descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 20 การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองตรงกับหนังสือ ม.2 เล่ม 2 บทที่ 5

20.1 การแยกตัวประกอบโดยดึงตัวร่วม

ฝนซื้อสมุดเล่มละ xx บาท 3 เล่ม กับปากกาด้ามละ 5 บาท 3 ด้าม จ่ายทั้งหมด 3x+153x + 15 บาท ส่วนแป้งคิดอีกแบบ ซื้อสมุดหนึ่งเล่มกับปากกาหนึ่งด้ามเป็นหนึ่งชุด ราคา x+5x + 5 บาท ฝนซื้อไป 3 ชุด จึงจ่าย 3(x+5)3(x + 5) บาท

ทั้งสองคนคิดเงินก้อนเดียวกัน จึงได้ 3x+15=3(x+5)3x + 15 = 3(x + 5) ฝั่งซ้ายเป็นผลบวกของสองพจน์ ฝั่งขวาเป็นผลคูณของ 33 กับ x+5x + 5 การเปลี่ยนจากฝั่งซ้ายไปเป็นฝั่งขวาคือเรื่องของบทนี้ทั้งบท

การแยกตัวประกอบคืออะไร

นิยาม

การแยกตัวประกอบของพหุนามคือการเขียนพหุนามนั้นให้อยู่ในรูปการคูณกันของพหุนามที่มีดีกรีต่ำกว่า พหุนามแต่ละตัวที่คูณกันเรียกว่าตัวประกอบ

เทียบกับจำนวน การแยกตัวประกอบของ 1212 คือเขียน 12=2×2×312 = 2 \times 2 \times 3 ส่วนการแยกตัวประกอบของ x2+7x+10x^2 + 7x + 10 คือเขียน x2+7x+10=(x+2)(x+5)x^2 + 7x + 10 = (x + 2)(x + 5) ซึ่งเป็นการคูณพหุนามในบทที่ 15 แบบย้อนกลับ

การคูณ (บทที่ 15)การแยกตัวประกอบ (บทนี้)
3(x+5)=3x+153(x + 5) = 3x + 153x+15=3(x+5)3x + 15 = 3(x + 5)
(x+2)(x+5)=x2+7x+10(x + 2)(x + 5) = x^2 + 7x + 10x2+7x+10=(x+2)(x+5)x^2 + 7x + 10 = (x + 2)(x + 5)

ข้อดีอย่างหนึ่งคือตรวจคำตอบได้เสมอ แยกตัวประกอบเสร็จแล้วคูณกลับ ถ้าได้พหุนามตัวเดิมก็ถูก

ดึงตัวร่วมออกมา

เครื่องมือแรกคือสมบัติการแจกแจงที่ใช้มาตั้งแต่ ม.1 เขียนกลับด้าน

สมบัติการแจกแจง

ab+ac=a(b+c)ab−ac=a(b−c)ab + ac = a(b + c) \qquad ab - ac = a(b - c)

ตัว aa ที่ทุกพจน์มีเหมือนกันเรียกว่าตัวร่วม การดึงตัวร่วมให้ได้ครบในครั้งเดียว ทำทีละส่วน

  1. สัมประสิทธิ์ ใช้ ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ทุกพจน์
  2. ตัวแปร ตัวแปรที่มีในทุกพจน์ ใช้เลขชี้กำลังที่น้อยที่สุด
  3. หารแต่ละพจน์ด้วยตัวร่วม ผลที่ได้ใส่ไว้ในวงเล็บ

ตัวอย่าง 1

แยกตัวประกอบของ 6x+96x + 9 และ x2−5xx^2 - 5x

  1. 6x+96x + 9 ห.ร.ม. ของ 66 กับ 99 คือ 33 ส่วน xx ไม่ได้อยู่ในทุกพจน์ ตัวร่วมจึงเป็น 33
  2. 6x÷3=2x6x \div 3 = 2x และ 9÷3=39 \div 3 = 3 ได้ 6x+9=3(2x+3)6x + 9 = 3(2x + 3)
  3. x2−5xx^2 - 5x สัมประสิทธิ์ 11 กับ −5-5 ไม่มีตัวร่วมที่มากกว่า 11 แต่ทั้งสองพจน์มี xx อย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวร่วมจึงเป็น xx
  4. x2÷x=xx^2 \div x = x และ −5x÷x=−5-5x \div x = -5 ได้ x2−5x=x(x−5)x^2 - 5x = x(x - 5)

