descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 38 เรขาคณิตวิเคราะห์ตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.4 เล่ม 2 บทที่ 3เพิ่มเติม

38.2 เส้นตรงและความชัน

ทางลาดที่สูงขึ้น 22 เมตรในระยะแนวนอน 55 เมตรมีความชัน 2/52/5 ความชันบอกอัตราการเปลี่ยนแนวตั้งต่อแนวนอน ไม่ใช่ความยาวของทางลาด

ทางลาดสำหรับรถเข็นตามมาตรฐานทั่วไปต้องชันไม่เกิน 1/121/12 คือสูงขึ้น 11 เมตรต้องใช้ระยะแนวนอน 1212 เมตร ทางลาดที่ชัน 2/52/5 จึงชันเกินไปมาก ตัวเลขเดียวนี้บอกได้ทันทีว่าเส้นตรงเอียงแค่ไหน และในบทที่ 8 เราเคยเห็นแล้วว่าความสัมพันธ์ y=ax+by = ax + b ให้จุดที่ขยับขึ้นหรือลงเท่าเดิมทุกครั้งที่ xx เพิ่มหนึ่ง ค่า aa ตัวนั้นคือความชันที่จะศึกษาในหน้านี้

หน้านี้จะหาความชันจากสองจุด เขียนสมการเส้นตรงหลายรูปแบบ และใช้ความชันบอกว่าเส้นสองเส้นขนานหรือตั้งฉากกัน ซึ่งต้องใช้ในหน้าถัดไปทั้งหมด

อัตราส่วนผลต่าง

เส้นผ่านสองจุดที่ x1≠x2x_1\ne x_2 มีความชัน

m=y2−y1x2−x1m=\frac{y_2-y_1}{x_2-x_1}

ตัวเศษคือระยะที่ขึ้นหรือลง ตัวส่วนคือระยะที่ไปทางขวาหรือซ้าย ถ้า mm เป็นบวก เส้นขึ้นเมื่อมองจากซ้ายไปขวา ถ้าเป็นลบ เส้นลง

คำถามที่ควรถามคือ ถ้าเลือกจุดคู่อื่นบนเส้นเดียวกัน ความชันจะเปลี่ยนไหม คำตอบคือไม่เปลี่ยน สามเหลี่ยมมุมฉากที่สร้างจากจุดคู่ใดบนเส้นเดียวกันมีมุมเท่ากันทุกมุม จึงคล้ายกันตามบทที่ 24 อัตราส่วนของขาแนวตั้งต่อขาแนวนอนจึงเท่ากันเสมอ ความชันจึงเป็นสมบัติของเส้น ไม่ใช่ของจุดที่เราเลือก

ข้อนี้ทำให้เขียนสมการเส้นตรงได้ ถ้าเส้นผ่าน (x1,y1)(x_1,y_1) และมีความชัน mm จุด (x,y)(x, y) อื่นใดบนเส้นต้องให้ความชันเดียวกันกับ (x1,y1)(x_1, y_1) คือ y−y1x−x1=m\tfrac{y - y_1}{x - x_1} = m คูณ x−x1x - x_1 ทั้งสองข้างได้รูปจุดและความชัน

y−y1=m(x−x1)y-y_1=m(x-x_1)

รูปนี้รวมจุด (x1,y1)(x_1, y_1) เองด้วย ซึ่งรูปเศษส่วนทำไม่ได้เพราะตัวส่วนเป็นศูนย์ ถ้ากระจายแล้วจัดให้ yy อยู่ข้างเดียวจะได้รูป y=mx+by = mx + b โดย bb คือจุดตัดแกน yy

ตัวอย่าง 1

หาเส้นผ่าน (1,3)(1,3) และ (5,11)(5,11)

