descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 35 เลขยกกำลังตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.5 บทที่ 1พื้นฐาน

35.3 เลขชี้กำลังตรรกยะ

การเขียนรากซ้อนกับกำลังอาจอ่านยาก ถ้าเขียนรากเป็นกำลังเศษส่วน กฎการคูณและหารเลขยกกำลังเดิมจะใช้คำนวณได้รวดเร็วขึ้น แต่ต้องรักษาข้อจำกัดของฐาน

ลองนึกถึงโจทย์ที่หน้า 35.2 ยังทำไม่ได้ เช่น 2×23\sqrt{2} \times \sqrt[3]{2} หรือ 643\sqrt[3]{\sqrt{64}} รากต่างอันดับรวมกันด้วยสมบัติของรากไม่ได้ แต่ถ้าทั้งสองเขียนเป็น 22 ยกกำลังอะไรสักอย่าง ก็จะบวกเลขชี้กำลังได้เหมือนในบทที่ 14 คำถามคือ 22 ยกกำลังเศษส่วนควรมีความหมายอย่างไร

ทำไม a ยกกำลัง 1/n จึงเป็นราก

ในบทที่ 14 หน้า 14.3 เราไม่รู้ว่า 202^0 และ 2−32^{-3} แปลว่าอะไร จึงกำหนดความหมายให้สมบัติเดิมยังใช้ได้ ได้ a0=1a^0 = 1 และ a−n=1ana^{-n} = \tfrac{1}{a^n} หน้านี้ทำแบบเดียวกันกับเลขชี้กำลังที่เป็นเศษส่วน

สมมติว่า 91/29^{1/2} มีค่าอะไรสักค่า และสมบัติ (am)n=amn(a^m)^n = a^{mn} ยังใช้ได้ จะได้

(91/2)2=912×2=91=9\left(9^{1/2}\right)^2 = 9^{\frac{1}{2} \times 2} = 9^1 = 9

แปลว่า 91/29^{1/2} ต้องเป็นจำนวนที่ยกกำลังสองแล้วได้ 99 คือรากที่สองของ 99 ถ้าเลือกรากหลักก็ได้ 91/2=3=99^{1/2} = 3 = \sqrt{9} ดูอีกทางจากการคูณ 91/2×91/2=91/2+1/2=919^{1/2} \times 9^{1/2} = 9^{1/2 + 1/2} = 9^1 ก็สรุปได้เหมือนกัน ในทำนองเดียวกัน (81/3)3=8(8^{1/3})^3 = 8 จึงต้องให้ 81/3=83=28^{1/3} = \sqrt[3]{8} = 2

เศษส่วนบอกสองขั้น

ในหน้านี้ใช้ฐาน a>0a>0 เพื่อให้เลขชี้กำลังตรรกยะทุกค่ามีความหมายในจำนวนจริง ถ้า mm เป็นจำนวนเต็มและ nn เป็นจำนวนเต็มบวก

นิยาม

ให้ a>0a > 0 mm เป็นจำนวนเต็ม และ nn เป็นจำนวนเต็มบวก

am/n=(an)m=amna^{m/n}=(\sqrt[n]{a})^m=\sqrt[n]{a^m}

ตัวส่วนบอกอันดับของราก ตัวเศษบอกกำลัง ถ้าเลขชี้กำลังติดลบ ให้กลับเป็นส่วนกลับ เช่น a−r=1/ara^{-r}=1/a^r จึงต้องมี a≠0a\ne0 ห้ามตีความเครื่องหมายลบว่าให้คำตอบติดลบ

ที่สองรูปในนิยามเท่ากัน เพราะ mn\tfrac{m}{n} เขียนได้ทั้ง 1n×m\tfrac{1}{n} \times m และ m×1nm \times \tfrac{1}{n} คือถอดรากก่อนแล้วยกกำลัง หรือยกกำลังก่อนแล้วถอดราก ผลเท่ากัน แต่ความยากต่างกันมาก รูปข้างล่างคิด 322/532^{2/5} สองทาง

3224ถอดรากที่ 5ยกกำลัง 23210244ยกกำลัง 2ถอดรากที่ 5
ถอดรากก่อนตัวเลขเล็กลง ยกกำลังก่อนตัวเลขโตขึ้น ทั้งสองทางได้ 4

ทางบนใช้ตัวเลขไม่เกิน 3232 ทางล่างต้องรู้ว่า 10241024 เป็นกำลังห้าของอะไร จึงควรถอดรากก่อนเสมอเมื่อคิดด้วยมือ

ทำไมต้องให้ฐานเป็นบวก

ถ้ายอมให้ฐานติดลบ จะเกิดข้อขัดแย้ง (−8)1/3=−83=−2(-8)^{1/3} = \sqrt[3]{-8} = -2 แต่ 13=26\tfrac{1}{3} = \tfrac{2}{6} และ (−8)2/6=(−8)26=646=2(-8)^{2/6} = \sqrt[6]{(-8)^2} = \sqrt[6]{64} = 2 เลขชี้กำลังเท่ากันแต่ได้คำตอบต่างกัน หนังสือจึงนิยามเลขชี้กำลังตรรกยะเมื่อฐานเป็นบวก ถ้าเจอฐานลบให้กลับไปใช้รากอันดับคี่ตรงๆ

