descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 37 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึมตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.4 เล่ม 2 บทที่ 2เพิ่มเติม

37.1 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล

ถ้าจำนวนผู้ชมคลิปเพิ่มเป็นสองเท่าทุกวัน จำนวนที่เพิ่มแต่ละวันจะไม่คงที่ แต่สัดส่วนระหว่างวันติดกันคงที่ การมีตัวแปรอยู่บนเลขชี้กำลังอธิบายการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ได้

ลองเทียบคลิปสองคลิป ทั้งคู่มีผู้ชม 100100 คนในวันแรกที่ลง คลิปแรกมีคนดูเพิ่มวันละ 100100 คนเท่ากันทุกวัน คลิปที่สองมีคนแชร์ต่อ จำนวนผู้ชมจึงเพิ่มเป็นสองเท่าทุกวัน

วันที่ tt0123410
เพิ่มวันละ 1001001002003004005001100
เพิ่มเป็นสองเท่า1002004008001600102400

สองวันแรกตัวเลขเท่ากันจนแยกไม่ออก แต่พอถึงวันที่ 1010 คลิปที่สองมีผู้ชมมากกว่าเกือบร้อยเท่า ความต่างนี้มาจากวิธีเพิ่ม คลิปแรกบวกจำนวนเท่าเดิมทุกวัน ส่วนคลิปที่สองคูณด้วยจำนวนเท่าเดิมทุกวัน ยิ่งจำนวนที่ถูกคูณโตขึ้น ส่วนที่เพิ่มก็ยิ่งโตตาม หน้านี้จะศึกษาฟังก์ชันที่อธิบายการคูณซ้ำแบบนี้

จากการคูณซ้ำสู่ฟังก์ชัน

ผู้ชมคลิปที่สองในวันที่ tt คือ 100100 คูณด้วย 22 ไปอีก tt ครั้ง เขียนสั้นๆ ได้ว่า N(t)=100⋅2tN(t) = 100 \cdot 2^t สังเกตว่าตัวแปร tt อยู่บนเลขชี้กำลัง ไม่ได้อยู่ที่ฐาน ต่างจากฟังก์ชันกำลังสองในบทที่ 25 ที่ตัวแปรอยู่ที่ฐาน เช่น x2x^2

ถ้าถามจำนวนผู้ชมแค่วันเต็มๆ เลขชี้กำลังก็เป็นจำนวนนับ ใช้ความหมายเดิมจากบทที่ 14 ได้ทันที แต่ถ้าอยากรู้ค่าตอนกลางวันที่ 11 กับวันที่ 22 คือ t=1.5t = 1.5 จะต้องใช้ 21.52^{1.5} ซึ่งหน้า 35.2 ให้ความหมายไว้แล้วว่า 23/2=23=222^{3/2} = \sqrt{2^3} = 2\sqrt{2} ประมาณ 2.832.83 ส่วนเลขชี้กำลังที่เป็นจำนวนอตรรกยะอย่าง 222^{\sqrt{2}} ให้คิดว่าเป็นค่าที่ 21.42^{1.4} 21.412^{1.41} 21.4142^{1.414} ขยับเข้าไปหาเรื่อยๆ เราจึงยกกำลังด้วยจำนวนจริงทุกจำนวนได้ และวาดกราฟเป็นเส้นต่อเนื่องได้

นิยาม

f(x)=axf(x)=a^x เมื่อ a>0a>0 และ a≠1a\ne1 มีโดเมน R\mathbb R เรนจ์ (0,∞)(0,\infty) ผ่าน (0,1)(0,1) และไม่ตัดแกน xx

เงื่อนไขของฐานแต่ละข้อมีเหตุผล

  • ฐานต้องบวกเพื่อให้กำลังทุกค่าจริงนิยามได้ ถ้าฐานเป็น −4-4 จะได้ (−4)1/2=−4(-4)^{1/2} = \sqrt{-4} ซึ่งไม่ใช่จำนวนจริง กราฟจะขาดเป็นจุดๆ
  • ฐานเป็นศูนย์ไม่ได้ เพราะ 0x0^x เป็นศูนย์เมื่อ xx บวก และไม่มีความหมายเมื่อ xx เป็นศูนย์หรือติดลบ
  • ถ้าฐานเป็นหนึ่งจะได้ฟังก์ชันคงตัว 1x=11^x = 1 ทุกค่า xx ไม่ใช่กรณีที่ศึกษาในบทนี้ และหน้าถัดไปจะเห็นว่าฟังก์ชันนี้ย้อนกลับไม่ได้

