descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 41 เวกเตอร์ตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.5 เล่ม 1 บทที่ 3เพิ่มเติม

41.3 ผลคูณเชิงสเกลาร์

ออกแรงดึงกระเป๋าเฉียงขึ้น แต่กระเป๋าเคลื่อนตามพื้น ส่วนของแรงตามแนวการเคลื่อนที่เท่านั้นที่ใช้คำนวณงาน ดอตโปรดักต์วัดส่วนร่วมตามทิศทางนี้

ถ้าดึงด้วยแรง 5050 นิวตัน เชือกทำมุม 6060 องศากับพื้น แรงส่วนที่ลากไปข้างหน้ามีเท่าไร และถ้าเชือกตั้งฉากกับพื้นพอดี แรงทั้งหมดจะไปไหน คำถามแบบนี้ต้องการการคูณเวกเตอร์สองตัวที่ให้ผลเป็นจำนวน และผลนั้นต้องขึ้นกับมุมระหว่างเวกเตอร์ หน้านี้สร้างการคูณนั้น แล้วใช้หามุม ตรวจการตั้งฉาก หาเงาของเวกเตอร์ และคำนวณงาน

นิยามจากองค์ประกอบ

ผลคูณเชิงสเกลาร์หรือดอตโปรดักต์ของ u=⟨u1,u2,u3⟩\mathbf u=\langle u_1,u_2,u_3\rangle กับ v=⟨v1,v2,v3⟩\mathbf v=\langle v_1,v_2,v_3\rangle คือ u⋅v=u1v1+u2v2+u3v3\mathbf u\cdot\mathbf v=u_1v_1+u_2v_2+u_3v_3 คูณองค์ประกอบที่อยู่ตำแหน่งเดียวกันแล้วบวกกัน ในสองมิติใช้แค่สองพจน์แรก ผลลัพธ์เป็นจำนวน ไม่ใช่เวกเตอร์ จึงเรียกว่าผลคูณเชิงสเกลาร์

สมบัติที่ตามมาจากนิยามทันที คือ u⋅v=v⋅u\mathbf u\cdot\mathbf v=\mathbf v\cdot\mathbf u และ u⋅(v+w)=u⋅v+u⋅w\mathbf u\cdot(\mathbf v+\mathbf w)=\mathbf u\cdot\mathbf v+\mathbf u\cdot\mathbf w และ (ku)⋅v=k(u⋅v)(k\mathbf u)\cdot\mathbf v=k(\mathbf u\cdot\mathbf v) ข้อที่ใช้บ่อยที่สุดคือ u⋅u=u12+u22+u32=∥u∥2\mathbf u\cdot\mathbf u=u_1^2+u_2^2+u_3^2=\|\mathbf u\|^2 ดอตตัวเองได้กำลังสองของขนาด

ตัวอย่าง 1

ให้ u=⟨1,2,3⟩\mathbf u=\langle1,2,3\rangle และ v=⟨4,−5,6⟩\mathbf v=\langle4,-5,6\rangle หา u⋅v\mathbf u\cdot\mathbf v และ v⋅v\mathbf v\cdot\mathbf v

  1. คูณทีละตำแหน่ง 1(4)+2(−5)+3(6)=4−10+18=121(4)+2(-5)+3(6)=4-10+18=12 พจน์กลางติดลบเพราะองค์ประกอบที่สองมีเครื่องหมายต่างกัน
  2. v⋅v=16+25+36=77\mathbf v\cdot\mathbf v=16+25+36=77 ซึ่งต้องเท่ากับ ∥v∥2\|\mathbf v\|^2 จึงได้ ∥v∥=77\|\mathbf v\|=\sqrt{77} ด้วย

ที่มาจากกฎของโคไซน์

วางหางของ u\mathbf u และ v\mathbf v ที่จุดเดียวกัน ให้ทำมุม θ\theta กัน จากหน้า 41.1 ด้านที่สามของสามเหลี่ยมคือ u−v\mathbf u-\mathbf v กฎของโคไซน์ในบทที่ 39 ให้

∥u−v∥2=∥u∥2+∥v∥2−2∥u∥∥v∥cos⁡θ\|\mathbf u-\mathbf v\|^2=\|\mathbf u\|^2+\|\mathbf v\|^2-2\|\mathbf u\|\|\mathbf v\|\cos\theta

อีกทางหนึ่ง กระจายข้างซ้ายด้วยสมบัติข้างบน ∥u−v∥2=(u−v)⋅(u−v)=∥u∥2−2 u⋅v+∥v∥2\|\mathbf u-\mathbf v\|^2=(\mathbf u-\mathbf v)\cdot(\mathbf u-\mathbf v)=\|\mathbf u\|^2-2\,\mathbf u\cdot\mathbf v+\|\mathbf v\|^2 เทียบสองบรรทัดนี้แล้วตัดพจน์ที่เหมือนกันออก ได้ u⋅v=∥u∥∥v∥cos⁡θ\mathbf u\cdot\mathbf v=\|\mathbf u\|\|\mathbf v\|\cos\theta

