descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 43 หลักการนับเบื้องต้นตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.4 บทที่ 3 และเพิ่มเติม ม.5 เล่ม 2 บทที่ 2พื้นฐานเพิ่มเติม

43.3 การจัดหมู่

คณะทำงานสามคนไม่มีตำแหน่ง การเรียกชื่อสมาชิกคนละลำดับไม่ได้เปลี่ยนคณะเดียวกัน เราจึงต้องหารจำนวนครั้งที่เรียงซ้ำออก

ครูประจำชั้นต้องส่งนักเรียน 33 คนจาก 88 คนไปช่วยงานกีฬาสี ถ้านับแบบหน้า 43.2 จะได้ 8×7×6=3368\times7\times6=336 แบบ แต่ทีมที่มีแก้ว กล้า และกิ่ง เป็นทีมเดียวกันไม่ว่าครูจะเรียกชื่อใครก่อน ตัวเลข 336336 จึงนับทีมเดียวกันซ้ำหลายครั้ง คำถามของหน้านี้คือซ้ำกี่ครั้ง และเมื่อมีเงื่อนไขอย่าง ต้องมีคนนี้ ห้ามมีคนนั้น หรือมีอย่างน้อยหนึ่งคน จะนับอย่างไรไม่ให้ขาดและไม่ให้เกิน

ทำไมต้องหารด้วย r!

เริ่มจากกรณีเล็กที่เขียนได้ครบ เลือก 33 คนจาก 44 คนคือ A B C D ถ้าสนลำดับจะได้ P4,3=24P_{4,3}=24 แบบ จัดแบบทั้ง 2424 แบบเป็นแถวตามว่าใช้คนกลุ่มไหน

กลุ่มที่ไม่สนลำดับการเรียงที่สนลำดับจำนวน
A B CABC ACB BAC BCA CAB CBA66
A B DABD ADB BAD BDA DAB DBA66
A C DACD ADC CAD CDA DAC DCA66
B C DBCD BDC CBD CDB DBC DCB66

ทุกแถวมีการเรียงเท่ากันคือ 66 แบบ เพราะคนสามคนในกลุ่มเดียวกันสลับลำดับได้ 3!=63!=6 แบบ กลุ่มหนึ่งกลุ่มจึงถูกนับซ้ำ 3!3! ครั้งพอดี ไม่มากไม่น้อยกว่านี้ จำนวนกลุ่มจึงเป็น 24÷6=424\div 6=4 เหตุผลเดียวกันใช้ได้กับทุก nn และ rr การเรียง Pn,rP_{n,r} แบบแตกออกได้เป็นกลุ่มละ r!r! แบบที่ใช้สมาชิกชุดเดียวกัน

สมบัติ

การเลือก rr สิ่งจากสิ่งต่างกัน nn สิ่งโดยไม่สนลำดับมี (nr)=n!r!(n−r)!\binom{n}{r}=\dfrac{n!}{r!(n-r)!} วิธี เพราะการเรียงสมาชิกในกลุ่มเดิม r!r! แบบควรถูกนับครั้งเดียว

อ่าน (nr)\binom{n}{r} ว่า การจัดหมู่ nn สิ่ง เลือกครั้งละ rr สิ่ง บางเล่มเขียน Cn,rC_{n,r} หมายถึงค่าเดียวกัน ในบทนี้ใช้ (nr)\binom{n}{r} ตลอด เวลาคำนวณให้เขียนแบบ Pn,rr!\dfrac{P_{n,r}}{r!} คือผลคูณ rr ตัวที่ลดทีละหนึ่งหารด้วย r!r! จะตัดทอนง่ายกว่าคูณแฟกทอเรียลเต็ม

สมบัติ (nr)=(nn−r)\binom{n}{r}=\binom{n}{n-r} มาจากการเลือกสิ่งที่จะเอากับสิ่งที่จะเหลือซึ่งกำหนดกันได้พอดี เช่นเลือก 88 คนจาก 1010 คนไปทัศนศึกษา ก็คือเลือก 22 คนที่ไม่ได้ไป จึงได้ (108)=(102)=45\binom{10}{8}=\binom{10}{2}=45 ซึ่งคำนวณง่ายกว่ามาก ถ้าโจทย์ถามอย่างน้อยหนึ่ง การนับทั้งหมดลบกรณีไม่มีเลยมักสั้นกว่าแยกหลายกรณี