  1. ความชัน (11−3)/(5−1)=8/4=2(11-3)/(5-1)=8/4=2 ใช้ลำดับจุดเดียวกันทั้งตัวเศษและตัวส่วน ถ้าตัวเศษเอาจุดที่สองลบจุดแรก ตัวส่วนก็ต้องเป็นแบบเดียวกัน
  2. ใช้จุดแรก y−3=2(x−1)y-3=2(x-1) กระจายได้ y−3=2x−2y - 3 = 2x - 2 จัดได้ y=2x+1y=2x+1
  3. แทนจุดที่สองได้ 11=2(5)+111=2(5)+1 ถูกต้อง ขั้นตรวจนี้ใช้เวลาไม่กี่วินาทีและจับการคิดเลขผิดได้เกือบทุกแบบ

เส้นตั้งและเส้นนอน

เส้นตั้งไม่มีความชันเพราะตัวส่วนเป็นศูนย์ ทุกจุดบนเส้นมีพิกัด xx เท่ากัน จึงเขียนเป็น x=cx=c ส่วนเส้นนอนมีความชันศูนย์ เพราะพิกัด yy ไม่เปลี่ยน ตัวเศษจึงเป็นศูนย์ เขียนเป็น y=cy=c สองกรณีนี้ต่างกันมาก เส้นนอนมีความชันเป็นจำนวนจริงคือ 00 แต่เส้นตั้งไม่มีค่าความชันเลย ไม่ใช้คำว่าอนันต์แทนค่าความชันในสมการปกติ

ลองคิดก่อน

เส้น x=3x=3 มีความชันศูนย์ไหม

ดูคำตอบ

ไม่มีค่าความชัน เพราะพิกัดแนวนอนไม่เปลี่ยน ตัวหารในสูตรศูนย์ เส้นที่ความชันศูนย์คือเส้นนอน

สูตรความชันครอบคลุมเส้นที่ไม่ตั้ง แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนใส่เส้นตั้งในรูป y=mx+by=mx+b ใช้เงื่อนไขพิกัดคงที่เขียนได้ตรงกว่า

ตัวอย่าง 2

หาเส้นผ่าน (3,−2)(3,-2) ที่ขนานกับแกน yy และเส้นที่ตั้งฉากกับมันผ่านจุดเดียวกัน

  1. เส้นขนานแกน yy มีพิกัด xx คงที่ จึงเป็น x=3x=3
  2. เส้นตั้งฉากเป็นเส้นนอน มีพิกัด yy คงที่ จึงเป็น y=−2y=-2
  3. ทั้งสองเส้นผ่าน (3,−2)(3,-2) และเป็นแกนฉากกัน แม้เส้นแรกไม่มีค่าความชัน

รูปทั่วไป Ax + By + C = 0

สมการทั่วไป Ax+By+C=0Ax+By+C=0 ใช้ได้เมื่อ A,BA,B ไม่เป็นศูนย์พร้อมกัน รูปนี้มีข้อดีคือเขียนเส้นได้ทุกเส้น รวมทั้งเส้นตั้ง เช่น x=3x = 3 เขียนเป็น x−3=0x - 3 = 0 ซึ่งรูป y=mx+by = mx + b ทำไม่ได้ และหน้าถัดไปจะใช้รูปนี้คำนวณระยะจากจุดถึงเส้น

ถ้า B≠0B\ne0 ย้ายข้างแล้วหารด้วย BB ได้ y=−ABx−CBy = -\tfrac{A}{B}x - \tfrac{C}{B} ความชันจึงเป็น −A/B-A/B การคูณทั้งสมการด้วยค่าคงตัวที่ไม่เป็นศูนย์ไม่เปลี่ยนเส้น เพราะจุดที่ทำให้ซ้ายมือเป็นศูนย์ยังเป็นศูนย์อยู่หลังคูณ นิยมคูณให้สัมประสิทธิ์เป็นจำนวนเต็มและ AA เป็นบวก