สมบัติ

u⋅v=u1v1+u2v2+u3v3=∥u∥∥v∥cos⁡θ\mathbf u\cdot\mathbf v=u_1v_1+u_2v_2+u_3v_3=\|\mathbf u\|\|\mathbf v\|\cos\theta เมื่อ 0≤θ≤π0\le\theta\le\pi

ผลลัพธ์เป็นสเกลาร์ ถ้าเวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ ดอตโปรดักต์เป็นศูนย์ก็ต่อเมื่อตั้งฉาก เครื่องหมายบวกบอกมุมแหลมและลบบอกมุมป้าน หามุมโดยหารด้วยผลคูณขนาดก่อนใช้ฟังก์ชันผกผัน

จากองค์ประกอบสู่มุมระหว่างเวกเตอร์

สูตรพิกัดให้ค่าดอตได้เร็ว แต่ค่าดอตอย่างเดียวไม่บอกมุม เพราะเวกเตอร์ขนาดใหญ่ทำให้ค่าดอตใหญ่ขึ้นโดยมุมเท่าเดิม ต้องหารผลคูณของขนาดเพื่อให้เหลือโคไซน์ของมุม cos⁡θ=u⋅v∥u∥∥v∥\cos\theta=\dfrac{\mathbf u\cdot\mathbf v}{\|\mathbf u\|\|\mathbf v\|} ถ้าได้ค่านอกช่วงลบหนึ่งถึงหนึ่ง ให้ย้อนตรวจพิกัดหรือการถอดรากก่อนกดฟังก์ชันผกผัน

ตัวอย่าง 2

หามุมระหว่าง u=⟨1,0⟩\mathbf u=\langle1,0\rangle และ v=⟨1,3⟩\mathbf v=\langle1,\sqrt3\rangle

  1. ดอตโปรดักต์เท่ากับ 1(1)+0(3)=11(1)+0(\sqrt3)=1 ขนาดสองตัวคือ 11 และ 1+3=2\sqrt{1+3}=2
  2. จึงได้ cos⁡θ=11⋅2=12\cos\theta=\dfrac{1}{1\cdot2}=\dfrac12
  3. มุมระหว่างเวกเตอร์อยู่ในช่วง 00 ถึง π\pi จึงได้ θ=π/3\theta=\pi/3 หรือ 6060 องศา

ตัวอย่าง 3

หามุมระหว่าง u=⟨1,2,−2⟩\mathbf u=\langle1,2,-2\rangle และ v=⟨−2,−1,2⟩\mathbf v=\langle-2,-1,2\rangle ในสามมิติ

  1. ดอตโปรดักต์ 1(−2)+2(−1)+(−2)(2)=−2−2−4=−81(-2)+2(-1)+(-2)(2)=-2-2-4=-8 ค่าติดลบบอกล่วงหน้าว่ามุมเป็นมุมป้าน
  2. ขนาด ∥u∥=1+4+4=3\|\mathbf u\|=\sqrt{1+4+4}=3 และ ∥v∥=4+1+4=3\|\mathbf v\|=\sqrt{4+1+4}=3
  3. cos⁡θ=−83⋅3=−89\cos\theta=\dfrac{-8}{3\cdot3}=-\dfrac89 ค่านี้อยู่ในช่วง −1-1 ถึง 11 จึงใช้ได้
  4. ใช้เครื่องคิดเลขได้ θ\theta ประมาณ 152.7152.7 องศา มากกว่า 9090 องศาตามที่คาดจากเครื่องหมาย

ตรวจการตั้งฉาก

เวกเตอร์ที่ไม่เป็นศูนย์สองตัวตั้งฉากกันก็ต่อเมื่อดอตกันได้ศูนย์ เพราะ cos⁡90∘=0\cos90^\circ=0 ข้อดีคือไม่ต้องหามุมจริง แค่คูณและบวกก็รู้คำตอบ โจทย์จึงชอบให้หาค่าตัวแปรที่ทำให้ตั้งฉาก ซึ่งกลายเป็นการแก้สมการ

ตัวอย่าง 4

u=⟨2,1⟩\mathbf u=\langle2,1\rangle กับ v=⟨1,−2⟩\mathbf v=\langle1,-2\rangle ตั้งฉากหรือไม่

  1. คำนวณ u⋅v=2(1)+1(−2)=0\mathbf u\cdot\mathbf v=2(1)+1(-2)=0
  2. ทั้งสองเวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ จึงตั้งฉาก

ตัวอย่าง 5

หาค่า kk ที่ทำให้ ⟨k,2,−1⟩\langle k,2,-1\rangle ตั้งฉากกับ ⟨3,k,4⟩\langle3,k,4\rangle

