descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 49 การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงปริมาณตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.6 บทที่ 3 และเพิ่มเติม ม.6 เล่ม 2 บทที่ 3พื้นฐานเพิ่มเติม

49.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากตารางและสัมประสิทธิ์การแปรผัน

ฝ่ายกิจการนักเรียนรู้แล้วจากหน้า 49.2 ว่านักเรียน ม.6 ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยประมาณ 23.2523.25 นาที คำถามต่อไปคือทุกคนใช้เวลาใกล้ๆ ค่านี้ หรือบางคนมาเร็วมากและบางคนมาช้ามาก ถ้าต่างกันมาก การเลื่อนเวลาเข้าแถวตามค่าเฉลี่ยก็ไม่ช่วยคนที่บ้านไกล แต่ข้อมูลที่มีเหลือแค่ตารางแจกแจงความถี่ และค่าเฉลี่ยเป็นทศนิยม การลบค่าเฉลี่ยออกจากข้อมูลทีละตัวตามนิยามในหน้า 49.3 จะยุ่งยากมาก หน้านี้หาวิธีคำนวณที่สั้นกว่า แล้วตอบอีกคำถามหนึ่งที่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานตอบไม่ได้ คือข้อมูลต่างหน่วยชุดไหนกระจายมากกว่ากัน

สูตรลัดสำหรับความแปรปรวน

การลบค่าเฉลี่ยออกจากข้อมูลทีละตัวยุ่งยากเมื่อค่าเฉลี่ยเป็นทศนิยม กระจาย (xi−μ)2=xi2−2μxi+μ2(x_i-\mu)^2=x_i^2-2\mu x_i+\mu^2 แล้วรวมทุกตัว ใช้ ∑xi=Nμ\sum x_i=N\mu จะได้

σ2=∑xi2N−μ2\sigma^2=\frac{\sum x_i^2}{N}-\mu^2

อ่านว่า ค่าเฉลี่ยของกำลังสอง ลบด้วยกำลังสองของค่าเฉลี่ย ข้อมูล 2,4,62,4,6 ได้ 4+16+363−42=563−16=83\tfrac{4+16+36}{3}-4^2=\tfrac{56}{3}-16=\tfrac{8}{3} ตรงกับตัวอย่างที่ 2 ในหน้า 49.3

ขั้นกลางของการพิสูจน์คือ ∑(xi−μ)2=∑xi2−2μ∑xi+Nμ2=∑xi2−2Nμ2+Nμ2=∑xi2−Nμ2\sum(x_i-\mu)^2=\sum x_i^2-2\mu\sum x_i+N\mu^2=\sum x_i^2-2N\mu^2+N\mu^2=\sum x_i^2-N\mu^2 แล้วหารด้วย NN ทั้งสองข้าง ข้อดีคือไม่ต้องลบค่าเฉลี่ยออกจากข้อมูลทีละตัว แค่รวมข้อมูลกับรวมกำลังสองของข้อมูล ซึ่งเครื่องคิดเลขทำในโหมดสถิติให้ได้ทันที

ตัวอย่าง 1

นักเรียนห้าคนทำการบ้านสัปดาห์ละ 3,5,6,8,93,5,6,8,9 ชั่วโมง หาความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มองห้าคนนี้เป็นกลุ่มที่สนใจทั้งหมด ตอบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง

  1. ค่าเฉลี่ย μ=3+5+6+8+95=315=6.2\mu=\tfrac{3+5+6+8+9}{5}=\tfrac{31}{5}=6.2 ชั่วโมง ถ้าใช้นิยามต้องลบ 6.26.2 ทุกตัวได้ −3.2,−1.2,−0.2,1.8,2.8-3.2,-1.2,-0.2,1.8,2.8 แล้วยกกำลังสองทศนิยมอีกห้าครั้ง จึงเลือกใช้สูตรลัด
  2. รวมกำลังสองของข้อมูล 9+25+36+64+81=2159+25+36+64+81=215 หาร 55 ได้ค่าเฉลี่ยของกำลังสอง 4343
  3. ลบกำลังสองของค่าเฉลี่ย 6.22=38.446.2^2=38.44 ได้ σ2=43−38.44=4.56\sigma^2=43-38.44=4.56 ชั่วโมงยกกำลังสอง
  4. ถอดราก σ=4.56≈2.14\sigma=\sqrt{4.56}\approx 2.14 ชั่วโมง
  5. ตรวจด้วยนิยาม (−3.2)2+(−1.2)2+(−0.2)2+1.82+2.82=10.24+1.44+0.04+3.24+7.84=22.8(-3.2)^2+(-1.2)^2+(-0.2)^2+1.8^2+2.8^2=10.24+1.44+0.04+3.24+7.84=22.8 หาร 55 ได้ 4.564.56 ตรงกัน