ตัวอย่าง 3

เส้น 3x−4y+12=03x - 4y + 12 = 0 มีความชันเท่าไร ตัดแกน xx และแกน yy ที่ใด

  1. ย้ายข้าง 4y=3x+124y = 3x + 12 หารด้วย 44 ได้ y=34x+3y = \tfrac34 x + 3 ความชันคือ 34\tfrac34 ตรงกับสูตร −A/B=−3/(−4)-A/B = -3/(-4)
  2. จุดตัดแกน yy คือจุดที่ x=0x = 0 แทนแล้วได้ −4y+12=0-4y + 12 = 0 จึงได้ y=3y = 3 ตรงกับค่าคงตัวในรูป y=mx+by = mx + b
  3. จุดตัดแกน xx คือจุดที่ y=0y = 0 แทนแล้วได้ 3x+12=03x + 12 = 0 จึงได้ x=−4x = -4
  4. วาดเส้นได้ทันทีจากสองจุด (0,3)(0, 3) กับ (−4,0)(-4, 0) ตรวจความชัน 3−00−(−4)=34\tfrac{3 - 0}{0 - (-4)} = \tfrac34 ตรงกัน

ขนานและตั้งฉาก

เส้นไม่ตั้งสองเส้นขนานกันเมื่อความชันเท่ากันและเป็นคนละเส้น เหตุผลคือเส้นที่เอียงเท่ากันจะเดินไปทางเดียวกันตลอด ไม่มีวันพบกัน ส่วนเรื่องตั้งฉาก ดูรูปข้างล่าง

3232
หมุนสามเหลี่ยมความชันเก้าสิบองศา ขาแนวนอนกับแนวตั้งสลับกัน และทิศหนึ่งกลับด้าน

เส้นสีส้มไปขวา 33 ขึ้น 22 มีความชัน 23\tfrac23 หมุนทั้งเส้นรอบจุดตัดไป 90∘90^\circ ทวนเข็มนาฬิกา ขาที่เคยไปขวา 33 กลายเป็นขึ้น 33 ขาที่เคยขึ้น 22 กลายเป็นไปซ้าย 22 เส้นใหม่จึงมีความชัน 3−2=−32\tfrac{3}{-2} = -\tfrac32 ตัวเลขกลับเศษเป็นส่วนและเปลี่ยนเครื่องหมาย ผลคูณ 23×(−32)=−1\tfrac23 \times \left(-\tfrac32\right) = -1 เหตุผลเดียวกันใช้กับความชัน mm ใดๆ ที่ไม่เป็นศูนย์ จึงได้

สมบัติ

เส้นตรงสองเส้นที่มีความชัน m1m_1 และ m2m_2 ตั้งฉากกันก็ต่อเมื่อ m1m2=−1m_1m_2=-1

กรณีเส้นตั้งกับเส้นนอนตั้งฉากกันต้องพิจารณาแยก เพราะเส้นตั้งไม่มีความชันให้คูณ

ตัวอย่าง 4

หาเส้นผ่าน (2,1)(2,1) ตั้งฉากกับ y=2x+3y=2x+3

  1. ความชันเดิมคือ 22 ความชันใหม่ mm ต้องทำให้ 2m=−12m = -1 จึงได้ m=−12m = -\tfrac12 คือกลับเศษเป็นส่วนแล้วเปลี่ยนเครื่องหมาย
  2. ใช้รูปจุดและความชัน y−1=−12(x−2)y-1=-\tfrac12(x-2) คูณสองทั้งสองข้างเพื่อกำจัดเศษส่วน 2y−2=−x+22y - 2 = -x + 2 จัดได้ x+2y−4=0x+2y-4=0
  3. ตรวจ จุด (2,1)(2, 1) อยู่บนเส้น 2+2−4=02 + 2 - 4 = 0 และผลคูณความชัน 2(−1/2)=−12(-1/2)=-1

ลองคิดก่อน

เพื่อนบอกว่าเส้นที่ตั้งฉากกับเส้นความชัน 22 ต้องมีความชัน −2-2 ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก เปลี่ยนแค่เครื่องหมายได้เส้นที่เอียงไปอีกทาง แต่ชันเท่าเดิม ตรวจด้วยผลคูณ 2×(−2)=−42 \times (-2) = -4 ไม่ใช่ −1-1 ต้องกลับเศษเป็นส่วนด้วย ความชันที่ถูกคือ −12-\tfrac12 ดูจากรูปก็เห็นว่าเส้นที่ชันมากจะตั้งฉากกับเส้นที่ลาดมาก

