14.3 เลขชี้กำลังเป็นศูนย์และจำนวนลบ
20 เท่ากับเท่าไร ถ้าคิดว่า 2 คูณกันศูนย์ตัว ก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรให้คูณ แล้ว 2−3 ล่ะ คูณกันลบสามตัวยิ่งไม่มีความหมาย ความหมายเดิมของเลขยกกำลังใช้ไม่ได้ตรงนี้ ต้องกำหนดความหมายใหม่ที่เข้ากับของเดิม
ลองดูแบบรูปของ 2n เมื่อเลขชี้กำลังลดลงทีละหนึ่ง
| 2n | 24 | 23 | 22 | 21 | 20 | 2−1 | 2−2 | 2−3 |
|---|
| ค่า | 16 | 8 | 4 | 2 | ? | ? | ? | ? |
เลขชี้กำลังลดลงหนึ่ง ค่าหารด้วย 2 ทุกครั้ง ถ้าให้แบบรูปนี้เดินต่อไป ช่องว่างจะเป็น 1 แล้ว 21 แล้ว 41 แล้ว 81 หน้านี้จะกำหนดความหมายให้ตรงกับแบบรูปนี้
เลขชี้กำลังเป็นศูนย์
หน้าที่แล้วพบว่า a5÷a5=1 เพราะจำนวนใดหารด้วยตัวเองได้ 1 ถ้าจะให้สมบัติการหารใช้ได้ด้วย ก็ต้องได้ a5−5=a0 ดังนั้น a0 ต้องเท่ากับ 1 ตรงกับแบบรูปในตาราง
นิยาม
ถ้า a เป็นจำนวนใดๆ ที่ไม่เท่ากับ 0
a0=1ส่วน 00 ไม่มีความหมาย
ที่ต้องมี a=0 เพราะเหตุผลข้างบนใช้การหารด้วย a ซึ่งทำไม่ได้เมื่อ a=0
ตัวอย่าง 1
หาค่าของ 70 (−3)0 −30 และ 5x0 เมื่อ x=0
- 70=1
- (−3)0 ฐานคือ −3 ซึ่งไม่เป็นศูนย์ ได้ 1
- −30 ไม่มีวงเล็บ ฐานคือ 3 ตัวเดียวแบบเดียวกับ −32 ในบทที่ 3 ได้ −(30)=−1
- 5x0 เลขชี้กำลังเกาะ x ตัวเดียว x0=1 จึงได้ 5×1=5 ถ้าต้องการให้ 5x ทั้งก้อนเป็นฐานต้องเขียน (5x)0 ซึ่งเท่ากับ 1
ลองคิดก่อน
เพื่อนคนหนึ่งตอบว่า 50=0 เพราะคูณกันศูนย์ตัวก็ไม่ได้อะไร อีกคนตอบว่า 50=5 เพราะไม่ได้คูณอะไรเพิ่ม ใครถูก
ดูคำตอบ
ไม่มีใครถูก 50=1 ดูจากแบบรูป 52=25 แล้ว 51=5 ลดเลขชี้กำลังลงหนึ่งคือหารด้วย 5 ทุกครั้ง ขั้นต่อไปจึงได้ 5÷5=1
หรือดูจากการหาร 5353=125125=1 ซึ่งสมบัติการหารบอกว่าเท่ากับ 50
เลขชี้กำลังเป็นจำนวนลบ
หน้าที่แล้วพบว่า a2÷a5=a31 ถ้าใช้สมบัติการหารจะได้ a2−5=a−3 จึงกำหนดให้ a−3 หมายถึง a31 ซึ่งตรงกับแบบรูปในตาราง 2−3=81=231
นิยาม
ถ้า a เป็นจำนวนใดๆ ที่ไม่เท่ากับ 0 และ n เป็นจำนวนเต็มบวก
a−n=an1
เลขชี้กำลังติดลบจึงไม่ได้ทำให้ค่าติดลบ แต่บอกให้กลับเศษเป็นส่วน
ตัวอย่าง 2
หาค่าของ 2−3 10−2 (−4)−2 (−2)−3 และ (31)−2
- 2−3=231=81
- 10−2=1021=1001=0.01