ลองคิดก่อน

เพื่อนใช้สูตรลัดกับข้อมูลชุดหนึ่งแล้วได้ความแปรปรวน −3.5-3.5 เพื่อนบอกว่าข้อมูลชุดนี้กระจายติดลบ แปลว่าเกาะกลุ่มกันมาก ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ความแปรปรวนคือค่าเฉลี่ยของกำลังสอง จึงติดลบไม่ได้เลย ได้ศูนย์ก็ต่อเมื่อข้อมูลทุกตัวเท่ากัน ถ้าคำนวณได้ติดลบแปลว่าคิดผิด ที่พบบ่อยคือใช้ (∑xi)2\left(\sum x_i\right)^2 แทน ∑xi2\sum x_i^2 หรือลืมหารด้วย NN ก่อนลบ μ2\mu^2 ผลลบเป็นสัญญาณให้ย้อนตรวจ ไม่ใช่ผลที่ต้องแปลความหมาย

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากตารางแจกแจงความถี่

ข้อมูลจัดกลุ่มใช้จุดกึ่งกลางชั้นแทนทุกคนในชั้นเหมือนในหน้า 49.2 แล้วถ่วงด้วยความถี่ ได้ σ2≈∑fixi2N−xˉ2\sigma^2\approx\dfrac{\sum f_ix_i^2}{N}-\bar x^2

ตัวอย่าง 2

ใช้ตารางเวลาเดินทางของนักเรียน 4040 คนจากหน้า 49.1 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยประมาณ 23.2523.25 นาที ประมาณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มองนักเรียน 4040 คนนี้เป็นกลุ่มที่สนใจทั้งหมด ตอบเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง

ช่วง (นาที)fif_ixix_ixi2x_i^2fixi2f_ix_i^2
0≤x<100\le x<1066552525150150
10≤x<2010\le x<201111151522522524752475
20≤x<3020\le x<301212252562562575007500
30≤x<4030\le x<407735351225122585758575
40≤x<5040\le x<503345452025202560756075
50≤x<6050\le x<601155553025302530253025
  1. สร้างคอลัมน์ xi2x_i^2 จากจุดกึ่งกลาง แล้วคูณความถี่ได้คอลัมน์ fixi2f_ix_i^2 ตามตาราง ต้องยกกำลังสองก่อนคูณความถี่ ไม่ใช่ยกกำลังสองของ fixif_ix_i
  2. รวมคอลัมน์สุดท้าย ∑fixi2=27800\sum f_ix_i^2=27800 หาร N=40N=40 ได้ค่าเฉลี่ยของกำลังสอง 695695
  3. ลบกำลังสองของค่าเฉลี่ย 23.252=540.562523.25^2=540.5625 ได้ σ2≈695−540.5625=154.4375\sigma^2\approx 695-540.5625=154.4375 ตารางนาที
  4. ถอดรากที่สอง σ≈12.43\sigma\approx 12.43 นาที
  5. แปลผล เวลาเดินทางของนักเรียนโดยทั่วไปห่างจากค่าเฉลี่ยราว 1212 นาที ถ้าโรงเรียนเลื่อนเวลาเข้าแถวโดยคิดจากค่าเฉลี่ยอย่างเดียว คนที่บ้านไกลกว่าค่าเฉลี่ยมากยังมาไม่ทันอยู่ดี

ค่าที่ได้เป็นค่าประมาณด้วยเหตุผลเดียวกับค่าเฉลี่ยจากตาราง การแทนทุกคนในชั้นด้วยจุดกึ่งกลางทำให้ความต่างภายในชั้นหายไป ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ได้จากตารางที่ช่วงกว้างมากจึงอาจคลาดจากค่าจริงได้

เทียบการกระจายต่างหน่วยด้วยสัมประสิทธิ์การแปรผัน

ถ้าอยากรู้ว่านักเรียน ม.6 มีน้ำหนักต่างกันมากกว่าส่วนสูงหรือไม่ จะเทียบส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 8.88.8 กิโลกรัมกับ 6.66.6 เซนติเมตรตรงๆ ไม่ได้ เพราะคนละหน่วย ต่อให้หน่วยเดียวกัน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5050 บาทของราคาโทรศัพท์ที่เฉลี่ย 80008000 บาทถือว่าน้อยมาก แต่ 5050 บาทของราคาข้าวกล่องที่เฉลี่ย 4545 บาทถือว่ามากจนแปลก ต้องเทียบการกระจายกับขนาดของค่าเฉลี่ย

นิยาม

สัมประสิทธิ์การแปรผัน คือ CV=σμ\text{CV}=\dfrac{\sigma}{\mu} สำหรับประชากร หรือ sxˉ\dfrac{s}{\bar x} สำหรับตัวอย่าง นิยมเขียนเป็นร้อยละ ใช้กับข้อมูลที่เป็นบวกและมีศูนย์แท้ เช่นน้ำหนัก ราคา เวลา หน่วยในเศษและส่วนตัดกันหมด จึงไม่มีหน่วย