ส่วนจุด (0,1)(0, 1) มาจาก a0=1a^0 = 1 ในบทที่ 14 ทุกฐานจึงผ่านจุดนี้เหมือนกันหมด ไม่ว่าฐานจะเป็นเท่าไร

ลองคิดก่อน

เพื่อนบอกว่า y=x2y = x^2 กับ y=2xy = 2^x เป็นฟังก์ชันชนิดเดียวกัน เพราะมีเลข 22 กับ xx เหมือนกัน เพื่อนพูดถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก x2x^2 คือ xx คูณตัวเองสองครั้ง ฐานเปลี่ยนตาม xx แต่จำนวนครั้งคงที่ ส่วน 2x2^x คือ 22 คูณกัน xx ครั้ง ฐานคงที่แต่จำนวนครั้งเปลี่ยน ลองแทน x=10x = 10 จะได้ 102=10010^2 = 100 แต่ 210=10242^{10} = 1024 และเมื่อ xx ติดลบ x2x^2 ยังโตขึ้นได้ แต่ 2x2^x เล็กลงเข้าหาศูนย์ กราฟสองเส้นนี้หน้าตาต่างกันมาก

ฐานกำหนดทิศการเปลี่ยน

สำหรับ 2x2^x เมื่อ x=−2,−1,0,1,2x=-2,-1,0,1,2 ได้ 1/4,1/2,1,2,41/4,1/2,1,2,4 ส่วน (1/2)x=2−x(1/2)^x=2^{-x} มีค่ากลับลำดับ

xx−2−10123
2x2^x14\tfrac{1}{4}12\tfrac{1}{2}1248
(12)x\left(\tfrac{1}{2}\right)^x42112\tfrac{1}{2}14\tfrac{1}{4}18\tfrac{1}{8}

อ่านตารางแถวบนจากซ้ายไปขวา ทุกครั้งที่ xx เพิ่มหนึ่ง ค่าถูกคูณด้วย 22 ค่าจึงโตขึ้นเรื่อยๆ อ่านแถวล่าง ทุกครั้งที่ xx เพิ่มหนึ่ง ค่าถูกคูณด้วย 12\tfrac{1}{2} คือถูกแบ่งครึ่ง ค่าจึงเล็กลงเรื่อยๆ ทั้งสองแถวไม่เคยเป็นศูนย์หรือติดลบ เพราะแบ่งครึ่งจำนวนบวกกี่ครั้งก็ยังได้จำนวนบวก แค่เล็กลงจนเกือบศูนย์ แกน xx จึงเป็นเส้นกำกับแนวนอนที่กราฟเข้าใกล้แต่ไม่แตะ

−3−2−11232468xyy = 2xy = (1/2)x(0, 1)
กราฟ y=2xy = 2^x (ส้ม) กับ y=(12)xy = \left(\tfrac{1}{2}\right)^x (เขียว) ผ่าน (0,1)(0, 1) ทั้งคู่และสะท้อนกันข้ามแกน yy

กราฟสองเส้นสะท้อนกันข้ามแกน yy เพราะ (12)x=2−x\left(\tfrac{1}{2}\right)^x = 2^{-x} ค่าของเส้นเขียวที่ xx จึงเท่ากับค่าของเส้นส้มที่ −x-x การเขียนตารางช่วยตรวจว่ากราฟที่วาดเพิ่มหรือลดถูกด้าน

