descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 14 สมบัติของเลขยกกำลังตรงกับหนังสือ ม.2 เล่ม 1 บทที่ 5

14.3 เลขชี้กำลังเป็นศูนย์และจำนวนลบ

202^0 เท่ากับเท่าไร ถ้าคิดว่า 22 คูณกันศูนย์ตัว ก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรให้คูณ แล้ว 2−32^{-3} ล่ะ คูณกันลบสามตัวยิ่งไม่มีความหมาย ความหมายเดิมของเลขยกกำลังใช้ไม่ได้ตรงนี้ ต้องกำหนดความหมายใหม่ที่เข้ากับของเดิม

ลองดูแบบรูปของ 2n2^n เมื่อเลขชี้กำลังลดลงทีละหนึ่ง

2n2^n242^4232^3222^2212^1202^02−12^{-1}2−22^{-2}2−32^{-3}
ค่า16842????

เลขชี้กำลังลดลงหนึ่ง ค่าหารด้วย 22 ทุกครั้ง ถ้าให้แบบรูปนี้เดินต่อไป ช่องว่างจะเป็น 11 แล้ว 12\tfrac{1}{2} แล้ว 14\tfrac{1}{4} แล้ว 18\tfrac{1}{8} หน้านี้จะกำหนดความหมายให้ตรงกับแบบรูปนี้

เลขชี้กำลังเป็นศูนย์

หน้าที่แล้วพบว่า a5÷a5=1a^5 \div a^5 = 1 เพราะจำนวนใดหารด้วยตัวเองได้ 11 ถ้าจะให้สมบัติการหารใช้ได้ด้วย ก็ต้องได้ a5−5=a0a^{5 - 5} = a^0 ดังนั้น a0a^0 ต้องเท่ากับ 11 ตรงกับแบบรูปในตาราง

นิยาม

ถ้า aa เป็นจำนวนใดๆ ที่ไม่เท่ากับ 00

a0=1a^0 = 1

ส่วน 000^0 ไม่มีความหมาย

ที่ต้องมี a≠0a \neq 0 เพราะเหตุผลข้างบนใช้การหารด้วย aa ซึ่งทำไม่ได้เมื่อ a=0a = 0

ตัวอย่าง 1

หาค่าของ 707^0 (−3)0(-3)^0 −30-3^0 และ 5x05x^0 เมื่อ x≠0x \neq 0

  1. 70=17^0 = 1
  2. (−3)0(-3)^0 ฐานคือ −3-3 ซึ่งไม่เป็นศูนย์ ได้ 11
  3. −30-3^0 ไม่มีวงเล็บ ฐานคือ 33 ตัวเดียวแบบเดียวกับ −32-3^2 ในบทที่ 3 ได้ −(30)=−1-(3^0) = -1
  4. 5x05x^0 เลขชี้กำลังเกาะ xx ตัวเดียว x0=1x^0 = 1 จึงได้ 5×1=55 \times 1 = 5 ถ้าต้องการให้ 5x5x ทั้งก้อนเป็นฐานต้องเขียน (5x)0(5x)^0 ซึ่งเท่ากับ 11

ลองคิดก่อน

เพื่อนคนหนึ่งตอบว่า 50=05^0 = 0 เพราะคูณกันศูนย์ตัวก็ไม่ได้อะไร อีกคนตอบว่า 50=55^0 = 5 เพราะไม่ได้คูณอะไรเพิ่ม ใครถูก

ดูคำตอบ

ไม่มีใครถูก 50=15^0 = 1 ดูจากแบบรูป 52=255^2 = 25 แล้ว 51=55^1 = 5 ลดเลขชี้กำลังลงหนึ่งคือหารด้วย 55 ทุกครั้ง ขั้นต่อไปจึงได้ 5÷5=15 \div 5 = 1

หรือดูจากการหาร 5353=125125=1\tfrac{5^3}{5^3} = \tfrac{125}{125} = 1 ซึ่งสมบัติการหารบอกว่าเท่ากับ 505^0

เลขชี้กำลังเป็นจำนวนลบ

หน้าที่แล้วพบว่า a2÷a5=1a3a^2 \div a^5 = \dfrac{1}{a^3} ถ้าใช้สมบัติการหารจะได้ a2−5=a−3a^{2 - 5} = a^{-3} จึงกำหนดให้ a−3a^{-3} หมายถึง 1a3\dfrac{1}{a^3} ซึ่งตรงกับแบบรูปในตาราง 2−3=18=1232^{-3} = \tfrac{1}{8} = \tfrac{1}{2^3}

นิยาม

ถ้า aa เป็นจำนวนใดๆ ที่ไม่เท่ากับ 00 และ nn เป็นจำนวนเต็มบวก

a−n=1ana^{-n} = \frac{1}{a^n}

เลขชี้กำลังติดลบจึงไม่ได้ทำให้ค่าติดลบ แต่บอกให้กลับเศษเป็นส่วน

ตัวอย่าง 2

หาค่าของ 2−32^{-3} 10−210^{-2} (−4)−2(-4)^{-2} (−2)−3(-2)^{-3} และ (13)−2\left(\tfrac{1}{3}\right)^{-2}