- (−4)−2=(−4)21=161 ผลเป็นบวกเพราะเลขชี้กำลัง 2 เป็นคู่
- (−2)−3=(−2)31=−81=−81 ผลเป็นลบเพราะฐานติดลบและ 3 เป็นคี่ ไม่ใช่เพราะเลขชี้กำลังติดลบ
- (31)−2=(31)21=911=9 ฐานเป็นเศษส่วน เลขชี้กำลังติดลบทำให้เศษส่วนกลับหัว
ลองคิดก่อน
เพื่อนหาค่า 2−3 ได้ −8 อีกคนได้ −6 ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
คนแรกคิดว่าเลขชี้กำลังติดลบทำให้ผลติดลบ คนที่สองเอา 2×(−3) ซึ่งเป็นความผิดเดียวกับการคิดว่า 23=6 ในบทที่ 3
ที่ถูกคือ 2−3=231=81 เป็นจำนวนบวกที่น้อยกว่า 1 ตรงกับแบบรูปในตาราง ที่ค่าหารด้วย 2 ไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีทางติดลบ
ใช้ความหมายนี้กลับทางได้ด้วย ถ้าเลขยกกำลังที่เลขชี้กำลังติดลบอยู่ในส่วน ก็ย้ายขึ้นมาเป็นเศษได้ เช่น 2−31=811=8=23
สมบัติเดิมใช้ได้กับเลขชี้กำลังทุกจำนวนเต็ม
ความหมายของ a0 กับ a−n ถูกกำหนดมาให้สมบัติจากสองหน้าแรกใช้ได้ต่อ ไม่ต้องมีเงื่อนไข m>n อีกแล้ว
สมบัติ
ถ้า a และ b เป็นจำนวนที่ไม่เท่ากับ 0 และ m กับ n เป็นจำนวนเต็มใดๆ
- am×an=am+n
- am÷an=am−n
- (am)n=amn
- (ab)n=anbn และ (ba)n=bnan
ตัวอย่าง 3
ทำให้เป็นรูปอย่างง่าย และเขียนคำตอบให้มีเลขชี้กำลังเป็นบวก
(1) a−4×a6 (2) x7x3 (3) (y−2)3 (4) 5−3×55
- บวกเลขชี้กำลัง −4+6=2 ได้ a2
- ลบเลขชี้กำลัง 3−7=−4 ได้ x−4=x41
- คูณเลขชี้กำลัง (−2)×3=−6 ได้ y−6=y61
- 5−3+5=52=25
ตัวอย่าง 4
ทำ x−5y(3x−2y3)2 ให้เป็นรูปอย่างง่าย เมื่อ x และ y ไม่เป็นศูนย์
- ยกกำลังสองทุกตัวในวงเล็บ (3x−2y3)2=9x−4y6
- หาร x ด้วย x ลบเลขชี้กำลัง −4−(−5)=−4+5=1 ได้ x1=x
- หาร y ด้วย y ลบเลขชี้กำลัง 6−1=5 ได้ y5
- ได้ 9xy5
ขั้นที่ 2 เป็นจุดที่พลาดบ่อยที่สุด ลบด้วยจำนวนลบต้องกลายเป็นบวก ถ้าเขียน −4−5=−9 จะได้ 9x−9y5 ซึ่งผิด เขียนวงเล็บครอบเลขชี้กำลังที่ติดลบทุกครั้งที่ลบ จะช่วยกันพลาดตรงนี้ได้
สรุป
- a0=1 เมื่อ a=0 และ 00 ไม่มีความหมาย
- a−n=an1 เมื่อ a=0 เลขชี้กำลังติดลบไม่ได้ทำให้ค่าติดลบ
- −30=−1 แต่ (−3)0=1 ดูให้ดีว่าฐานคืออะไร
- สมบัติการคูณ การหาร และการยกกำลังซ้อน ใช้ได้กับเลขชี้กำลังที่เป็นจำนวนเต็มทุกจำนวน
- ตอนลบเลขชี้กำลังที่ติดลบ ใส่วงเล็บกันพลาด