ถ้า a>1a>1 กราฟเพิ่ม ถ้า 0<a<10<a<1 กราฟลด แม้ค่าจะเข้าใกล้ศูนย์แต่ไม่เคยเป็นศูนย์ ฐานยิ่งห่างจาก 11 กราฟยิ่งชัน เพราะตัวคูณต่อหนึ่งหน่วยใหญ่ขึ้น (หรือเล็กลงมาก) ลองเลื่อนฐานในกราฟข้างล่างดู ตอนนี้ให้ดูแค่เส้นสีส้ม เส้นประเขียวจะใช้ในหน้าถัดไป

ลองฐานสอง หนึ่งส่วนสอง และหนึ่ง แล้วอธิบายว่าเหตุใดฐานหนึ่งจึงสร้างลอการิทึมผกผันไม่ได้

ตัวอย่าง 1

เปรียบเทียบ 3−23^{-2} กับ 3−13^{-1} และอธิบายทิศของกราฟ

  1. เปลี่ยนเลขชี้กำลังติดลบเป็นส่วนกลับตามบทที่ 14 ได้ 3−2=132=193^{-2}=\tfrac{1}{3^2}=\tfrac{1}{9} และ 3−1=133^{-1}=\tfrac{1}{3}
  2. เทียบสองค่า 19\tfrac{1}{9} น้อยกว่า 13\tfrac{1}{3} จึงได้ว่า เมื่อข้อมูลเข้าเพิ่มจาก −2-2 เป็น −1-1 ผลเพิ่มจาก 19\tfrac{1}{9} เป็น 13\tfrac{1}{3}
  3. ผลนี้สอดคล้องกับฐาน 33 ที่มากกว่าหนึ่ง ซึ่งเป็นฟังก์ชันเพิ่มทุกช่วง รวมทั้งช่วงที่ xx ติดลบด้วย ไม่ใช่เพิ่มเฉพาะฝั่งบวก

ตัวอย่าง 2

เรียง (0.8)−1(0.8)^{-1} (0.8)0(0.8)^{0} และ (0.8)2(0.8)^{2} จากมากไปน้อย โดยใช้ทิศของกราฟ แล้วตรวจด้วยการคำนวณ

  1. ฐาน 0.80.8 อยู่ระหว่างศูนย์กับหนึ่ง ฟังก์ชัน (0.8)x(0.8)^x จึงลด ยิ่งเลขชี้กำลังมาก ค่ายิ่งน้อย
  2. เลขชี้กำลังเรียงจากน้อยไปมากคือ −1-1 00 22 ค่าจึงเรียงกลับกัน ได้ (0.8)−1(0.8)^{-1} มากที่สุด แล้ว (0.8)0(0.8)^{0} แล้ว (0.8)2(0.8)^{2}
  3. ตรวจ (0.8)−1=10.8=1.25(0.8)^{-1} = \tfrac{1}{0.8} = 1.25 และ (0.8)0=1(0.8)^0 = 1 และ (0.8)2=0.64(0.8)^2 = 0.64 เรียงตรงกับที่คาดไว้

ข้อนี้ใช้ทิศของกราฟแทนการคำนวณ ซึ่งสำคัญมากในหน้า 37.3 เพราะการแก้อสมการก็คือการเทียบค่าแบบนี้ แต่ย้อนจากค่าไปหาเลขชี้กำลัง

ลองคิดก่อน

เมื่อ xx ติดลบ 2x2^x จะติดลบหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ติดลบ เลขชี้กำลังลบให้ส่วนกลับ เช่น 2−3=1/82^{-3}=1/8 ฐานบวกยกกำลังจริงยังเป็นบวก ที่หลายคนพลาดเพราะไปนึกถึง −23=−8-2^3 = -8 ซึ่งเครื่องหมายลบอยู่หน้าฐาน ไม่ได้อยู่บนเลขชี้กำลัง

เลื่อนกราฟ

กราฟ y=ax−h+ky = a^{x-h}+k ได้จากการเลื่อน y=axy = a^x ไปทางขวา hh หน่วยและขึ้น kk หน่วย หลักเดียวกับการเลื่อนพาราโบลาในบทที่ 25 การเลื่อน ax−h+ka^{x-h}+k ย้ายจุด (0,1)(0,1) ไปเป็น (h,1+k)(h,1+k) และย้ายเส้นกำกับแนวนอนจาก y=0y=0 ไปเป็น y=ky=k เรนจ์จึงเป็น (k,∞)(k,\infty) เมื่อไม่มีการสะท้อน