ตัวอย่าง 2

แยกตัวประกอบของ 8x2+12x8x^2 + 12x

  1. ห.ร.ม. ของ 88 กับ 1212 คือ 44
  2. x2x^2 กับ xx มี xx ร่วมกันหนึ่งตัว เลขชี้กำลังที่น้อยที่สุดคือ 11
  3. ตัวร่วมคือ 4x4x หารแต่ละพจน์ได้ 8x2÷4x=2x8x^2 \div 4x = 2x และ 12x÷4x=312x \div 4x = 3
  4. ได้ 8x2+12x=4x(2x+3)8x^2 + 12x = 4x(2x + 3) คูณกลับตรวจ 4x⋅2x+4x⋅3=8x2+12x4x \cdot 2x + 4x \cdot 3 = 8x^2 + 12x ถูกต้อง

ลองคิดก่อน

ภูมิแยกตัวประกอบของ 8x2+12x8x^2 + 12x ได้ 2x(4x+6)2x(4x + 6) ส่วนมายด์ได้ 4(2x2+3x)4(2x^2 + 3x) คูณกลับแล้วถูกทั้งคู่ คำตอบของใครใช้ได้

ดูคำตอบ

ยังไม่ครบทั้งคู่ ในวงเล็บของภูมิ 4x+64x + 6 ยังดึง 22 ออกได้อีก ในวงเล็บของมายด์ 2x2+3x2x^2 + 3x ยังดึง xx ออกได้อีก ถ้าทำต่อจะได้ 4x(2x+3)4x(2x + 3) เหมือนกัน การแยกตัวประกอบต้องทำจนในวงเล็บไม่มีตัวร่วมเหลือ วิธีกันพลาดคือใช้ ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ทั้งหมดกับเลขชี้กำลังที่น้อยที่สุดตั้งแต่แรก

ตัวอย่าง 3

แยกตัวประกอบของ x2+xx^2 + x และ 6x2y−9xy26x^2y - 9xy^2

  1. x2+xx^2 + x ตัวร่วมคือ xx หารได้ x2÷x=xx^2 \div x = x และ x÷x=1x \div x = 1 จึงได้ x(x+1)x(x + 1)
  2. 6x2y−9xy26x^2y - 9xy^2 ห.ร.ม. ของ 66 กับ 99 คือ 33 ทั้งสองพจน์มี xx อย่างน้อยหนึ่งตัวและ yy อย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวร่วมจึงเป็น 3xy3xy
  3. 6x2y÷3xy=2x6x^2y \div 3xy = 2x และ −9xy2÷3xy=−3y-9xy^2 \div 3xy = -3y ได้ 3xy(2x−3y)3xy(2x - 3y)

ดึงพจน์ออกหมดแล้วเหลือ 1

พจน์ที่เท่ากับตัวร่วมพอดี เมื่อหารแล้วเหลือ 11 ไม่ใช่ 00 คำตอบ x2+x=x(x)x^2 + x = x(x) ผิด เพราะ x⋅x=x2x \cdot x = x^2 พจน์ xx หายไปหนึ่งพจน์ จำนวนพจน์ในวงเล็บต้องเท่ากับจำนวนพจน์ของโจทย์เสมอ

ดึงเครื่องหมายลบออก

ถ้าพจน์แรกติดลบ นิยมดึงตัวร่วมที่ติดลบออกมา ให้พจน์แรกในวงเล็บเป็นบวก เช่น −x2+4x=−x(x−4)-x^2 + 4x = -x(x - 4) ระวังว่าทุกพจน์ในวงเล็บต้องเปลี่ยนเครื่องหมาย เพราะ 4x÷(−x)=−44x \div (-x) = -4

