22.2 พหุนามที่มองเป็นดีกรีสองได้
x4−13x2+36 ดูน่ากลัวเพราะมี x4 ซึ่งไม่เคยแยกมาก่อน แต่ x4=(x2)2 ถ้าเขียนใหม่เป็น
(x2)2−13(x2)+36
แล้วลองปิด x2 ไว้ด้วยตัวอักษร A จะเหลือ A2−13A+36 ซึ่งเป็นพหุนามดีกรีสองแบบที่แยกได้ตั้งแต่บทที่ 20 หน้านี้คือการฝึกมองหาก้อนแบบนี้
แทนก้อนที่ซ้ำด้วยตัวแปรใหม่
ตัวอย่าง 1
แยกตัวประกอบของ x4−13x2+36
- ให้ A=x2 ได้ A2−13A+36
- หาสองจำนวนที่คูณกันได้ 36 และบวกกันได้ −13 ได้ −4 กับ −9 จึงได้ (A−4)(A−9)
- แทน A กลับเป็น x2 ได้ (x2−4)(x2−9)
- ยังไม่จบ ทั้งสองวงเล็บเป็นผลต่างของกำลังสอง x2−4=(x+2)(x−2) และ x2−9=(x+3)(x−3)
- ได้ x4−13x2+36=(x+2)(x−2)(x+3)(x−3)
ขั้นที่ 4 คือขั้นที่ลืมกันบ่อยที่สุด พอแทน A กลับแล้ว ต้องตรวจทุกวงเล็บอีกรอบเสมอว่าแยกต่อได้ไหม
ดูเลขชี้กำลัง
พหุนามสามพจน์ที่เลขชี้กำลังของพจน์แรกเป็นสองเท่าของพจน์กลาง เช่น x4 กับ x2 หรือ x6 กับ x3 มองเป็นดีกรีสองได้เสมอ โดยให้ A เป็นตัวที่อยู่ในพจน์กลาง
ตัวอย่าง 2
แยกตัวประกอบของ x4+8x2+16
- ให้ A=x2 ได้ A2+8A+16
- 16=42 และ 8A=2(A)(4) จึงเป็นกำลังสองสมบูรณ์ (A+4)2
- แทนกลับได้ (x2+4)2
- x2+4 เป็นผลบวกของกำลังสอง แยกต่อไม่ได้ จึงตอบ (x2+4)2
ตัวอย่าง 3
แยกตัวประกอบของ 16x4−81
- 16x4=(4x2)2 และ 81=92 เป็นผลต่างของกำลังสองโดย A=4x2 และ B=9
- ได้ (4x2+9)(4x2−9)
- 4x2−9=(2x)2−32 ยังเป็นผลต่างของกำลังสอง แยกต่อได้ (2x+3)(2x−3)
- 4x2+9 เป็นผลบวกของกำลังสอง แยกต่อไม่ได้
- ได้ 16x4−81=(4x2+9)(2x+3)(2x−3)
ลองคิดก่อน
เพื่อนแยกตัวประกอบของ x4−1 ได้ (x2−1)2 เพราะคิดว่า x4=(x2)2 และ 1=12 เพื่อนพูดถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก กระจายดูจะเห็นว่า (x2−1)2=x4−2x2+1 มีพจน์กลางเกินมา x4−1 มีแค่สองพจน์และเป็นผลต่าง จึงต้องใช้ผลต่างของกำลังสอง (x2+1)(x2−1) แล้วแยก x2−1 ต่อ ได้ (x2+1)(x+1)(x−1) ลองตรวจด้วย x=2 โจทย์ได้ 16−1=15 คำตอบของเพื่อนได้ 32=9 ส่วนคำตอบที่ถูกได้ 5×3×1=15
ก้อนที่เป็นวงเล็บทั้งก้อน
ตัวที่แทนด้วย A ไม่จำเป็นต้องเป็น x2 จะเป็นวงเล็บทั้งก้อนก็ได้
