descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 32 เซตตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.4 บทที่ 1 และเพิ่มเติม ม.4 เล่ม 1 บทที่ 1พื้นฐานเพิ่มเติม

32.5 จำนวนสมาชิกและโจทย์ปัญหา

ในห้องหนึ่งมีคนสมัครกีฬาหลายชนิด การบวกยอดแต่ละชมรมตรงๆ ทำให้ยอดเกินจำนวนนักเรียน เพราะคนเดียวอาจสมัครหลายชมรม เช่น ห้องมี 4040 คน สมัครฟุตบอล 2424 คน สมัครแบดมินตัน 1818 คน บวกกันได้ 4242 ซึ่งมากกว่าคนทั้งห้อง ตัวเลขไม่ได้ผิด แต่บอกเราว่ามีคนถูกนับสองครั้ง หน้านี้ใช้แผนภาพเวนน์จากหน้า 32.4 นับจำนวนคนในแต่ละบริเวณให้ไม่ซ้ำ โดยต้องเริ่มนับจากบริเวณซ้อนกัน

สองเซต

ให้ aa bb cc เป็นจำนวนสมาชิกในบริเวณ ก ข ค ของหน้าที่แล้ว คือในเฉพาะ AA ในทั้งสองเซต และในเฉพาะ BB จะได้ n(A)=a+bn(A)=a+b และ n(B)=b+cn(B)=b+c เมื่อบวกสองยอดนี้ได้ a+2b+ca+2b+c บริเวณ ข ถูกนับสองครั้ง ขณะที่ n(A∪B)n(A\cup B) ต้องนับแต่ละบริเวณครั้งเดียวคือ a+b+ca+b+c จึงต้องลบ bb คืนหนึ่งครั้ง

สมบัติ

n(A∪B)=n(A)+n(B)−n(A∩B)n(A\cup B)=n(A)+n(B)-n(A\cap B)

สูตรนี้มีตัวแปรสี่ตัว ถ้าโจทย์ให้มาสามตัว ก็หาตัวที่เหลือได้เสมอ ถ้า AA กับ BB ไม่มีส่วนร่วมกัน n(A∩B)=0n(A\cap B)=0 สูตรจะเหลือแค่การบวกธรรมดา

คำในโจทย์บอกว่าต้องการบริเวณไหน คำว่า อย่างน้อยหนึ่ง หมายถึงยูเนียน คือ ก ข ค คำว่า ทั้งสอง คือ ข คำว่า เพียงอย่างเดียว ต้องตัดบริเวณซ้อนออก คือ ก หรือ ค ส่วน ไม่เลือกเลย คือบริเวณ ง หาได้จากจำนวนทั้งหมดลบจำนวนในยูเนียน

ตัวอย่าง 1

นักเรียน 4040 คน ชอบฟุตบอล 2424 คน ชอบแบดมินตัน 1818 คน ชอบทั้งคู่ 99 คน มีกี่คนที่ไม่ชอบกีฬาชนิดใดเลยในสองชนิดนี้

  1. เติมบริเวณซ้อนก่อน เพราะเป็นตัวเลขเดียวที่รู้แน่ว่าอยู่บริเวณเดียว ใส่ 99 ในส่วนที่ชอบทั้งคู่
  2. ยอด 2424 ของฟุตบอลรวมคน 99 คนนั้นอยู่แล้ว ชอบฟุตบอลอย่างเดียวจึงเป็น 24−9=1524-9=15 คน ทำแบบเดียวกันได้ชอบแบดมินตันอย่างเดียว 18−9=918-9=9 คน
  3. ชอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดคือสามบริเวณรวมกัน 15+9+9=3315+9+9=33 คน ตรงกับสูตร 24+18−9=3324+18-9=33
  4. ไม่ชอบเลยคือคนที่เหลือนอกสองวง 40−33=740-33=7 คน
  5. ตรวจ ทุกบริเวณไม่ติดลบ และ 15+9+9+7=4015+9+9+7=40 ครบห้องพอดี
ฟุตบอลแบดมินตัน15997
จำนวนคนในแต่ละบริเวณของตัวอย่าง 1 วงฟุตบอลรวมได้ 15+9=2415+9=24 และวงแบดมินตันรวมได้ 9+9=189+9=18 ตรงกับโจทย์

