descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 10 ทฤษฎีบทพีทาโกรัสตรงกับหนังสือ ม.2 เล่ม 1 บทที่ 1

10.1 ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

ออกจากบ้านเดินไปทางทิศตะวันออก 400 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเดินขึ้นทิศเหนืออีก 300 เมตรก็ถึงโรงเรียน ถ้ามีทางเดินตรงจากบ้านไปโรงเรียน ทางนั้นยาวกี่เมตร

ตอบ 700 เมตรไม่ได้ เพราะทางตรงต้องสั้นกว่าทางที่เลี้ยว ถ้าวาดรูปย่อส่วนให้แม่นแล้วเอาไม้บรรทัดวัดก็พอได้คำตอบ แต่ช้าและคลาดเคลื่อนง่าย ทางที่เดินกับทางตรงประกอบกันเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีมุมฉากหนึ่งมุม หน้านี้จะหาความสัมพันธ์ของด้านทั้งสามของรูปแบบนี้ แล้วหน้า 10.2 จะกลับมาตอบคำถามนี้ด้วยการคำนวณ

ส่วนต่างๆ ของรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

CBAabc
มุม C เป็นมุมฉาก ด้าน c อยู่ตรงข้ามมุมฉาก

นิยาม

ในรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

  • ด้านประกอบมุมฉาก คือด้านสองด้านที่เป็นแขนของมุมฉาก ในรูปคือ aa และ bb
  • ด้านตรงข้ามมุมฉาก คือด้านที่อยู่ตรงข้ามกับมุมฉาก ในรูปคือ cc ด้านนี้ยาวที่สุดเสมอ

หนังสือเรียนนิยมตั้งชื่อด้านด้วยตัวพิมพ์เล็กของมุมที่อยู่ตรงข้าม ด้าน aa อยู่ตรงข้ามมุม AA ด้าน cc อยู่ตรงข้ามมุม CC แต่โจทย์ไม่จำเป็นต้องให้มุมฉากอยู่ที่ CC เสมอ จึงต้องหาให้เป็นว่าด้านไหนอยู่ตรงข้ามมุมฉาก

ตัวอย่าง 1

บอกด้านตรงข้ามมุมฉากของรูปสามเหลี่ยมต่อไปนี้

(1) รูปสามเหลี่ยม PQRPQR มีมุม RR เป็นมุมฉาก (2) รูปสามเหลี่ยม XYZXYZ มีมุม XX เป็นมุมฉาก

  1. ด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมใด คือด้านที่ไม่มีชื่อของมุมนั้นอยู่ในชื่อด้าน
  2. มุม RR เป็นมุมฉาก ด้านที่ไม่มีตัว RR คือ PQPQ จึงเป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก ส่วน PRPR กับ QRQR เป็นด้านประกอบมุมฉาก
  3. มุม XX เป็นมุมฉาก ด้านที่ไม่มีตัว XX คือ YZYZ จึงเป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก ส่วน XYXY กับ XZXZ เป็นด้านประกอบมุมฉาก

สี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านทั้งสาม

นักคณิตศาสตร์กรีกโบราณไม่ได้มองความยาวของด้านตรงๆ แต่สร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนแต่ละด้าน แล้วเทียบพื้นที่ สี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านที่ยาว aa มีพื้นที่ a2a^2 บนด้าน bb มีพื้นที่ b2b^2 และบนด้าน cc มีพื้นที่ c2c^2

ก่อนลากจุด ลองเดาก่อนว่าพื้นที่ c2c^2 จะสัมพันธ์กับ a2a^2 และ b2b^2 อย่างไร แล้วลากจุด AA ขึ้นลงและจุด BB ซ้ายขวา ดูว่าเดาถูกไหม

ลากจุดสีส้ม AA และ BB ความยาวด้าน aa และ bb เปลี่ยนทีละ 1 หน่วย ตัวเลขในสี่เหลี่ยมคือพื้นที่

ทุกตำแหน่งที่ลากไป พื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีส้มบนด้าน cc เท่ากับพื้นที่ของสองรูปที่เหลือรวมกันพอดี เครื่องคำนวณพื้นที่ให้ก็จริง แต่ตรวจเองได้ด้วยการนับช่องตาราง

ตัวอย่าง 2

รูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่ a=4a = 4 และ b=3b = 3 หน่วย สี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้าน cc วางเอียงอยู่ นับช่องตรงๆ ไม่ได้ จงหาพื้นที่ของมันจากตาราง

  1. สี่เหลี่ยมจัตุรัสเอียงรูปนี้มีจุดยอดอยู่ที่ (4,0)(4, 0) (0,3)(0, 3) (3,7)(3, 7) และ (7,4)(7, 4) ล้อมมันด้วยสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งตรงด้านยาว 3+4=73 + 4 = 7 หน่วย มีพื้นที่ 4949 ตารางหน่วย
  2. ส่วนที่เกินมาคือรูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่มุมทั้งสี่ ทุกรูปมีด้านประกอบมุมฉากยาว 33 และ 44 หน่วย มีพื้นที่รูปละ 12×3×4=6\tfrac{1}{2} \times 3 \times 4 = 6 ตารางหน่วย
  3. พื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสเอียงคือ 49−4×6=2549 - 4 \times 6 = 25 ตารางหน่วย
  4. เทียบกับอีกสองรูป a2+b2=16+9=25a^2 + b^2 = 16 + 9 = 25 เท่ากันจริง