ตัวอย่าง 1

ตั้งทีมสามคนจากนักเรียน 88 คนได้กี่ทีม

  1. ไม่มีตำแหน่งจึงใช้ (83)\binom{8}{3} สลับคนในทีมแล้วยังเป็นทีมเดิม
  2. คำนวณ 8×7×6/(3×2×1)=568\times7\times6/(3\times2\times1)=56 ทีม
  3. เทียบกับ 336336 ที่นับแบบสนลำดับ จะเห็นว่าแต่ละทีมถูกนับซ้ำ 336÷56=6=3!336\div56=6=3! ครั้งตามตาราง

อย่าหารซ้ำ

เมื่อใช้สูตรจัดหมู่แล้วไม่ต้องหารแฟกทอเรียลอีก การแบ่งเลือกจากคนละประเภทใช้ผลคูณของการจัดหมู่แต่ละประเภท

ลองคิดก่อน

คำว่าเลือกแปลว่าต้องใช้การจัดหมู่เสมอไหม

ดูคำตอบ

ไม่เสมอ ให้ถามว่าสลับสมาชิกแล้วเป็นผลลัพธ์ใหม่หรือไม่ ถ้าเลือกผู้ได้รางวัลที่หนึ่งและที่สองยังต้องนับลำดับ แม้ใช้คำว่าเลือก

เงื่อนไขต้องมีหรือห้ามมีบางคน

เงื่อนไขที่ระบุตัวคนจัดการได้ด้วยการตัดสินเรื่องคนนั้นก่อน ถ้าคนนั้นต้องอยู่ในทีม ก็ใส่เขาเข้าทีมไปเลย แล้วเลือกที่นั่งที่เหลือจากคนที่เหลือ ถ้าคนนั้นห้ามอยู่ ก็ตัดเขาออกจากรายชื่อแล้วเลือกจากคนที่เหลือ ทั้งสองแบบขนาดทีมกับจำนวนคนที่ให้เลือกลดลงพร้อมกัน

ตัวอย่าง 2

ห้องหนึ่งมีกรรมการนักเรียนที่ลงสมัคร 1010 คน รวมทั้งเอกับบี ต้องเลือกตัวแทน 44 คนไปประชุม (1) ถ้าเอต้องได้ไปแน่นอน เลือกได้กี่วิธี (2) ถ้าเอกับบีห้ามไปพร้อมกัน เลือกได้กี่วิธี

  1. ข้อ (1) ใส่เอเข้าทีมก่อน เหลือที่ว่าง 33 ที่ และเหลือคนให้เลือก 99 คน ได้ (93)=9×8×76=84\binom{9}{3}=\dfrac{9\times8\times7}{6}=84 วิธี
  2. ข้อ (2) นับตรงต้องแยกสามกรณี คือมีเอไม่มีบี มีบีไม่มีเอ และไม่มีทั้งคู่ ใช้ส่วนเติมเต็มจะสั้นกว่า เพราะกรณีต้องห้ามมีกรณีเดียวคือเอกับบีไปด้วยกัน
  3. ทีมทั้งหมดมี (104)=210\binom{10}{4}=210 ทีม ทีมที่มีทั้งเอและบีต้องเลือกอีก 22 คนจาก 88 คน ได้ (82)=28\binom{8}{2}=28 ทีม
  4. จึงเหลือ 210−28=182210-28=182 วิธี ตรวจด้วยการแยกกรณี (83)+(83)+(84)=56+56+70=182\binom{8}{3}+\binom{8}{3}+\binom{8}{4}=56+56+70=182 ตรงกัน