ตัวอย่าง 4
แยกตัวประกอบของ (x+2)2−9
- ให้ A=x+2 ได้ A2−32=(A+3)(A−3)
- แทนกลับ ((x+2)+3)((x+2)−3)
- รวมพจน์ในแต่ละวงเล็บ ได้ (x+5)(x−1)
ถ้ากระจายโจทย์ก่อนจะได้ x2+4x−5 แล้วแยกแบบบทที่ 20 ก็ได้คำตอบเดียวกัน แต่การมองเป็นก้อนเร็วกว่า และใช้ได้แม้โจทย์จะซับซ้อนจนกระจายไม่ไหว
ตัวอย่าง 5
แยกตัวประกอบของ (2x−1)2−(x+3)2
- ให้ A=2x−1 และ B=x+3 ได้ A2−B2=(A+B)(A−B)
- A+B=(2x−1)+(x+3)=3x+2
- A−B=(2x−1)−(x+3)=2x−1−x−3=x−4
- ได้ (3x+2)(x−4)
ลบวงเล็บทั้งก้อน
ขั้นที่ 3 ต้องลบ B ทั้งก้อน −(x+3)=−x−3 ถ้าเขียน 2x−1−x+3 จะได้ x+2 ซึ่งผิด ใส่วงเล็บรอบ A และ B ไว้ก่อนทุกครั้ง แล้วค่อยถอดวงเล็บ
ตัวร่วมที่เป็นพหุนามและการจับกลุ่ม
ตัวร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลขหรือเอกนาม ใน x(x+3)+5(x+3) ทั้งสองพจน์มี (x+3) คูณอยู่ ดึงออกได้ (x+3)(x+5) เหมือนดึง A ออกจาก xA+5A
พหุนามดีกรีสามที่มีสี่พจน์ มักแยกได้ด้วยการจับกลุ่มทีละสองพจน์ให้เกิดวงเล็บที่เหมือนกัน
ตัวอย่าง 6
แยกตัวประกอบของ x3+2x2−9x−18
- จับกลุ่มสองพจน์แรกกับสองพจน์หลัง (x3+2x2)+(−9x−18)
- กลุ่มแรกดึง x2 ออกได้ x2(x+2) กลุ่มหลังดึง −9 ออกได้ −9(x+2)
- ทั้งสองกลุ่มมี (x+2) ดึงออกได้ (x+2)(x2−9)
- x2−9 เป็นผลต่างของกำลังสอง ได้ (x+2)(x+3)(x−3)
ขั้นที่ 2 ต้องดึง −9 ไม่ใช่ 9 เพราะต้องการให้ในวงเล็บเป็น x+2 เหมือนกลุ่มแรก ตรวจได้โดยคูณกลับ −9(x+2)=−9x−18
ลองคิดก่อน
จับกลุ่ม x3−3x2+4x−12 ได้ (x−3)(x2+4) แยกต่อได้อีกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ได้ x−3 เป็นดีกรีหนึ่ง แยกต่อไม่ได้อยู่แล้ว ส่วน x2+4 เป็นผลบวกของกำลังสอง ไม่ใช่ผลต่าง จึงแยกไม่ได้ คำตอบ (x−3)(x2+4) ครบแล้ว
สรุป
- x4=(x2)2 พหุนามที่มี x4 x2 และค่าคงตัว ให้ A=x2 แล้วแยกแบบดีกรีสอง
- ตัวที่แทนด้วย A เป็นวงเล็บทั้งก้อนได้ เช่น (x+2)2−9
- แทน A กลับแล้ว ตรวจทุกวงเล็บอีกรอบว่าแยกต่อได้ไหม
- พหุนามสี่พจน์ ลองจับกลุ่มทีละสองพจน์ให้เกิดวงเล็บเหมือนกัน ระวังเครื่องหมายเมื่อดึงจำนวนลบออก