาณค่าเฉลี่ย
- จุดกึ่งกลางสองช่วงคือ และ
- ผลรวมประมาณเป็น
- หารจำนวนคนห้าได้ประมาณ ไม่สามารถยืนยันค่าเฉลี่ยจริงโดยไม่มีค่ารายตัว
ตรวจวิธีคิด
ขอบเขตช่วงต้องใช้เกณฑ์เดียวกันทุกช่วง ห้ามนับค่าที่ขอบสองครั้ง และถ้าข้อมูลมีจำนวนเต็มจากการปัด ต้องอธิบายขอบชั้นหรือช่วงครึ่งเปิดให้ผู้อ่านรู้ว่าจัดค่าแต่ละตัวอย่างไร
ตอนนี้เรามีภาพของข้อมูลแล้ว ขั้นต่อไปคือสรุปภาพทั้งหมดด้วยตัวเลขตัวเดียวที่บอกว่าข้อมูลอยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นเรื่องของค่ากลางในหน้า 49.2
สรุป
- ช่วงต้องไม่ทับซ้อนและครอบคลุมข้อมูล
- ความถี่สัมพัทธ์ ใช้เทียบกลุ่มที่ขนาดต่างกัน ความถี่สะสมตอบคำถามว่ามีกี่ตัวที่น้อยกว่าค่าหนึ่ง
- ช่วงกว้างไม่เท่ากันใช้พื้นที่แทนความถี่
- ความเบ้ตั้งชื่อตามทิศของหาง
- การจัดช่วงทำให้สูญเสียค่ารายตัวบางส่วน