ใช้กฎเดิมกับฐานเดียวกัน

เมื่อ a>0a > 0 b>0b > 0 และ rr ss เป็นจำนวนตรรกยะ สมบัติทุกข้อจากบทที่ 14 ยังใช้ได้

aras=ar+s,aras=ar−s,(ar)s=ars,(ab)r=arbra^r a^s=a^{r+s},\qquad \frac{a^r}{a^s}=a^{r-s},\qquad (a^r)^s=a^{rs},\qquad (ab)^r = a^r b^r

กฎบวกเลขชี้กำลังใช้กับการคูณฐานเดียวกัน ไม่ใช้กับการบวก เช่น ar+asa^r+a^s ไม่เท่ากับ ar+sa^{r+s} โดยทั่วไป เมื่อฐานเป็นลบต้องกลับไปตรวจรากอันดับคี่หรือคู่และรูปนิยามโดยตรง อย่าขยายกฎฐานบวกโดยไม่ตรวจ

ตัวอย่าง 1

หา 322/532^{2/5} 10002/31000^{2/3} และ (1681)3/4\left(\tfrac{16}{81}\right)^{3/4}

  1. ตัวส่วน 55 ให้หารากที่ห้า 325=2\sqrt[5]{32}=2 เพราะ 25=322^5 = 32
  2. ยกกำลังตามตัวเศษ ได้ 22=42^2=4
  3. 10002/31000^{2/3} ตัวส่วน 33 ถอดรากที่สามก่อน 10003=10\sqrt[3]{1000} = 10 แล้วยกกำลังสอง ได้ 100100
  4. ฐานเป็นเศษส่วนบวก ใช้ (ab)r=arbr(ab)^r = a^r b^r แยกเศษกับส่วน รากที่สี่ของ 1616 คือ 22 ของ 8181 คือ 33 ได้ 23\tfrac{2}{3} แล้วยกกำลังสาม ได้ 827\tfrac{8}{27}

ตัวอย่าง 2

หา 27−2/327^{-2/3} และ 161/2⋅161/416^{1/2}\cdot16^{1/4}

  1. เลขชี้กำลังติดลบ ให้คิดเป็นส่วนกลับของกำลังบวกก่อน 27−2/3=1272/327^{-2/3}=\dfrac{1}{27^{2/3}}
  2. 272/3=(273)2=32=927^{2/3} = (\sqrt[3]{27})^2 = 3^2 = 9 จึงได้ 27−2/3=1927^{-2/3} = \dfrac{1}{9} ผลเป็นบวก เครื่องหมายลบบอกแค่ให้กลับเศษเป็นส่วน
  3. อีกข้อฐานเดียวกันคูณกัน จึงรวมเลขชี้กำลัง ทำส่วนให้เท่ากันก่อน 12+14=24+14=34\tfrac12+\tfrac14=\tfrac24 + \tfrac14 = \tfrac34
  4. 163/4=(164)3=23=816^{3/4}=(\sqrt[4]{16})^3=2^3=8 ตรวจด้วยการคิดแยก 161/2=416^{1/2} = 4 และ 161/4=216^{1/4} = 2 คูณกันได้ 88 ตรงกัน

ลองคิดก่อน

91/2+91/29^{1/2}+9^{1/2} เท่ากับ 919^1 หรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่เท่ากัน ข้างซ้าย 3+3=63+3=6 ส่วนข้างขวา 99 การบวกค่ากำลังไม่ใช่การคูณฐานเดียวกัน

รวมรากต่างอันดับ

เมื่อเขียนรากทุกตัวเป็นเลขยกกำลังของฐานเดียวกัน ปัญหาเรื่องอันดับต่างกันจะหายไป เหลือแค่การบวกหรือคูณเศษส่วน แล้วค่อยแปลงกลับเป็นรากถ้าโจทย์ต้องการ

ตัวอย่าง 3

เขียน 2⋅23\sqrt{2}\cdot\sqrt[3]{2} เป็นรากเดียว และหาค่า 643\sqrt[3]{\sqrt{64}}

  1. แปลงเป็นเลขยกกำลัง 2=21/2\sqrt{2} = 2^{1/2} และ 23=21/3\sqrt[3]{2} = 2^{1/3} ตอนนี้เป็นการคูณฐานเดียวกัน
  2. บวกเลขชี้กำลัง 12+13=36+26=56\tfrac12 + \tfrac13 = \tfrac36 + \tfrac26 = \tfrac56 ได้ 25/62^{5/6}
  3. แปลงกลับ ตัวส่วน 66 เป็นอันดับราก ตัวเศษ 55 เป็นกำลัง ได้ 256=326\sqrt[6]{2^5} = \sqrt[6]{32}
  4. รากซ้อนราก 643=(641/2)1/3=641/6\sqrt[3]{\sqrt{64}} = \left(64^{1/2}\right)^{1/3} = 64^{1/6} ยกกำลังซ้อนจึงคูณเลขชี้กำลัง และ 26=642^6 = 64 ได้ 22 ตรวจด้วยการคิดทีละชั้น 64=8\sqrt{64} = 8 และ 83=2\sqrt[3]{8} = 2

