14.1 การคูณเลขยกกำลัง
จอคอมพิวเตอร์รุ่นหนึ่งมีจุดภาพแนวนอน 2,048 จุด แนวตั้ง 1,024 จุด ทั้งสองจำนวนเป็นเลขยกกำลังของ 2 คือ 211 กับ 210 จำนวนจุดภาพทั้งจอคือ 211×210 ถ้าตอบในรูป 2 ยกกำลังอะไรสักอย่าง จะได้ 2 ยกกำลังเท่าไร
ใช้เครื่องคิดเลขก็ได้ 2,097,152 แต่ไม่ต้องคูณเลยก็ตอบได้ ถ้าเข้าใจว่าเลขยกกำลังคือการนับจำนวนตัวคูณ
คูณเลขยกกำลังที่ฐานเท่ากัน
211 คือ 2 คูณกัน 11 ตัว และ 210 คือ 2 คูณกัน 10 ตัว เอามาคูณกันก็คือ 2 คูณกันทั้งหมด 11+10=21 ตัว จึงได้ 221 ลองดูกรณีที่เลขน้อยกว่านี้ให้เห็นชัด
a3×a4=(a×a×a)×(a×a×a×a)=a7
a สามตัวรวมกับ a สี่ตัวเป็นเจ็ดตัว เลขชี้กำลังจึงบวกกัน ไม่ว่า a จะเป็นจำนวนอะไร
สมบัติ
ถ้า a เป็นจำนวนใดๆ และ m กับ n เป็นจำนวนเต็มบวก
am×an=am+nใช้ได้เฉพาะเมื่อฐานเท่ากันเท่านั้น
ตัวอย่าง 1
เขียนผลคูณต่อไปนี้ในรูปเลขยกกำลังอย่างง่าย
(1) 32×35 (2) x4×x×x3 (3) (−2)3×(−2)2 (4) 2a3×5a4
- ฐานเป็น 3 ทั้งคู่ บวกเลขชี้กำลัง 2+5=7 ได้ 37
- x ตัวกลางไม่มีเลขชี้กำลัง แต่มันคือ x1 จึงบวกได้ 4+1+3=8 ได้ x8
- ฐานคือ −2 ทั้งคู่ ได้ (−2)3+2=(−2)5 เลขชี้กำลังเป็นคี่ ผลจึงเป็นลบ คือ −32
- ตัวเลขข้างหน้าคูณกันตามปกติ 2×5=10 ส่วน a3×a4=a7 จึงได้ 10a7
ข้อ 2 เป็นจุดที่ตกกันบ่อย x ที่ไม่มีเลขชี้กำลังกำกับมีเลขชี้กำลังเป็น 1 เสมอ ถ้าลืมนับจะได้ x7 ซึ่งขาดไปหนึ่งตัว
ลองคิดก่อน
เพื่อนสองคนทำ 23×24 คนแรกได้ 47 เพราะคิดว่า 2×2=4 และ 3+4=7 คนที่สองได้ 212 เพราะคิดว่าคูณกันก็ต้องคูณเลขชี้กำลังด้วย ใครถูก
ดูคำตอบ
ผิดทั้งคู่ 23×24 คือ 2 คูณกันสามตัวแล้วคูณกับ 2 อีกสี่ตัว ได้ 2 คูณกันเจ็ดตัว ฐานยังเป็น 2 เหมือนเดิม และเลขชี้กำลังบวกกัน คำตอบคือ 27=128
ตรวจได้ง่ายด้วยการหาค่าจริง 23×24=8×16=128 ขณะที่ 47=16,384 และ 212=4,096 ไม่ตรงทั้งคู่
สมบัตินี้ใช้กับการบวกและฐานต่างกันไม่ได้
- 23+24 ไม่เท่ากับ 27 เพราะ 8+16=24 แต่ 27=128 สมบัตินี้เป็นของการคูณเท่านั้น
- 23×32 รวมเป็นเลขยกกำลังตัวเดียวไม่ได้ เพราะฐานไม่เท่ากัน ต้องหาค่าแยกกัน 8×9=72
เลขยกกำลังของเลขยกกำลัง
กล่องลูกบาศก์ใบหนึ่งยาวด้านละ 1 เมตร หรือ 100=102 เซนติเมตร ปริมาตรของกล่องคือ (102)3 ลูกบาศก์เซนติเมตร เพราะต้องเอาความยาวด้านมาคูณกันสามตัว