อย่างน้อยหนึ่งใช้ส่วนเติมเต็ม

คำว่าอย่างน้อยหนึ่งคนรวมหลายกรณี เช่นมีหนึ่งคน สองคน สามคน การนับทีละกรณีแล้วบวกทำได้แต่ยาว ส่วนตรงข้ามของอย่างน้อยหนึ่งคือไม่มีเลย ซึ่งมีกรณีเดียว จึงนับทั้งหมดแล้วลบกรณีไม่มีเลย

ตัวอย่าง 3

จากนักเรียนชมรมดนตรี 44 คนและชมรมกีฬา 33 คน โดยสองกลุ่มไม่มีคนซ้ำกัน เลือกสองคนให้มีนักดนตรีอย่างน้อยหนึ่งคน

  1. ทั้งหมดมี (72)=21\binom{7}{2}=21 คู่
  2. คู่ที่ไม่มีนักดนตรีคือคู่ที่มาจากชมรมกีฬาล้วน มี (32)=3\binom{3}{2}=3 คู่ จึงเหลือ 1818 คู่
  3. ตรวจด้วยการแยกกรณี นักดนตรีหนึ่งคนกับนักกีฬาหนึ่งคนได้ 4×3=124\times3=12 คู่ นักดนตรีสองคนได้ (42)=6\binom{4}{2}=6 คู่ รวม 1818 คู่ตรงกัน

ลองคิดก่อน

กับโจทย์ในตัวอย่างที่ 3 เพื่อนคิดว่า ต้องมีนักดนตรีอย่างน้อยหนึ่งคน ก็เลือกนักดนตรีมาหนึ่งคนก่อนได้ 44 วิธี แล้วเลือกอีกหนึ่งคนจาก 66 คนที่เหลือได้ 66 วิธี รวม 2424 คู่ ทำไมไม่ตรงกับ 1818

ดูคำตอบ

วิธีนี้นับคู่ที่เป็นนักดนตรีทั้งสองคนซ้ำ เช่นคู่ของเก่งกับก้อย ถูกนับตอนเลือกเก่งเป็นคนแรกแล้วได้ก้อยเป็นคนที่สอง และนับอีกครั้งตอนเลือกก้อยเป็นคนแรกแล้วได้เก่ง คู่นักดนตรีล้วนมี (42)=6\binom{4}{2}=6 คู่ แต่ละคู่ถูกนับสองครั้ง จึงเกินมา 66 พอดี 24−6=1824-6=18 การเลือกคนที่ทำให้เงื่อนไขเป็นจริงก่อนแล้วเลือกที่เหลืออย่างอิสระ จะนับซ้ำทุกครั้งที่กลุ่มหนึ่งมีคนแบบนั้นมากกว่าหนึ่งคน ให้ใช้ทั้งหมดลบไม่มีเลย หรือแยกกรณีตามจำนวนคนที่มีจริง

แยกอย่างน้อยกับพอดี

คำว่าพอดีสองคนกับอย่างน้อยสองคนกำหนดเหตุการณ์ต่างกัน อย่างน้อยต้องรวมสอง สาม และมากกว่านั้นจนถึงขนาดกลุ่ม ถ้าเลือกจากประเภทต่างกันให้เลือกจำนวนจากแต่ละประเภทที่รวมกันได้ตามขนาดทีม แล้วบวกกรณีซึ่งไม่มีทางซ้ำกัน

ตัวอย่าง 4

มีนักเรียน ม.4 สี่คนและ ม.5 สามคน เลือกทีมสามคน (1) ให้มี ม.5 พอดีหนึ่งคน ได้กี่ทีม (2) ให้มี ม.5 อย่างน้อยสองคน ได้กี่ทีม

  1. ข้อ (1) เลือก ม.5 หนึ่งจากสามได้ (31)=3\binom{3}{1}=3
  2. เลือก ม.4 สองจากสี่ได้ (42)=6\binom{4}{2}=6
  3. จับคู่สองการเลือกมี 3×6=183\times6=18 ทีม ไม่ต้องเรียงคนในทีมอีก
  4. ข้อ (2) อย่างน้อยสองคนในทีมสามคนแปลว่ามี ม.5 สองคนหรือสามคน กรณีสองคนได้ (32)(41)=3×4=12\binom{3}{2}\binom{4}{1}=3\times4=12 ทีม กรณีสามคนได้ (33)=1\binom{3}{3}=1 ทีม
  5. สองกรณีไม่ทับกัน เพราะจำนวน ม.5 ในทีมต่างกัน รวม 1313 ทีม ตรวจว่าทุกกรณีรวมกันได้ทั้งหมด (43)+18+12+1=4+18+12+1=35=(73)\binom{4}{3}+18+12+1=4+18+12+1=35=\binom{7}{3}