จัดรูปนิพจน์ก่อนแทนค่า

บางโจทย์มีฐานหลายตัว การกระจายเลขชี้กำลังและจัดกฎก่อนแทนค่าช่วยลดตัวเลข แต่ต้องตรวจว่าฐานและตัวส่วนผ่านเงื่อนไขทั้งหมด

ตัวอย่าง 4

เมื่อ a>0a>0 จัดรูป a5/6a1/3a1/2\frac{a^{5/6}a^{1/3}}{a^{1/2}}

  1. รวมกำลังในตัวเศษก่อน เพราะเป็นการคูณฐานเดียวกัน ทำส่วนเป็น 66 ได้ 56+26=76\tfrac56+\tfrac26=\tfrac76
  2. หารฐานเดียวกันให้ลบกำลัง 76−36=46=23\tfrac76-\tfrac36=\tfrac46 = \tfrac23
  3. คำตอบคือ a2/3a^{2/3} ตรวจด้วยการแทน a=8a=8 ข้างซ้ายเป็น 85/6⋅81/381/2\dfrac{8^{5/6} \cdot 8^{1/3}}{8^{1/2}} ซึ่งคิดตรงๆ ยาก แต่ข้างขวา 82/3=(83)2=48^{2/3} = (\sqrt[3]{8})^2 = 4 คิดง่าย นี่คือเหตุผลที่ควรจัดรูปก่อนแทนค่า

การคำนวณเลขชี้กำลังต้องทำเศษส่วนให้ส่วนเท่ากัน การบวกตัวเศษและตัวส่วนตรงๆ เช่น 1/2+1/3=2/51/2+1/3=2/5 ไม่ใช่กฎของเศษส่วน แม้โจทย์จะอยู่ในบทเลขยกกำลังก็ตาม

ตัวอย่าง 5

เมื่อ x>0x > 0 และ y>0y > 0 จัดรูป (8x6y−3)2/3\left(8x^6y^{-3}\right)^{2/3} ให้เลขชี้กำลังเป็นบวก

  1. ใช้ (ab)r=arbr(ab)^r = a^r b^r ยกกำลัง 23\tfrac23 ให้ทุกตัวในวงเล็บ ได้ 82/3 (x6)2/3 (y−3)2/38^{2/3}\,(x^6)^{2/3}\,(y^{-3})^{2/3}
  2. 82/3=(83)2=48^{2/3} = (\sqrt[3]{8})^2 = 4
  3. ยกกำลังซ้อนให้คูณเลขชี้กำลัง 6×23=46 \times \tfrac23 = 4 ได้ x4x^4 และ (−3)×23=−2(-3) \times \tfrac23 = -2 ได้ y−2y^{-2}
  4. เขียนให้เลขชี้กำลังเป็นบวก y−2=1y2y^{-2} = \dfrac{1}{y^2} คำตอบคือ 4x4y2\dfrac{4x^4}{y^2} เงื่อนไข x,y>0x, y > 0 ทำให้ไม่ต้องห่วงค่าสัมบูรณ์แบบในหน้า 35.1

ลองคิดก่อน

เพื่อนคิด (x6)2/3\left(x^6\right)^{2/3} โดยบวกเลขชี้กำลัง 6+236 + \tfrac23 ผิดตรงไหน

ดูคำตอบ

บวกเลขชี้กำลังใช้เมื่อคูณเลขยกกำลังฐานเดียวกัน เช่น x6⋅x2/3x^6 \cdot x^{2/3} แต่ (x6)2/3\left(x^6\right)^{2/3} คือยกกำลังซ้อน ต้องคูณ 6×23=46 \times \tfrac23 = 4 ได้ x4x^4 ตรวจด้วย x=8x = 8 ข้างซ้าย (86)2/3=84\left(8^6\right)^{2/3} = 8^4 ไม่ใช่ 820/38^{20/3}

สรุป

  • a1/n=ana^{1/n} = \sqrt[n]{a} เพราะต้องการให้ (a1/n)n=a(a^{1/n})^n = a ตามกฎเดิม
  • ตัวส่วนคือราก ตัวเศษคือกำลัง ถอดรากก่อนจะได้ตัวเลขเล็ก
  • เลขชี้กำลังลบคือส่วนกลับ
  • นิยามเลขชี้กำลังตรรกยะเมื่อฐานเป็นบวก
  • ตรวจชนิดการดำเนินการก่อนรวมเลขชี้กำลัง คูณบวก หารลบ ยกกำลังซ้อนคูณ

หน้าถัดไปจะใช้เลขยกกำลังและรากกับเรื่องจริง ทั้งการลดราคาหลายรอบ ดอกเบี้ยทบต้น และการย้อนหาความยาวจากพื้นที่หรือปริมาตร