(102)3=102×102×102=102+2+2=106
ได้หนึ่งล้านลูกบาศก์เซนติเมตร มี 102 อยู่สามก้อน แต่ละก้อนมี 10 สองตัว รวมเป็น 10 จำนวน 2×3=6 ตัว ครั้งนี้เลขชี้กำลังจึงคูณกัน
สมบัติ
ถ้า a เป็นจำนวนใดๆ และ m กับ n เป็นจำนวนเต็มบวก
(am)n=amn
ตัวอย่าง 2
เขียนในรูปเลขยกกำลังอย่างง่าย (52)3 (x4)5 และ (a2)3×a4
- (52)3=52×3=56
- (x4)5=x4×5=x20
- ทำวงเล็บก่อน (a2)3=a6 แล้วจึงคูณกับ a4 ซึ่งฐานเท่ากัน บวกเลขชี้กำลัง ได้ a6+4=a10
ลองคิดก่อน
(x3)2 x3×x2 และ x32 สามตัวนี้ตัวไหนเท่ากันบ้าง
ดูคำตอบ
ไม่มีคู่ไหนเท่ากันเลย
- (x3)2=x3×x3=x6 เลขชี้กำลังคูณกัน
- x3×x2=x5 เลขชี้กำลังบวกกัน
- x32 ต้องหาเลขชี้กำลังก่อน 32=9 จึงได้ x9
ลองแทน x=2 จะได้ 64 32 และ 512 ตามลำดับ วิธีจำคือ ถ้ามีวงเล็บกั้นแล้วยกกำลังทั้งก้อน ให้คูณ ถ้าวางคูณกันเฉยๆ ให้บวก
เลขยกกำลังของผลคูณ
(3x)2 คือ 3x คูณกันสองตัว สลับที่การคูณได้ จึงจัดเลขไว้ด้วยกันและตัวแปรไว้ด้วยกัน
(3x)2=3x×3x=(3×3)×(x×x)=32x2=9x2
ทุกตัวในวงเล็บถูกยกกำลังเท่ากันหมด
สมบัติ
ถ้า a และ b เป็นจำนวนใดๆ และ n เป็นจำนวนเต็มบวก
(ab)n=anbn
ตัวอย่าง 3
ทำให้เป็นรูปอย่างง่าย (2a3)4 และ (−x2y)3
- (2a3)4 ยกกำลังสี่ทั้ง 2 และ a3 ได้ 24×(a3)4=16a12
- (−x2y)3 มีสามตัวในวงเล็บคือ −1 x2 และ y ยกกำลังสามทุกตัว ได้ (−1)3(x2)3y3
- (−1)3=−1 เพราะเลขชี้กำลังเป็นคี่ จึงได้ −x6y3
ลองคิดก่อน
เพื่อนเขียนว่า (2a)3=2a3 ถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก เลขชี้กำลังนอกวงเล็บต้องเกาะทุกตัวในวงเล็บ (2a)3=23a3=8a3 ส่วน 2a3 ยกกำลังเฉพาะ a
ลองแทน a=5 จะเห็นชัด (2×5)3=103=1,000 แต่ 2×53=250 ต่างกันถึงสี่เท่า
สมบัตินี้ใช้กลับทางก็ได้ ช่วยให้คิดเลขในใจได้เร็ว
ตัวอย่าง 4
หาค่าของ 253×43 โดยไม่ใช้เครื่องคิดเลข
- เลขชี้กำลังเท่ากันคือ 3 ทั้งคู่ ใช้ anbn=(ab)n ได้ (25×4)3
- 25×4=100 จึงได้ 1003=1,000,000
- ถ้าหาค่า 253=15,625 กับ 43=64 ก่อนแล้วคูณกัน ก็ได้เท่ากัน แต่ยากกว่ามาก
สรุป
- am×an=am+n ฐานต้องเท่ากัน และใช้กับการบวกไม่ได้
- (am)n=amn ยกกำลังซ้อนกันให้คูณเลขชี้กำลัง
- (ab)n=anbn ทุกตัวในวงเล็บต้องยกกำลังด้วย รวมทั้งตัวเลขและเครื่องหมายลบ
- x ที่ไม่มีเลขชี้กำลังกำกับ คือ x1