ลองคิดก่อน

ชอบทั้งคู่ 99 คน หมายความว่าชอบเพียงอย่างละ 99 คนหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ทั้งคู่คือบริเวณซ้อนกัน ส่วนเพียงอย่างเดียวต้องหักบริเวณซ้อนจากยอดของแต่ละกลุ่ม ในตัวอย่าง 1 ชอบแบดมินตันอย่างเดียวบังเอิญได้ 99 เท่ากับส่วนซ้อนพอดี แต่ชอบฟุตบอลอย่างเดียวได้ 1515 ตัวเลขสองตัวนี้มาจากคนละบริเวณ

ตัวอย่าง 2

นักเรียน 5050 คนสอบสองวิชา ผ่านคณิตศาสตร์ 3535 คน ผ่านวิทยาศาสตร์ 3030 คน ไม่ผ่านทั้งสองวิชา 55 คน มีกี่คนที่ผ่านทั้งสองวิชา

  1. โจทย์นี้ไม่ได้ให้ส่วนซ้อน แต่ให้บริเวณนอกสองวง จึงเริ่มจากหาจำนวนในยูเนียน คนที่ผ่านอย่างน้อยหนึ่งวิชาคือคนที่เหลือ 50−5=4550-5=45 คน
  2. แทนในสูตร 45=35+30−n(A∩B)45=35+30-n(A\cap B) ย้ายข้างได้ n(A∩B)=65−45=20n(A\cap B)=65-45=20 คน
  3. ทำไมจึงได้แบบนี้ ยอด 35+30=6535+30=65 เกิน 4545 ไป 2020 ส่วนที่เกินคือคนที่ถูกนับสองครั้ง ซึ่งก็คือคนที่ผ่านทั้งสองวิชา
  4. ตรวจด้วยการเติมบริเวณ ผ่านคณิตศาสตร์อย่างเดียว 35−20=1535-20=15 ผ่านวิทยาศาสตร์อย่างเดียว 30−20=1030-20=10 รวม 15+20+10+5=5015+20+10+5=50 ครบ

ตัวอย่าง 3

สำรวจลูกค้าร้านเครื่องดื่ม 6060 คน ดื่มชา 3030 คน ดื่มกาแฟ 2525 คน และดื่มชาอย่างเดียว 2020 คน มีกี่คนที่ไม่ดื่มทั้งสองอย่าง

  1. ข้อมูลที่ให้เป็นบริเวณเดียวคือดื่มชาอย่างเดียว 2020 คน ยอดชา 3030 คนประกอบด้วยชาอย่างเดียวกับดื่มทั้งสอง จึงได้ดื่มทั้งสอง 30−20=1030-20=10 คน
  2. เมื่อรู้ส่วนซ้อนแล้ว ดื่มกาแฟอย่างเดียว 25−10=1525-10=15 คน
  3. ดื่มอย่างน้อยหนึ่งอย่าง 20+10+15=4520+10+15=45 คน ไม่ดื่มทั้งสองอย่าง 60−45=1560-45=15 คน
  4. โจทย์นี้ต่างจากตัวอย่าง 1 ตรงที่ไม่ได้ให้ส่วนซ้อนมาตรงๆ แต่หลักเดิมยังใช้ได้ คือหาบริเวณที่ระบุได้แน่ก่อน แล้วใช้ยอดรวมของแต่ละวงหาบริเวณถัดไป

ลองคิดก่อน

ร้านหนึ่งรายงานว่าสำรวจลูกค้า 100100 คน ชอบเมนู ก 7070 คน ชอบเมนู ข 6060 คน ชอบทั้งสองเมนู 2020 คน ข้อมูลนี้เป็นไปได้หรือไม่