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

สำหรับรูปสามเหลี่ยมมุมฉากใดๆ กำลังสองของความยาวของด้านตรงข้ามมุมฉาก เท่ากับผลบวกของกำลังสองของความยาวของด้านประกอบมุมฉาก

ถ้าด้านประกอบมุมฉากยาว aa และ bb หน่วย ด้านตรงข้ามมุมฉากยาว cc หน่วย จะได้

c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2

ทฤษฎีบทนี้ตั้งชื่อตามพีทาโกรัส นักคณิตศาสตร์ชาวกรีก แม้คนในหลายอารยธรรมจะรู้ความสัมพันธ์นี้มาก่อนแล้ว และจากสูตรจะเห็นว่า c2c^2 มากกว่าทั้ง a2a^2 และ b2b^2 ด้านตรงข้ามมุมฉากจึงยาวที่สุดเสมอ

ทำไมจึงเป็นจริงทุกรูป

ตัวอย่างที่ 2 ใช้ได้กับรูปเดียว ถ้าจะบอกว่าจริงกับรูปสามเหลี่ยมมุมฉากทุกรูป ต้องพิสูจน์ด้วยความยาว aa และ bb ที่เป็นอะไรก็ได้ วิธีที่เห็นภาพชัดที่สุดคือย้ายชิ้นส่วน

เปลี่ยนค่า aa และ bb ก่อน แล้วติ๊กช่องย้ายรูปสามเหลี่ยม ดูว่าส่วนสีส้มเปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร

  1. วาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านยาว a+ba + b แล้ววางรูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่มีด้านประกอบมุมฉาก aa และ bb ไว้ที่มุมทั้งสี่ ช่องที่เหลือตรงกลางมีด้านทั้งสี่ยาว cc และทุกมุมเป็นมุมฉาก จึงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีพื้นที่ c2c^2
  2. ย้ายรูปสามเหลี่ยมทั้งสี่มาจับคู่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองรูปในกรอบเดิม ช่องที่เหลือกลายเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้าน aa กับด้าน bb มีพื้นที่รวม a2+b2a^2 + b^2
  3. กรอบใหญ่เท่าเดิม รูปสามเหลี่ยมสี่รูปก็เท่าเดิม พื้นที่ที่เหลือจึงต้องเท่ากัน ได้ c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2
ทำไมช่องตรงกลางมีมุมฉาก

ดูที่มุมของช่องตรงกลางตรงจุดที่อยู่บนขอบล่าง มุมบนเส้นตรงรวมกันได้ 180∘180^\circ ประกอบด้วยมุมแหลมสองมุมของรูปสามเหลี่ยมคนละรูปกับมุมของช่องตรงกลาง มุมแหลมสองมุมนั้นเป็นมุมแหลมคนละมุมของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากรูปเดียวกัน จึงรวมกันได้ 90∘90^\circ มุมของช่องตรงกลางจึงเป็น 180∘−90∘=90∘180^\circ - 90^\circ = 90^\circ

ตรวจด้วยพีชคณิตก็ได้ผลเดียวกัน พื้นที่ช่องตรงกลางเท่ากับกรอบใหญ่ลบรูปสามเหลี่ยมสี่รูป

c2=(a+b)2−4×12ab=a2+2ab+b2−2ab=a2+b2c^2 = (a + b)^2 - 4 \times \tfrac{1}{2}ab = a^2 + 2ab + b^2 - 2ab = a^2 + b^2

ลองคิดก่อน

รูปสามเหลี่ยม ABCABC มีมุม AA เป็นมุมฉาก และใช้ชื่อด้านแบบหนังสือเรียน คือ aa อยู่ตรงข้ามมุม AA เพื่อนเขียนว่า c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2 เพราะสูตรในหนังสือเขียนแบบนี้ เพื่อนเขียนถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก สูตร c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2 ใช้ได้เมื่อ cc เป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก รูปนี้มุมฉากอยู่ที่ AA ด้านตรงข้ามมุมฉากคือ aa จึงต้องเขียนว่า a2=b2+c2a^2 = b^2 + c^2 จำสูตรเป็นคำพูดจะไม่พลาด กำลังสองของด้านตรงข้ามมุมฉากอยู่ข้างหนึ่ง ผลบวกกำลังสองของอีกสองด้านอยู่อีกข้าง

ตัวอย่าง 3

รูปสามเหลี่ยม DEFDEF มีมุม EE เป็นมุมฉาก จงเขียนความสัมพันธ์ตามทฤษฎีบทพีทาโกรัส

  1. มุม EE เป็นมุมฉาก ด้านที่ไม่มีตัว EE คือ DFDF จึงเป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก
  2. ด้านประกอบมุมฉากคือ DEDE และ EFEF
  3. ได้ DF2=DE2+EF2DF^2 = DE^2 + EF^2

สรุป

  • ด้านตรงข้ามมุมฉากคือด้านที่ไม่มีชื่อของมุมฉากอยู่ และยาวที่สุดเสมอ
  • ทฤษฎีบทพีทาโกรัส c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2 เมื่อ cc เป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก
  • พิสูจน์ได้ด้วยการวางรูปสามเหลี่ยมสี่รูปในสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้าน a+ba + b สองแบบ แล้วเทียบพื้นที่ที่เหลือ
  • ถ้ามุมฉากไม่ได้อยู่ที่ CC ให้เขียนสูตรจากชื่อด้านจริง ไม่ใช่จากตัวอักษรในสูตร