  1. ตั้งเงื่อนไขตั้งฉาก ดอตโปรดักต์ต้องเป็นศูนย์ 3k+2k+(−1)(4)=03k+2k+(-1)(4)=0
  2. รวมพจน์ได้ 5k−4=05k-4=0 จึงได้ k=45k=\tfrac45
  3. ตรวจ เวกเตอร์ทั้งสองกลายเป็น ⟨45,2,−1⟩\langle\tfrac45,2,-1\rangle และ ⟨3,45,4⟩\langle3,\tfrac45,4\rangle ดอตกันได้ 125+85−4=0\tfrac{12}{5}+\tfrac85-4=0 และไม่มีตัวใดเป็นเวกเตอร์ศูนย์

ลองคิดก่อน

ดอตโปรดักต์เป็นศูนย์แปลว่าเวกเตอร์ทั้งสองเป็นศูนย์หรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่จำเป็น เวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ที่ตั้งฉากกันก็ดอตกันได้ศูนย์ เช่น ⟨2,1⟩\langle2,1\rangle กับ ⟨1,−2⟩\langle1,-2\rangle ในตัวอย่างที่ 4 การคิดว่าผลคูณเป็นศูนย์แล้วตัวใดตัวหนึ่งต้องเป็นศูนย์ใช้ได้กับจำนวน แต่ใช้กับดอตโปรดักต์ไม่ได้ ถ้าจะอนุมานมุมต้องตรวจว่าเวกเตอร์ทั้งคู่ไม่เป็นศูนย์ก่อน

ลองคิดก่อน

ถ้า u⋅v=u⋅w\mathbf u\cdot\mathbf v=\mathbf u\cdot\mathbf w และ u≠0\mathbf u\ne\mathbf0 ตัด u\mathbf u ออกแล้วสรุปว่า v=w\mathbf v=\mathbf w ได้ไหม

ดูคำตอบ

ไม่ได้ ลอง u=⟨1,0⟩\mathbf u=\langle1,0\rangle v=⟨2,3⟩\mathbf v=\langle2,3\rangle และ w=⟨2,−5⟩\mathbf w=\langle2,-5\rangle ดอตกับ u\mathbf u ได้ 22 เท่ากันทั้งคู่ แต่ v≠w\mathbf v\ne\mathbf w สิ่งที่สรุปได้คือ u⋅(v−w)=0\mathbf u\cdot(\mathbf v-\mathbf w)=0 แปลว่า v−w\mathbf v-\mathbf w ตั้งฉากกับ u\mathbf u เท่านั้น ดอตโปรดักต์ไม่มีการหาร จึงตัดทิ้งแบบสมการจำนวนไม่ได้

โครงฉาย

ส่องไฟลงมาตั้งฉากกับแนวของ v\mathbf v เงาของ u\mathbf u ที่ตกบนแนวนั้นเรียกว่าโครงฉายของ u\mathbf u บน v\mathbf v ความยาวแบบมีเครื่องหมายของเงาคือ ∥u∥cos⁡θ\|\mathbf u\|\cos\theta แทน cos⁡θ\cos\theta จากสูตรมุมได้ u⋅v∥v∥\dfrac{\mathbf u\cdot\mathbf v}{\|\mathbf v\|} ถ้าต้องการเงาเป็นเวกเตอร์ ให้คูณความยาวนี้กับเวกเตอร์หนึ่งหน่วยในทิศ v\mathbf v

proj⁡vu=u⋅v∥v∥2 v\operatorname{proj}_{\mathbf v}\mathbf u=\frac{\mathbf u\cdot\mathbf v}{\|\mathbf v\|^2}\,\mathbf v

ส่วนที่เหลือ u−proj⁡vu\mathbf u-\operatorname{proj}_{\mathbf v}\mathbf u ตั้งฉากกับ v\mathbf v เสมอ จึงแยก u\mathbf u เป็นสองส่วนได้ ส่วนหนึ่งขนานกับ v\mathbf v อีกส่วนตั้งฉาก

ตัวอย่าง 6

หาโครงฉายของ u=⟨4,2⟩\mathbf u=\langle4,2\rangle บน v=⟨3,4⟩\mathbf v=\langle3,4\rangle ทั้งความยาวและเวกเตอร์