เหตุผลของเรนจ์ไม่ต้องจำ ให้คิดเป็นสองขั้น ขั้นแรก ax−ha^{x-h} เป็นบวกเสมอ ขั้นสองบวก kk เข้าไปทุกค่า จึงได้ผลมากกว่า kk เสมอ แต่ ax−ha^{x-h} เล็กลงจนเกือบศูนย์ได้ ผลจึงเข้าใกล้ kk ได้มากเท่าไรก็ได้แต่ไม่ถึง การหาเรนจ์ด้วยการไล่ขอบเขตแบบนี้ใช้วิธีเดียวกับหน้า 36.3

ตัวอย่าง 3

หาเรนจ์และเส้นกำกับแนวนอนของ f(x)=2x−1−3f(x)=2^{x-1}-3 แล้วหาจุดบนกราฟสองจุด

  1. ดูส่วนที่เป็นกำลังก่อน 2x−12^{x-1} มีฐานบวก จึงมากกว่าศูนย์เสมอ บวก −3-3 ทั้งสองข้างได้ f(x)>−3f(x)>-3
  2. ถามต่อว่าค่าที่มากกว่า −3-3 ทุกค่าเกิดขึ้นได้จริงไหม เพราะ 2x−12^{x-1} รับค่าบวกได้ทุกค่า ตั้งแต่ใกล้ศูนย์ไปจนใหญ่แค่ไหนก็ได้ เรนจ์จึงเป็น (−3,∞)(-3,\infty) ไม่รวม −3-3
  3. เส้นกำกับคือ y=−3y=-3 ซึ่งเป็นเส้นที่แกน xx เดิมถูกเลื่อนลงไป
  4. หาจุดโดยเลือก xx ที่ทำให้เลขชี้กำลังง่าย f(1)=20−3=−2f(1)=2^0-3=-2 ตรงกับจุด (h,1+k)=(1,−2)(h, 1+k) = (1, -2) และ f(3)=22−3=1f(3)=2^2-3=1

เทียบผลต่างกับอัตราส่วน

ถ้าเวลาห่างกันเท่ากัน แบบจำลองเชิงเส้นรักษาผลต่าง แต่แบบจำลองเอกซ์โพเนนเชียลรักษาอัตราส่วน การตรวจนี้ช่วยเลือกสูตรก่อนวาดกราฟ ย้อนไปดูตารางคลิปตอนต้นหน้า คลิปแรกมีผลต่างวันละ 100100 เท่ากันหมด คลิปที่สองมีอัตราส่วนวันถัดไปต่อวันก่อนเป็น 22 เท่ากันหมด

ตัวอย่าง 4

ร้านหนึ่งจดยอดสมาชิกสองแบบ แบบ A เป็น 5,8,11,145, 8, 11, 14 และแบบ B เป็น 5,10,20,405, 10, 20, 40 ในเดือนที่ 0,1,2,30, 1, 2, 3 แบบไหนเป็นเชิงเส้น แบบไหนเป็นเอกซ์โพเนนเชียล และเดือนที่ 44 ควรเป็นเท่าไร

  1. หาผลต่างของแบบ A ได้ 3,3,33, 3, 3 เท่ากันทุกช่วง แบบ A จึงเป็นเชิงเส้น เดือนที่ 44 ได้ 14+3=1714 + 3 = 17
  2. หาผลต่างของแบบ B ได้ 5,10,205, 10, 20 ไม่คงที่ จึงไม่ใช่เชิงเส้น ลองหาอัตราส่วนแทน 105=2010=4020=2\tfrac{10}{5} = \tfrac{20}{10} = \tfrac{40}{20} = 2 คงที่ แบบ B จึงเป็นเอกซ์โพเนนเชียล
  3. เดือนที่ 44 ของแบบ B ได้ 40×2=8040 \times 2 = 80 หรือเขียนเป็นสูตร 5⋅24=805 \cdot 2^4 = 80