ดูคำตอบ

เป็นไปไม่ได้ ชอบอย่างน้อยหนึ่งเมนูจะเป็น 70+60−20=11070+60-20=110 คน มากกว่าคนที่สำรวจทั้งหมด หรือถ้าเติมบริเวณจะได้บริเวณนอกวงเป็น 100−110=−10100-110=-10 คน ซึ่งติดลบ หลังเติมทุกบริเวณแล้ว ต้องตรวจเสมอว่าไม่มีบริเวณใดติดลบ และผลรวมไม่เกินจำนวนทั้งหมด ถ้าผิดเงื่อนไขนี้ แสดงว่าคำนวณผิดหรือข้อมูลขัดกันเอง

สามเซต

สามวงแบ่ง UU เป็นแปดบริเวณ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเติมจากตรงกลางออกมา เริ่มเติมบริเวณที่อยู่ทั้งสามเซตก่อน จากนั้นหาบริเวณที่อยู่สองเซตพอดี แล้วจึงเติมบริเวณที่อยู่เซตเดียว เหตุที่ต้องเรียงแบบนี้ เพราะตัวเลขที่โจทย์ให้แต่ละตัวรวมบริเวณที่อยู่ลึกกว่าไว้แล้ว ต้องรู้บริเวณด้านในก่อนจึงจะหักออกได้

ถ้าใช้สูตร ต้องระวังว่าจำนวนจุดตัดเป็นคู่รวมคนที่อยู่ทั้งสามแล้ว

n(A∪B∪C)=n(A)+n(B)+n(C)−n(A∩B)−n(A∩C)−n(B∩C)+n(A∩B∩C)n(A\cup B\cup C)=n(A)+n(B)+n(C)-n(A\cap B)-n(A\cap C)-n(B\cap C)+n(A\cap B\cap C)

เหตุที่บวกจุดตัดสามเซตกลับมา เพราะคนในบริเวณนี้ถูกบวกสามครั้งในยอดรายเซต และถูกลบสามครั้งในจุดตัดเป็นคู่ เหลือศูนย์ ต้องคืนอีกหนึ่งครั้ง ส่วนคนที่อยู่สองเซตพอดีถูกบวกสองครั้งและลบหนึ่งครั้ง เหลือหนึ่งครั้งพอดีอยู่แล้ว หลังเติมทุกบริเวณ ผลรวมต้องไม่เกินจำนวนทั้งหมดและไม่มีบริเวณใดติดลบ

ตัวอย่าง 4

ชมรม AA BB CC มีสมาชิก 20,18,1520,18,15 คน อยู่ทั้ง AA และ BB 77 คน ทั้ง AA และ CC 66 คน ทั้ง BB และ CC 55 คน และอยู่ทั้งสามชมรม 33 คน มีคนอยู่ในชมรมอย่างน้อยหนึ่งชมรมกี่คน

  1. บวกยอดรายชมรมได้ 20+18+15=5320+18+15=53 แต่มีการนับซ้ำ เพราะคนที่อยู่หลายชมรมถูกนับหลายครั้ง
  2. ใช้สูตร ลบจุดตัดเป็นคู่ แล้วบวกสามเซตคืน ได้ 53−7−6−5+3=3853-7-6-5+3=38 คน
  3. ตรวจด้วยการเติมบริเวณจากตรงกลาง ทั้งสามชมรม 33 คน
  4. สองชมรมพอดี หักคน 33 คนออกจากจุดตัดแต่ละคู่ ได้ AA กับ BB เท่านั้น 7−3=47-3=4 AA กับ CC เท่านั้น 6−3=36-3=3 และ BB กับ CC เท่านั้น 5−3=25-3=2
  5. ชมรมเดียว หักทุกบริเวณที่อยู่ในวงนั้นออก AA อย่างเดียว 20−4−3−3=1020-4-3-3=10 BB อย่างเดียว 18−4−2−3=918-4-2-3=9 CC อย่างเดียว 15−3−2−3=715-3-2-3=7
  6. รวมเจ็ดบริเวณ 10+9+7+4+3+2+3=3810+9+7+4+3+2+3=38 ตรงกับสูตร
UABC10974323
เติมจากตรงกลางออกมา ตัวเลขในวงใดวงหนึ่งรวมกันต้องได้ยอดของชมรมนั้น เช่นวง AA ได้ 10+4+3+3=2010+4+3+3=20