  1. u⋅v=12+8=20\mathbf u\cdot\mathbf v=12+8=20 และ ∥v∥=5\|\mathbf v\|=5 ความยาวของเงาคือ 205=4\tfrac{20}{5}=4
  2. เวกเตอร์โครงฉายคือ 2025⟨3,4⟩=⟨125,165⟩\tfrac{20}{25}\langle3,4\rangle=\langle\tfrac{12}{5},\tfrac{16}{5}\rangle ตรวจขนาด 45×5=4\tfrac45\times5=4 ตรงกับขั้นแรก
  3. ตรวจส่วนที่เหลือ ⟨4,2⟩−⟨125,165⟩=⟨85,−65⟩\langle4,2\rangle-\langle\tfrac{12}{5},\tfrac{16}{5}\rangle=\langle\tfrac85,-\tfrac65\rangle ดอตกับ v\mathbf v ได้ 245−245=0\tfrac{24}{5}-\tfrac{24}{5}=0 ตั้งฉากจริง

งานของแรงคงที่

ถ้าแรงเป็น F\mathbf F นิวตันและการกระจัดเป็น s\mathbf s เมตร งาน W=F⋅sW=\mathbf F\cdot\mathbf s จูล ซึ่งเท่ากับ ∥F∥∥s∥cos⁡θ\|\mathbf F\|\|\mathbf s\|\cos\theta คือความยาวของการกระจัดคูณแรงส่วนที่อยู่ตามแนวการกระจัด งานอาจลบได้เมื่อแรงต้านการเคลื่อนที่ และเป็นศูนย์เมื่อแรงตั้งฉากกับการเคลื่อนที่

ตัวอย่าง 7

แรง ⟨6,8⟩\langle6,8\rangle นิวตันพาวัตถุเคลื่อน ⟨5,0⟩\langle5,0\rangle เมตร หางาน

  1. ดอตโปรดักต์ได้ 6(5)+8(0)=306(5)+8(0)=30
  2. งานเป็น 3030 จูล แรงแนวตั้งไม่ทำงานกับการกระจัดแนวนอนนี้

ตัวอย่าง 8

กลับไปที่กระเป๋าตอนต้นหน้า ดึงด้วยแรง 5050 นิวตัน เชือกทำมุม 6060 องศากับพื้น ลากไปตามพื้น 2020 เมตร งานเท่าไร

  1. ใช้รูปมุม W=∥F∥∥s∥cos⁡θ=50×20×cos⁡60∘=50×20×12=500W=\|\mathbf F\|\|\mathbf s\|\cos\theta=50\times20\times\cos60^\circ=50\times20\times\tfrac12=500 จูล
  2. ตรวจด้วยองค์ประกอบ แรงคือ ⟨50cos⁡60∘, 50sin⁡60∘⟩=⟨25,253⟩\langle50\cos60^\circ,\ 50\sin60^\circ\rangle=\langle25,25\sqrt3\rangle การกระจัดคือ ⟨20,0⟩\langle20,0\rangle ดอตกันได้ 25(20)+0=50025(20)+0=500 ตรงกัน
  3. แรงส่วนที่ลากไปข้างหน้ามีแค่ 2525 นิวตัน ถ้าเชือกตั้งฉากกับพื้น cos⁡90∘=0\cos90^\circ=0 งานในแนวนอนเป็นศูนย์ แรงทั้งหมดใช้ยกกระเป๋าขึ้น

ตรวจวิธีคิด

ถ้าคูณเวกเตอร์ตัวหนึ่งด้วยจำนวนบวก มุมเดิมไม่เปลี่ยนเพราะตัวคูณหักล้างในเศษกับส่วน แต่ถ้าคูณด้วยลบ ทิศกลับและมุมเป็นมุมเสริม ไม่ใช้ค่าดอตเป็นองศาหรือเรเดียนโดยตรง

สรุป

  • ดอตโปรดักต์ให้จำนวน ไม่ใช่เวกเตอร์ และ u⋅u=∥u∥2\mathbf u\cdot\mathbf u=\|\mathbf u\|^2
  • ใช้สูตรพิกัดคำนวณแล้วเชื่อมกับสูตรมุม cos⁡θ=u⋅v∥u∥∥v∥\cos\theta=\dfrac{\mathbf u\cdot\mathbf v}{\|\mathbf u\|\|\mathbf v\|} ซึ่งมาจากกฎของโคไซน์
  • เวกเตอร์ไม่เป็นศูนย์ตั้งฉากกันก็ต่อเมื่อดอตกันได้ศูนย์
  • โครงฉายของ u\mathbf u บน v\mathbf v คือ u⋅v∥v∥2v\dfrac{\mathbf u\cdot\mathbf v}{\|\mathbf v\|^2}\mathbf v
  • งานต้องใช้หน่วยของแรงและการกระจัดให้สอดคล้อง

ดอตโปรดักต์บอกว่าเวกเตอร์สองตัวไปทางเดียวกันมากแค่ไหน แต่บางงานต้องการเวกเตอร์ใหม่ที่ตั้งฉากกับทั้งสองตัว เช่นทิศที่ตั้งฉากกับแผ่นหลังคา หน้า 41.4 สร้างการคูณที่ให้ผลเป็นเวกเตอร์แบบนั้น