ตรวจวิธีคิด

ถ้าโจทย์เปลี่ยนเป็นอย่างน้อยหนึ่งคน ต้องรวมกรณี ม.5 สองคนและสามคนเพิ่ม หรือใช้ทั้งหมดลบกรณีเลือกแต่ ม.4 การอ่านคำบอกจำนวนช่วยป้องกันเลือกสูตรถูกแต่ตอบคนละคำถาม

ใช้การจัดหมู่กับการเรียงในข้อเดียวกัน

โจทย์บางข้อมีทั้งส่วนที่ไม่สนลำดับและส่วนที่สนลำดับ ให้แบ่งงานเป็นขั้นตามความหมาย ขั้นที่เป็นการเลือกกลุ่มใช้การจัดหมู่ ขั้นที่เป็นการแจกตำแหน่งใช้การเรียง แล้วคูณกันตามหลักการคูณ

ตัวอย่าง 5

ชมรมมีสมาชิก 99 คน ต้องตั้งคณะกรรมการ 55 คน และในคณะต้องมีประธาน 11 คน ส่วนอีก 44 คนเป็นกรรมการธรรมดา ตั้งได้กี่วิธี

  1. วิธีแรก เลือกคณะ 55 คนก่อน ไม่สนลำดับ ได้ (95)=126\binom{9}{5}=126 แล้วเลือกประธานจากคณะ 55 คน ได้ 55 วิธี รวม 126×5=630126\times5=630
  2. วิธีที่สอง เลือกประธานจากทั้งชมรมก่อน ได้ 99 วิธี แล้วเลือกกรรมการธรรมดา 44 คนจาก 88 คนที่เหลือ ได้ (84)=70\binom{8}{4}=70 รวม 9×70=6309\times70=630
  3. สองวิธีได้เท่ากัน เพราะต่างก็นับคณะที่มีประธานระบุแล้วแบบละครั้งเดียว ตำแหน่งประธานต่างจากกรรมการธรรมดา จึงต้องมีขั้นเลือกประธาน แต่กรรมการธรรมดาสี่คนสลับกันแล้วเหมือนเดิม จึงไม่ต้องเรียง

สรุป

  • การจัดหมู่ไม่สนลำดับ
  • สูตรเกิดจากการหารลำดับที่ซ้ำ กลุ่มละ r!r! ครั้ง จึงได้ (nr)=n!r!(n−r)!\binom{n}{r}=\dfrac{n!}{r!(n-r)!}
  • (nr)=(nn−r)\binom{n}{r}=\binom{n}{n-r} เพราะเลือกคนที่เอาก็คือเลือกคนที่เหลือ
  • ต้องมีบางคนให้ใส่เข้าไปก่อน ห้ามมีให้ตัดออกจากรายชื่อ
  • อย่างน้อยหนึ่งอาจใช้ทั้งหมดลบไม่มีเลย อย่าเลือกคนหนึ่งก่อนแล้วเลือกที่เหลือ เพราะจะนับซ้ำ
  • ถ้ามีตำแหน่งปนอยู่ในกลุ่ม ให้แยกขั้นเลือกกลุ่มกับขั้นแจกตำแหน่ง

หน้านี้และหน้าก่อนนับของที่ต่างกันทุกชิ้นและวางเป็นแถวตรง หน้า 43.4 ในสายเพิ่มเติมจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อของบางชิ้นเหมือนกัน หรือเมื่อนั่งเป็นวงกลม ซึ่งเหตุผลเรื่องหารการนับซ้ำในหน้านี้จะกลับมาใช้อีก