  1. 2−3=123=182^{-3} = \dfrac{1}{2^3} = \dfrac{1}{8}
  2. 10−2=1102=1100=0.0110^{-2} = \dfrac{1}{10^2} = \dfrac{1}{100} = 0.01
  3. (−4)−2=1(−4)2=116(-4)^{-2} = \dfrac{1}{(-4)^2} = \dfrac{1}{16} ผลเป็นบวกเพราะเลขชี้กำลัง 22 เป็นคู่
  4. (−2)−3=1(−2)3=1−8=−18(-2)^{-3} = \dfrac{1}{(-2)^3} = \dfrac{1}{-8} = -\dfrac{1}{8} ผลเป็นลบเพราะฐานติดลบและ 33 เป็นคี่ ไม่ใช่เพราะเลขชี้กำลังติดลบ
  5. (13)−2=1(13)2=119=9\left(\tfrac{1}{3}\right)^{-2} = \dfrac{1}{\left(\frac{1}{3}\right)^2} = \dfrac{1}{\frac{1}{9}} = 9 ฐานเป็นเศษส่วน เลขชี้กำลังติดลบทำให้เศษส่วนกลับหัว

ลองคิดก่อน

เพื่อนหาค่า 2−32^{-3} ได้ −8-8 อีกคนได้ −6-6 ผิดตรงไหน

ดูคำตอบ

คนแรกคิดว่าเลขชี้กำลังติดลบทำให้ผลติดลบ คนที่สองเอา 2×(−3)2 \times (-3) ซึ่งเป็นความผิดเดียวกับการคิดว่า 23=62^3 = 6 ในบทที่ 3

ที่ถูกคือ 2−3=123=182^{-3} = \dfrac{1}{2^3} = \dfrac{1}{8} เป็นจำนวนบวกที่น้อยกว่า 11 ตรงกับแบบรูปในตาราง ที่ค่าหารด้วย 22 ไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีทางติดลบ

ใช้ความหมายนี้กลับทางได้ด้วย ถ้าเลขยกกำลังที่เลขชี้กำลังติดลบอยู่ในส่วน ก็ย้ายขึ้นมาเป็นเศษได้ เช่น 12−3=118=8=23\dfrac{1}{2^{-3}} = \dfrac{1}{\frac{1}{8}} = 8 = 2^3

สมบัติเดิมใช้ได้กับเลขชี้กำลังทุกจำนวนเต็ม

ความหมายของ a0a^0 กับ a−na^{-n} ถูกกำหนดมาให้สมบัติจากสองหน้าแรกใช้ได้ต่อ ไม่ต้องมีเงื่อนไข m>nm > n อีกแล้ว

สมบัติ

ถ้า aa และ bb เป็นจำนวนที่ไม่เท่ากับ 00 และ mm กับ nn เป็นจำนวนเต็มใดๆ

  • am×an=am+na^m \times a^n = a^{m + n}
  • am÷an=am−na^m \div a^n = a^{m - n}
  • (am)n=amn(a^m)^n = a^{mn}
  • (ab)n=anbn(ab)^n = a^n b^n และ (ab)n=anbn\left(\dfrac{a}{b}\right)^n = \dfrac{a^n}{b^n}

ตัวอย่าง 3

ทำให้เป็นรูปอย่างง่าย และเขียนคำตอบให้มีเลขชี้กำลังเป็นบวก

(1) a−4×a6a^{-4} \times a^6 (2) x3x7\dfrac{x^3}{x^7} (3) (y−2)3(y^{-2})^3 (4) 5−3×555^{-3} \times 5^5

  1. บวกเลขชี้กำลัง −4+6=2-4 + 6 = 2 ได้ a2a^2
  2. ลบเลขชี้กำลัง 3−7=−43 - 7 = -4 ได้ x−4=1x4x^{-4} = \dfrac{1}{x^4}
  3. คูณเลขชี้กำลัง (−2)×3=−6(-2) \times 3 = -6 ได้ y−6=1y6y^{-6} = \dfrac{1}{y^6}
  4. 5−3+5=52=255^{-3 + 5} = 5^2 = 25

ตัวอย่าง 4

ทำ (3x−2y3)2x−5y\dfrac{(3x^{-2}y^3)^2}{x^{-5}y} ให้เป็นรูปอย่างง่าย เมื่อ xx และ yy ไม่เป็นศูนย์

  1. ยกกำลังสองทุกตัวในวงเล็บ (3x−2y3)2=9x−4y6(3x^{-2}y^3)^2 = 9x^{-4}y^6
  2. หาร xx ด้วย xx ลบเลขชี้กำลัง −4−(−5)=−4+5=1-4 - (-5) = -4 + 5 = 1 ได้ x1=xx^1 = x
  3. หาร yy ด้วย yy ลบเลขชี้กำลัง 6−1=56 - 1 = 5 ได้ y5y^5
  4. ได้ 9xy59xy^5

ขั้นที่ 2 เป็นจุดที่พลาดบ่อยที่สุด ลบด้วยจำนวนลบต้องกลายเป็นบวก ถ้าเขียน −4−5=−9-4 - 5 = -9 จะได้ 9x−9y59x^{-9}y^5 ซึ่งผิด เขียนวงเล็บครอบเลขชี้กำลังที่ติดลบทุกครั้งที่ลบ จะช่วยกันพลาดตรงนี้ได้

สรุป

  • a0=1a^0 = 1 เมื่อ a≠0a \neq 0 และ 000^0 ไม่มีความหมาย
  • a−n=1ana^{-n} = \dfrac{1}{a^n} เมื่อ a≠0a \neq 0 เลขชี้กำลังติดลบไม่ได้ทำให้ค่าติดลบ
  • −30=−1-3^0 = -1 แต่ (−3)0=1(-3)^0 = 1 ดูให้ดีว่าฐานคืออะไร
  • สมบัติการคูณ การหาร และการยกกำลังซ้อน ใช้ได้กับเลขชี้กำลังที่เป็นจำนวนเต็มทุกจำนวน
  • ตอนลบเลขชี้กำลังที่ติดลบ ใส่วงเล็บกันพลาด