ตัวร่วมที่เป็นพหุนาม

ตัวร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นเอกนาม ใน x(x−2)+3(x−2)x(x - 2) + 3(x - 2) ทั้งสองพจน์มี (x−2)(x - 2) เป็นตัวประกอบ จึงดึง (x−2)(x - 2) ออกมาทั้งก้อนได้ เหมือนดึง AA ออกจาก xA+3AxA + 3A

x(x−2)+3(x−2)=(x−2)(x+3)x(x - 2) + 3(x - 2) = (x - 2)(x + 3)

จัดกลุ่มก่อนแล้วค่อยดึง

บางพหุนามไม่มีตัวร่วมที่ทุกพจน์มี แต่ถ้าจับคู่พจน์ให้ดี แต่ละคู่จะมีตัวร่วม แล้วได้ตัวร่วมก้อนเดียวกัน วิธีนี้เรียกว่าการจัดกลุ่ม และจะใช้อีกครั้งในหน้า 20.2

ตัวอย่าง 4

แยกตัวประกอบของ x2+3x+2x+6x^2 + 3x + 2x + 6

  1. ทั้งสี่พจน์ไม่มีตัวร่วม จับคู่สองพจน์แรกกับสองพจน์หลัง (x2+3x)+(2x+6)(x^2 + 3x) + (2x + 6)
  2. คู่แรกดึง xx ได้ x(x+3)x(x + 3) คู่หลังดึง 22 ได้ 2(x+3)2(x + 3)
  3. ทั้งสองก้อนมี (x+3)(x + 3) ร่วมกัน ดึงออกได้ (x+3)(x+2)(x + 3)(x + 2)
  4. ตรวจ (x+3)(x+2)=x2+5x+6(x + 3)(x + 2) = x^2 + 5x + 6 ซึ่งเท่ากับ x2+3x+2x+6x^2 + 3x + 2x + 6 ถูกต้อง

ตัวอย่าง 5

แยกตัวประกอบของ 2x2−6x+5x−152x^2 - 6x + 5x - 15

  1. คู่แรก 2x2−6x=2x(x−3)2x^2 - 6x = 2x(x - 3)
  2. คู่หลัง 5x−15=5(x−3)5x - 15 = 5(x - 3)
  3. ได้ 2x(x−3)+5(x−3)=(x−3)(2x+5)2x(x - 3) + 5(x - 3) = (x - 3)(2x + 5)

ลองคิดก่อน

ถ้าเปลี่ยนตัวอย่าง 5 เป็น 2x2−6x−5x+152x^2 - 6x - 5x + 15 คู่หลัง −5x+15-5x + 15 ควรดึงอะไรออก

ดูคำตอบ

ดึง −5-5 ออก ได้ −5x+15=−5(x−3)-5x + 15 = -5(x - 3) จะได้วงเล็บ (x−3)(x - 3) ตรงกับคู่แรก แล้วแยกต่อได้ 2x(x−3)−5(x−3)=(x−3)(2x−5)2x(x - 3) - 5(x - 3) = (x - 3)(2x - 5) ถ้าดึง 55 ออกจะได้ 5(−x+3)5(-x + 3) ซึ่งวงเล็บไม่ตรงกับคู่แรก ทำต่อไม่ได้ เมื่อจัดกลุ่มแล้ววงเล็บไม่ตรงกัน ให้ลองดึงตัวร่วมที่ติดลบ

สรุป

  • การแยกตัวประกอบคือการเขียนพหุนามเป็นผลคูณ ตรวจคำตอบได้ด้วยการคูณกลับ
  • ตัวร่วมที่ครบ ใช้ ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ กับตัวแปรที่ทุกพจน์มีโดยใช้เลขชี้กำลังที่น้อยที่สุด
  • ดึงตัวร่วมแล้วในวงเล็บต้องไม่มีตัวร่วมเหลือ และจำนวนพจน์ในวงเล็บเท่ากับของเดิม
  • พหุนามสี่พจน์ที่ไม่มีตัวร่วม ลองจัดกลุ่มทีละสองพจน์ แล้วดึงวงเล็บที่เหมือนกันออก