ตัวอย่าง 5

ข้อมูลเริ่มต้น 4,12,364,12,36 เมื่อเวลา 0,1,20,1,2 ถ้าระบุว่าเป็นเอกซ์โพเนนเชียล จงหาแบบจำลองและค่าที่เวลา 44

  1. อัตราส่วนติดกันคือ 124=3\tfrac{12}{4} = 3 และ 3612=3\tfrac{36}{12} = 3 ทั้งสองรอบ ตัวคูณต่อหนึ่งหน่วยเวลาจึงเป็น 33 ส่วนค่าเริ่มต้นที่เวลา 00 คือ 44
  2. จึงได้ N(t)=4(3t)N(t)=4(3^t) ตรวจที่ t=2t = 2 ได้ 4×9=364 \times 9 = 36 ตรงกับข้อมูล
  3. N(4)=4(81)=324N(4)=4(81)=324 ไม่ใช่ต่อผลต่างล่าสุดแบบเชิงเส้น ถ้าใช้ผลต่าง 2424 บวกต่อไปสองรอบจะได้แค่ 8484 ซึ่งผิดชนิดของแบบจำลอง

การมีตัวคูณหน้า ata^t ไม่เปลี่ยนอัตราส่วนต่อหนึ่งหน่วยเวลา แต่เปลี่ยนค่าตั้งต้นที่ t=0t=0 อย่าสับสนฐานสามกับตัวคูณสี่ เพราะทำหน้าที่คนละส่วนของแบบจำลอง

ลองคิดก่อน

เพื่อนจัดรูป 4⋅3t4 \cdot 3^t เป็น 12t12^t เพราะ 4×3=124 \times 3 = 12 ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ตามลำดับการดำเนินการ ยกกำลังก่อนคูณ 4⋅3t4 \cdot 3^t คือ 44 คูณกับ 3t3^t ส่วน 12t12^t คือ 4t⋅3t4^t \cdot 3^t ต่างกันตั้งแต่ t=2t = 2 ข้างแรกได้ 4×9=364 \times 9 = 36 แต่ 122=14412^2 = 144 ตัวคูณ 44 ไม่ได้ถูกยกกำลังด้วย

ร้อยละที่เพิ่มคงที่ก็เป็นอัตราส่วนคงที่เช่นกัน หน้า 35.3 แสดงว่าเพิ่ม 10%10\% คือคูณด้วย 1.11.1 ถ้าราคาขนมกล่องหนึ่งเป็น 5050 บาทและขึ้นปีละ 10%10\% ราคาหลัง tt ปีคือ 50(1.1)t50(1.1)^t หลังสองปีได้ 50×1.21=60.550 \times 1.21 = 60.5 บาท ไม่ใช่ 6060 บาท เพราะปีที่สองขึ้นจากราคาใหม่ 5555 บาท ไม่ใช่จากราคาเดิม

ถ้าถามกลับว่าคลิปที่สองจะมีผู้ชมถึง 1000010000 คนในวันไหน เราต้องแก้ 100⋅2t=10000100 \cdot 2^t = 10000 หรือ 2t=1002^t = 100 ตัวไม่รู้อยู่บนเลขชี้กำลัง และไม่มีจำนวนเต็มใดทำให้ 2t=1002^t = 100 พอดี หน้าถัดไปจะสร้างเครื่องมือชื่อลอการิทึมไว้ตอบคำถามแบบนี้

สรุป

  • f(x)=axf(x) = a^x มีตัวแปรอยู่บนเลขชี้กำลัง ฐานต้องบวกและไม่เท่ากับหนึ่ง
  • โดเมนทุกจำนวนจริง เรนจ์บวก ทุกฐานผ่าน (0,1)(0, 1)
  • ฐานมากกว่าหนึ่งเพิ่ม ฐานระหว่างศูนย์กับหนึ่งลด
  • การเลื่อนแนวตั้งเปลี่ยนเรนจ์และเส้นกำกับ
  • ผลต่างคงที่คือเชิงเส้น อัตราส่วนคงที่คือเอกซ์โพเนนเชียล