เส้นขนานใช้วิธีลัดได้เมื่อเส้นเดิมอยู่ในรูปทั่วไป เส้นที่ขนานกับ Ax+By+C=0Ax + By + C = 0 มีความชัน −A/B-A/B เท่าเดิม จึงเขียนเป็น Ax+By+D=0Ax + By + D = 0 โดยคง A,BA, B ไว้ แล้วหา DD จากจุดที่เส้นใหม่ผ่าน

ตัวอย่าง 5

หาเส้นผ่าน (−1,4)(-1, 4) ที่ขนานกับ 2x+5y−3=02x + 5y - 3 = 0

  1. คง A=2A = 2 และ B=5B = 5 ไว้ เส้นใหม่จึงมีรูป 2x+5y+D=02x + 5y + D = 0 ความชัน −25-\tfrac25 เท่าเส้นเดิม
  2. แทนจุด (−1,4)(-1, 4) ได้ −2+20+D=0-2 + 20 + D = 0 จึงได้ D=−18D = -18
  3. เส้นที่ต้องการคือ 2x+5y−18=02x + 5y - 18 = 0 ต่างจากเส้นเดิมเพราะ D≠−3D \ne -3 จึงเป็นเส้นขนานจริง ไม่ใช่เส้นเดียวกัน

รวมทุกเรื่องในโจทย์เดียว

หน้าที่แล้วเราหาศาลาริมถนนที่ห่างจากบ้าน A(1,3)A(1, 3) และ B(5,1)B(5, 1) เท่ากัน ได้คำตอบ (2,0)(2, 0) จุดทุกจุดที่ห่างจาก AA และ BB เท่ากันอยู่บนเส้นที่ผ่านจุดกึ่งกลางของ ABAB และตั้งฉากกับ ABAB ตอนนี้เขียนสมการเส้นนั้นได้แล้ว

ตัวอย่าง 6

หาสมการเส้นแบ่งครึ่งและตั้งฉากกับส่วนของเส้นตรงที่ต่อ A(1,3)A(1, 3) กับ B(5,1)B(5, 1)

  1. จุดกึ่งกลาง (1+52,3+12)=(3,2)\left(\tfrac{1 + 5}{2}, \tfrac{3 + 1}{2}\right) = (3, 2) เส้นที่ต้องการผ่านจุดนี้
  2. ความชันของ ABAB คือ 1−35−1=−12\tfrac{1 - 3}{5 - 1} = -\tfrac12 เส้นที่ตั้งฉากจึงมีความชัน 22
  3. เขียน y−2=2(x−3)y - 2 = 2(x - 3) จัดได้ y=2x−4y = 2x - 4
  4. ตรวจกับหน้าที่แล้ว เส้นนี้ตัดแกน xx เมื่อ 0=2x−40 = 2x - 4 คือ x=2x = 2 ได้จุด (2,0)(2, 0) ตรงกับศาลาที่หาไว้ด้วยวิธีระยะเท่ากัน

สองวิธีให้คำตอบเดียวกัน แสดงว่าเงื่อนไขเรื่องระยะกับเงื่อนไขเรื่องความชันอธิบายรูปเดียวกันจากคนละมุม หน้าถัดไปจะใช้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน เพื่อหาระยะที่สั้นที่สุดจากจุดหนึ่งถึงเส้นตรง

สรุป

  • ความชัน m=y2−y1x2−x1m = \tfrac{y_2 - y_1}{x_2 - x_1} ไม่ขึ้นกับจุดคู่ที่เลือกบนเส้น
  • รูปจุดและความชัน y−y1=m(x−x1)y - y_1 = m(x - x_1) รูปทั่วไป Ax+By+C=0Ax + By + C = 0 มีความชัน −A/B-A/B
  • เส้นตั้งเขียน x=cx=c และไม่มีค่าความชัน เส้นนอนเขียน y=cy = c และมีความชันศูนย์
  • ขนานเมื่อความชันเท่ากัน ตั้งฉากใช้ผลคูณความชันเป็น −1-1 เมื่อทั้งคู่มีความชัน
  • ตรวจสมการด้วยการแทนจุดที่กำหนด