20.1 การแยกตัวประกอบโดยดึงตัวร่วม
ฝนซื้อสมุดเล่มละ บาท 3 เล่ม กับปากกาด้ามละ 5 บาท 3 ด้าม จ่ายทั้งหมด บาท ส่วนแป้งคิดอีกแบบ ซื้อสมุดหนึ่งเล่มกับปากกาหนึ่งด้ามเป็นหนึ่งชุด ราคา บาท ฝนซื้อไป 3 ชุด จึงจ่าย บาท
ทั้งสองคนคิดเงินก้อนเดียวกัน จึงได้ ฝั่งซ้ายเป็นผลบวกของสองพจน์ ฝั่งขวาเป็นผลคูณของ กับ การเปลี่ยนจากฝั่งซ้ายไปเป็นฝั่งขวาคือเรื่องของบทนี้ทั้งบท
การแยกตัวประกอบคืออะไร
นิยาม
การแยกตัวประกอบของพหุนามคือการเขียนพหุนามนั้นให้อยู่ในรูปการคูณกันของพหุนามที่มีดีกรีต่ำกว่า พหุนามแต่ละตัวที่คูณกันเรียกว่าตัวประกอบ
เทียบกับจำนวน การแยกตัวประกอบของ คือเขียน ส่วนการแยกตัวประกอบของ คือเขียน ซึ่งเป็นการคูณพหุนามในบทที่ 15 แบบย้อนกลับ
| การคูณ (บทที่ 15) | การแยกตัวประกอบ (บทนี้) |
|---|---|
ข้อดีอย่างหนึ่งคือตรวจคำตอบได้เสมอ แยกตัวประกอบเสร็จแล้วคูณกลับ ถ้าได้พหุนามตัวเดิมก็ถูก
ดึงตัวร่วมออกมา
เครื่องมือแรกคือสมบัติการแจกแจงที่ใช้มาตั้งแต่ ม.1 เขียนกลับด้าน
สมบัติการแจกแจง
ตัว ที่ทุกพจน์มีเหมือนกันเรียกว่าตัวร่วม การดึงตัวร่วมให้ได้ครบในครั้งเดียว ทำทีละส่วน
- สัมประสิทธิ์ ใช้ ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ทุกพจน์
- ตัวแปร ตัวแปรที่มีในทุกพจน์ ใช้เลขชี้กำลังที่น้อยที่สุด
- หารแต่ละพจน์ด้วยตัวร่วม ผลที่ได้ใส่ไว้ในวงเล็บ
ตัวอย่าง 1
แยกตัวประกอบของ และ
- ห.ร.ม. ของ กับ คือ ส่วน ไม่ได้อยู่ในทุกพจน์ ตัวร่วมจึงเป็น
- และ ได้
- สัมประสิทธิ์ กับ ไม่มีตัวร่วมที่มากกว่า แต่ทั้งสองพจน์มี อย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวร่วมจึงเป็น
- และ ได้
ตัวอย่าง 2
แยกตัวประกอบของ
- ห.ร.ม. ของ กับ คือ
- กับ มี ร่วมกันหนึ่งตัว เลขชี้กำลังที่น้อยที่สุดคือ
- ตัวร่วมคือ หารแต่ละพจน์ได้ และ
- ได้ คูณกลับตรวจ ถูกต้อง
ลองคิดก่อน
ภูมิแยกตัวประกอบของ ได้ ส่วนมายด์ได้ คูณกลับแล้วถูกทั้งคู่ คำตอบของใครใช้ได้
ดูคำตอบ
ยังไม่ครบทั้งคู่ ในวงเล็บของภูมิ ยังดึง ออกได้อีก ในวงเล็บของมายด์ ยังดึง ออกได้อีก ถ้าทำต่อจะได้ เหมือนกัน การแยกตัวประกอบต้องทำจนในวงเล็บไม่มีตัวร่วมเหลือ วิธีกันพลาดคือใช้ ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ทั้งหมดกับเลขชี้กำลังที่น้อยที่สุดตั้งแต่แรก
ตัวอย่าง 3
แยกตัวประกอบของ และ
- ตัวร่วมคือ หารได้ และ จึงได้
- ห.ร.ม. ของ กับ คือ ทั้งสองพจน์มี อย่างน้อยหนึ่งตัวและ อย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวร่วมจึงเป็น
- และ ได้
ดึงพจน์ออกหมดแล้วเหลือ 1
พจน์ที่เท่ากับตัวร่วมพอดี เมื่อหารแล้วเหลือ ไม่ใช่ คำตอบ ผิด เพราะ พจน์ หายไปหนึ่งพจน์ จำนวนพจน์ในวงเล็บต้องเท่ากับจำนวนพจน์ของโจทย์เสมอ
ดึงเครื่องหมายลบออก
ถ้าพจน์แรกติดลบ นิยมดึงตัวร่วมที่ติดลบออกมา ให้พจน์แรกในวงเล็บเป็นบวก เช่น ระวังว่าทุกพจน์ในวงเล็บต้องเปลี่ยนเครื่องหมาย เพราะ
ตัวร่วมที่เป็นพหุนาม
ตัวร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นเอกนาม ใน ทั้งสองพจน์มี เป็นตัวประกอบ จึงดึง ออกมาทั้งก้อนได้ เหมือนดึง ออกจาก
จัดกลุ่มก่อนแล้วค่อยดึง
บางพหุนามไม่มีตัวร่วมที่ทุกพจน์มี แต่ถ้าจับคู่พจน์ให้ดี แต่ละคู่จะมีตัวร่วม แล้วได้ตัวร่วมก้อนเดียวกัน วิธีนี้เรียกว่าการจัดกลุ่ม และจะใช้อีกครั้งในหน้า 20.2
ตัวอย่าง 4
แยกตัวประกอบของ
- ทั้งสี่พจน์ไม่มีตัวร่วม จับคู่สองพจน์แรกกับสองพจน์หลัง
- คู่แรกดึง ได้ คู่หลังดึง ได้
- ทั้งสองก้อนมี ร่วมกัน ดึงออกได้
- ตรวจ ซึ่งเท่ากับ ถูกต้อง
ตัวอย่าง 5
แยกตัวประกอบของ
- คู่แรก
- คู่หลัง
- ได้
ลองคิดก่อน
ถ้าเปลี่ยนตัวอย่าง 5 เป็น คู่หลัง ควรดึงอะไรออก
ดูคำตอบ
ดึง ออก ได้ จะได้วงเล็บ ตรงกับคู่แรก แล้วแยกต่อได้ ถ้าดึง ออกจะได้ ซึ่งวงเล็บไม่ตรงกับคู่แรก ทำต่อไม่ได้ เมื่อจัดกลุ่มแล้ววงเล็บไม่ตรงกัน ให้ลองดึงตัวร่วมที่ติดลบ
สรุป
- การแยกตัวประกอบคือการเขียนพหุนามเป็นผลคูณ ตรวจคำตอบได้ด้วยการคูณกลับ
- ตัวร่วมที่ครบ ใช้ ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ กับตัวแปรที่ทุกพจน์มีโดยใช้เลขชี้กำลังที่น้อยที่สุด
- ดึงตัวร่วมแล้วในวงเล็บต้องไม่มีตัวร่วมเหลือ และจำนวนพจน์ในวงเล็บเท่ากับของเดิม
- พหุนามสี่พจน์ที่ไม่มีตัวร่วม ลองจัดกลุ่มทีละสองพจน์ แล้วดึงวงเล็บที่เหมือนกันออก