ตีความจุดตัดเป็นคู่ในสามเซต

จำนวนที่ชอบสองอย่างอาจรวมคนที่ชอบสามอย่างด้วย ถ้าคำถามถามสองอย่างพอดีต้องหักสามอย่างออกจากจุดตัดแต่ละคู่ก่อน

ตัวอย่าง 5

จากข้อมูลในตัวอย่าง 4 มีกี่คนที่อยู่สองชมรมพอดี และกี่คนที่อยู่ชมรมเดียว

  1. จุดตัดเป็นคู่ 7,6,57,6,5 แต่ละตัวรวมคนที่อยู่ทั้งสามชมรม 33 คนไว้ จึงหักออกได้ 7−3=47-3=4 6−3=36-3=3 และ 5−3=25-3=2
  2. บริเวณสองชมรมพอดีทั้งสามบริเวณไม่ซ้อนกันแล้ว บวกกันได้โดยไม่นับซ้ำ 4+3+2=94+3+2=9 คน
  3. ชมรมเดียวคือบริเวณนอกสุดของแต่ละวงจากตัวอย่าง 4 รวม 10+9+7=2610+9+7=26 คน
  4. ตรวจ ชมรมเดียว สองชมรม และสามชมรม รวม 26+9+3=3826+9+3=38 เท่ากับจำนวนในยูเนียน

ถ้านำ 7+6+57+6+5 มาตอบทันทีจะนับคนที่อยู่ทั้งสามซ้ำสามครั้ง และนับคนที่คำถามไม่ได้ต้องการด้วย การเติมบริเวณกลางก่อนจึงเป็นวิธีอ่านข้อมูลที่ปลอดภัยกว่าจำสูตรเพียงอย่างเดียว

ลองคิดก่อน

เพื่อนหาจำนวนคนที่อยู่ชมรม AA อย่างเดียวด้วย 20−7−6=720-7-6=7 คน เพื่อนพลาดตรงไหน

ดูคำตอบ

จุดตัด 77 และ 66 ต่างก็รวมคน 33 คนที่อยู่ทั้งสามชมรมไว้ การลบทั้งสองตัวจึงลบคนกลุ่มนี้สองครั้ง ต้องบวกคืนหนึ่งครั้ง ได้ 20−7−6+3=1020-7-6+3=10 ตรงกับการเติมบริเวณ ซึ่งลบ 4+3+34+3+3 แทน

เรื่องการนับในบทนี้จะต่อยอดในบทที่ 43 หลักการนับเบื้องต้น และบทที่ 44 ความน่าจะเป็น ซึ่งต้องนับจำนวนผลลัพธ์ที่ผ่านเงื่อนไข หรือ และ ไม่ แบบเดียวกับหน้านี้

สรุป

  • n(A∪B)=n(A)+n(B)−n(A∩B)n(A\cup B)=n(A)+n(B)-n(A\cap B) เพราะส่วนซ้อนถูกนับสองครั้ง
  • เริ่มเติมบริเวณซ้อนก่อน แล้วหักออกจากยอดของแต่ละวง
  • แยกคำว่า อย่างน้อยหนึ่ง ทั้งสอง เพียงอย่างเดียว และไม่เลือกเลย ให้ตรงบริเวณ
  • สามเซตเติมจากตรงกลางออกมา หรือใช้สูตรที่บวกจุดตัดสามเซตคืน
  • ตรวจทุกครั้งว่าไม่มีบริเวณติดลบและผลรวมเท่ากับจำนวนทั้งหมด