39.6 ฟังก์ชันตรีโกณมิติผกผัน
ทางลาดสำหรับรถเข็นในอาคารต้องชันไม่เกิน 1 ต่อ 12 คือสูงขึ้น 1 เมตรต้องยาวตามแนวนอนอย่างน้อย 12 เมตร ถ้าช่างอยากรู้ว่าทางลาดแบบนี้ทำมุมกับพื้นกี่องศา เขารู้ว่า tanθ=121 แต่ยังไม่รู้ θ ต้องทำย้อนกลับจากค่าแทนเจนต์ไปหามุม
หน้าก่อนๆ เราเริ่มจากมุมแล้วหาค่า หน้านี้ถามกลับว่ารู้ค่าแล้วมุมคือเท่าไร ซึ่งก็คือการหาฟังก์ชันผกผันตามบทที่ 36 แต่มีปัญหาตั้งแต่ต้น หน้า 39.4 แสดงแล้วว่า sinx=21 มีคำตอบมากมาย ถ้าถามว่ามุมไหนมีไซน์เท่ากับ 21 จะตอบมุมไหนดี ฟังก์ชันต้องให้คำตอบเดียว
ไซน์ทั้งเส้นไม่หนึ่งต่อหนึ่ง
บทที่ 36 บอกว่าฟังก์ชันจะมีผกผันที่เป็นฟังก์ชันได้ก็ต่อเมื่อเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง ทดสอบด้วยเส้นแนวนอน ถ้ามีเส้นแนวนอนเส้นใดตัดกราฟเกินหนึ่งจุด ฟังก์ชันนั้นไม่หนึ่งต่อหนึ่ง ลากเส้น y=21 ผ่านกราฟไซน์ จะเห็นว่าตัดทุกรอบ รอบละสองจุด
เส้น y=21 ตัดกราฟไซน์หลายจุด แต่ถ้าเก็บไว้เฉพาะส่วนสีส้มในช่วง [−2π,2π] จะตัดเพียงจุดเดียว
ทางแก้คือจำกัดโดเมน เลือกช่วงหนึ่งของกราฟที่มีคุณสมบัติสามข้อ ข้อแรกเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง ข้อสองให้ค่าครบทุกค่าในเรนจ์ [−1,1] ข้อสามมีมุมแหลมอยู่ในช่วง เพื่อให้ตรงกับบทที่ 31 สำหรับไซน์ ช่วง [−2π,2π] ผ่านทั้งสามข้อ กราฟส่วนสีส้มเพิ่มขึ้นตลอดจาก −1 ไป 1 เส้นแนวนอนทุกเส้นที่สูงระหว่าง −1 ถึง 1 ตัดเพียงจุดเดียว
โคไซน์ใช้ช่วงเดียวกันไม่ได้ เพราะ cos(−3π)=cos3π ตัดสองจุดทันที โคไซน์จึงใช้ช่วง [0,π] ซึ่งกราฟลดลงตลอดจาก 1 ไป −1 ส่วนแทนเจนต์ใช้ช่วงเปิด (−2π,2π) ซึ่งเป็นหนึ่งกิ่งของกราฟระหว่างเส้นกำกับสองเส้น
นิยาม
- y=arcsinx เมื่อ siny=x และ −2π≤y≤2π โดเมน [−1,1]
- y=arccosx เมื่อ cosy=x และ 0≤y≤π โดเมน [−1,1]
- y=arctanx เมื่อ tany=x และ −2π<y<2π โดเมนทุกจำนวนจริง
ค่าที่ได้เรียกว่าค่าหลัก บางเล่มเขียน arcsinx เป็น sin−1x ในบริบทนี้ −1 หมายถึงผกผัน ไม่ใช่ส่วนกลับ
ลองคิดก่อน
sin−121 เท่ากับ sin211 หรือไม่
ดูคำตอบ
ไม่เท่า sin−121 คือ arcsin21 มุมที่มีไซน์เท่ากับ 21 ได้ 6π ประมาณ 0.52 ส่วน sin211 คือส่วนกลับของไซน์ของมุม 21 เรเดียน ซึ่งคือ csc21 ประมาณ 2.09 คนละเรื่องกันเลย ถ้าต้องการส่วนกลับให้เขียน (sinx)−1 หรือ cscx ความกำกวมนี้ทำให้หน้านี้เลือกใช้ arcsin เป็นหลัก ส่วน sin2x ยังหมายถึง (sinx)2 เหมือนเดิม
หาค่าหลัก
วิธีคิดคือถามว่ามุมไหนในช่วงหลักให้ค่าตามที่ถาม ใช้มุมอ้างอิงหาขนาด แล้ววางมุมในช่วงหลักให้ถูกด้าน ช่วงของ arcsin กับ arctan อยู่ที่จตุภาคที่ 1 กับ 4 (ด้านขวาของวงกลม) ค่าลบจึงเป็นมุมลบ ช่วงของ arccos อยู่ที่จตุภาคที่ 1 กับ 2 (ครึ่งบนของวงกลม) ค่าลบจึงเป็นมุมที่ใหญ่กว่ามุมฉาก
ตัวอย่าง 1
หา arcsin(−21) และ arccos(−21)
- ขนาด 21 มาจากมุมอ้างอิง 6π สำหรับไซน์ และ 3π สำหรับโคไซน์
- arcsin ต้องให้มุมใน [−2π,2π] ไซน์ลบหมายถึงจุดอยู่ใต้แกน x ทางขวา คือจตุภาคที่ 4 ได้ arcsin(−21)=−6π ไม่ใช่ 67π หรือ 611π แม้มุมเหล่านั้นจะมีไซน์เท่ากัน เพราะอยู่นอกช่วงหลัก