ตัวอย่าง 3

นักเรียน ม.6 กลุ่มหนึ่งมีน้ำหนักเฉลี่ย 5555 กิโลกรัม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 8.88.8 กิโลกรัม และส่วนสูงเฉลี่ย 165165 เซนติเมตร ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 6.66.6 เซนติเมตร ลักษณะใดแตกต่างกันมากกว่าเมื่อเทียบกับขนาดของตัวเอง

  1. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานคนละหน่วยเทียบกันไม่ได้ จึงหารด้วยค่าเฉลี่ยของตัวเองก่อน
  2. น้ำหนัก CV=8.855=0.16\text{CV}=\tfrac{8.8}{55}=0.16 หรือ 1616 เปอร์เซ็นต์
  3. ส่วนสูง CV=6.6165=0.04\text{CV}=\tfrac{6.6}{165}=0.04 หรือ 44 เปอร์เซ็นต์
  4. น้ำหนักแปรผันสัมพัทธ์มากกว่าส่วนสูงถึงสี่เท่า สอดคล้องกับที่เห็นจริงว่าเพื่อนในห้องสูงไล่เลี่ยกันมากกว่าน้ำหนัก

ตัวอย่าง 4

หาสัมประสิทธิ์การแปรผันของเวลาเดินทางในตัวอย่างที่ 2 เป็นร้อยละ ทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง แล้วเทียบกับน้ำหนักในตัวอย่างที่ 3

  1. ใช้ค่าจากตาราง σ≈12.43\sigma\approx 12.43 นาที และ xˉ≈23.25\bar x\approx 23.25 นาที ทั้งสองเป็นนาทีจึงหารกันแล้วหน่วยหายไป
  2. CV≈12.4323.25≈0.535\text{CV}\approx\tfrac{12.43}{23.25}\approx 0.535 หรือประมาณ 53.553.5 เปอร์เซ็นต์
  3. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของเวลาเดินทางเกินครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ย สูงกว่าน้ำหนักที่มีแค่ 1616 เปอร์เซ็นต์มาก แปลว่าเวลาเดินทางของแต่ละคนต่างกันมากเมื่อเทียบกับขนาดของมันเอง
  4. ผลนี้เข้ากับฮิสโทแกรมเบ้ขวาในหน้า 49.1 ที่มีบางคนใช้เวลาเกิน 4040 นาที ข้อเสนอที่ตรงกว่าการเลื่อนเวลาเข้าแถวของทุกคน อาจเป็นการดูแลเฉพาะกลุ่มที่บ้านไกล

ลองคิดก่อน

ราคาโทรศัพท์ในร้านหนึ่งมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 12001200 บาท ราคาข้าวกล่องในโรงอาหารมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 99 บาท จึงสรุปได้ว่าราคาโทรศัพท์กระจายมากกว่าราคาข้าวกล่อง ถูกไหม ถ้าราคาโทรศัพท์เฉลี่ย 1200012000 บาท และข้าวกล่องเฉลี่ย 4545 บาท

ดูคำตอบ

สรุปแบบนั้นไม่ได้ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานใหญ่เพราะราคาโทรศัพท์ใหญ่เอง เมื่อเทียบกับขนาด โทรศัพท์มี CV=120012000=10\text{CV}=\tfrac{1200}{12000}=10 เปอร์เซ็นต์ ข้าวกล่องมี 945=20\tfrac{9}{45}=20 เปอร์เซ็นต์ ราคาข้าวกล่องจึงกระจายสัมพัทธ์มากกว่าสองเท่า

สัมประสิทธิ์การแปรผันใช้ไม่ได้กับอุณหภูมิในหน่วยองศาเซลเซียส เพราะศูนย์องศาไม่ได้แปลว่าไม่มีความร้อน ค่าเฉลี่ยใกล้ศูนย์จะทำให้ CV ใหญ่ผิดปกติ และเปลี่ยนเป็นองศาฟาเรนไฮต์แล้วได้ค่าต่างไปจากเดิม

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานยังมีอีกบทบาทหนึ่ง คือใช้เป็นไม้บรรทัดวัดว่าข้อมูลตัวหนึ่งอยู่สูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากเพียงใด หน้า 49.5 จะใช้ความคิดนี้กับคะแนนมาตรฐาน คู่กับควอร์ไทล์และแผนภาพกล่อง

สรุป

  • สูตรลัด σ2=∑xi2/N−μ2\sigma^2=\sum x_i^2/N-\mu^2 ไม่ต้องลบค่าเฉลี่ยทีละตัว ความแปรปรวนติดลบไม่ได้
  • ข้อมูลจัดกลุ่มใช้ σ2≈∑fixi2/N−xˉ2\sigma^2\approx\sum f_ix_i^2/N-\bar x^2 จากจุดกึ่งกลางชั้น ผลเป็นค่าประมาณ
  • สัมประสิทธิ์การแปรผัน σ/μ\sigma/\mu ไม่มีหน่วย ใช้เทียบการกระจายของข้อมูลต่างหน่วยหรือต่างขนาด
  • ใช้ CV กับข้อมูลที่มีศูนย์แท้ ไม่ใช้กับอุณหภูมิองศาเซลเซียส