- arccos ต้องให้มุมใน [0,π] โคไซน์ลบหมายถึงจุดอยู่ซ้ายของแกน y ในครึ่งบน คือจตุภาคที่ 2 ได้ π−3π=32π
- สังเกตว่า arccos(−21) ไม่ใช่ −3π เพราะมุมลบไม่อยู่ในช่วงของ arccos เลย
ตัวอย่าง 2
หา arctan(−1) และ arctan3 แล้วตอบคำถามเรื่องทางลาดตอนต้นหน้า
- แทนเจนต์ขนาด 1 มาจากมุม 4π ค่าลบในช่วง (−2π,2π) อยู่จตุภาคที่ 4 จึงได้ arctan(−1)=−4π
- tan3π=3 และ 3π อยู่ในช่วงหลัก จึงได้ arctan3=3π
- ทางลาดมี tanθ=121 ไม่ใช่ค่าของมุมพิเศษ ใช้เครื่องคิดเลขโหมดองศากด tan−1 ได้ θ=arctan121 ประมาณ 4.76∘ ทางลาดที่ชันที่สุดตามมาตรฐานจึงทำมุมกับพื้นไม่ถึง 5∘
ฟังก์ชันประกอบกับผกผัน
โจทย์ที่พบบ่อยคือหาค่าอย่าง cos(arcsin53) วิธีคิดคือตั้งชื่อมุมข้างใน เช่น θ=arcsin53 แปลว่า sinθ=53 และ θ อยู่ในช่วงหลัก แล้วใช้วิธีหาค่าจากหน้า 39.2 ช่วงหลักทำหน้าที่บอกจตุภาค ไม่ต้องหามุมออกมาเป็นตัวเลขเลย
ตัวอย่าง 3
หา cos(arcsin53) และ tan(arcsin(−53))
- ให้ θ=arcsin53 จะได้ sinθ=53 และ θ อยู่ใน [−2π,2π] ไซน์บวกจึงอยู่จตุภาคที่ 1
- cos2θ=1−259=2516 จตุภาคที่ 1 โคไซน์บวก จึงได้ cos(arcsin53)=54 (นึกภาพสามเหลี่ยม 3 4 5 ได้เลย)
- ให้ φ=arcsin(−53) ไซน์ลบในช่วงหลักคือจตุภาคที่ 4 โคไซน์ยังบวก cosφ=54
- tanφ=4/5−3/5=−43 เครื่องหมายลบตรงกับแทนเจนต์ในจตุภาคที่ 4
โคไซน์ของ arcsin เป็นบวกเสมอ ไม่ว่าค่าข้างในจะบวกหรือลบ เพราะช่วงหลักของ arcsin อยู่ด้านขวาของวงกลมทั้งหมด ที่นั่นพิกัด x ไม่ติดลบ
ลองคิดก่อน
เพื่อนบอกว่า arcsin(sin65π)=65π เพราะ arcsin กับ sin หักล้างกัน ถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก ลองคิดจากข้างในออกมา sin65π=21 แล้ว arcsin21 ต้องให้มุมในช่วง [−2π,2π] ได้ 6π ไม่ใช่ 65π ซึ่งอยู่นอกช่วงหลัก arcsin(sinx)=x จริงเฉพาะเมื่อ x อยู่ในช่วงหลัก ส่วนอีกทาง sin(arcsinx)=x จริงทุก x ใน [−1,1] เพราะ arcsin ให้มุมที่มีไซน์เป็น x ตามนิยาม
ตัวอย่าง 4
หา arccos(cos35π)
- คำนวณข้างในก่อน 35π อยู่จตุภาคที่ 4 มุมอ้างอิง 3π โคไซน์บวก จึงได้ cos35π=21
- หามุมใน [0,π] ที่มีโคไซน์เท่ากับ 21 ได้ 3π
- ดังนั้น arccos(cos35π)=3π ไม่ใช่ 35π เพราะ 35π เกินช่วงหลัก มุมที่ได้คือมุมในช่วงหลักที่มีจุดปลายสะท้อนกับ 35π ข้ามแกน x
ตัวอย่าง 5
หา sin(2arccos135)
- ให้ θ=arccos135 ได้ cosθ=135 และ θ อยู่ใน [0,π] โคไซน์บวกจึงเป็นจตุภาคที่ 1
- ในช่วง [0,π] ไซน์ไม่ติดลบเสมอ sinθ=1−16925=1312
- ใช้สูตรมุมสองเท่าจากหน้า 39.5 sin2θ=2sinθcosθ=2⋅1312⋅135=169120
ฟังก์ชันผกผันให้มุมจากอัตราส่วน หน้าถัดไปจะใช้เครื่องมือนี้กับสามเหลี่ยมที่ไม่มีมุมฉาก ซึ่งต้องหามุมจากด้านที่วัดได้ และต้องระวังว่าค่าหลักอาจไม่ใช่มุมเดียวที่เป็นไปได้
สรุป
- ฟังก์ชันตรีโกณมิติไม่หนึ่งต่อหนึ่ง ต้องจำกัดโดเมนก่อนสร้างผกผัน
- arcsin ให้ค่าใน [−2π,2π] arccos ให้ค่าใน [0,π] arctan ให้ค่าใน (−2π,2π)
- sin−1x คือ arcsinx ไม่ใช่ sinx1
- หาฟังก์ชันของผกผันโดยตั้งชื่อมุมข้างใน แล้วใช้ช่วงหลักบอกจตุภาค
- arcsin(sinx)=x เฉพาะเมื่อ x อยู่ในช่วงหลัก