descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 6 สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวตรงกับหนังสือ ม.1 เล่ม 2 บทที่ 1

6.2 สมการและคำตอบของสมการ

ลองอ่านประโยคสามประโยคนี้

  • 7+5=127 + 5 = 12
  • 4×6=204 \times 6 = 20
  • x+5=12x + 5 = 12

ประโยคแรกเป็นจริง ประโยคที่สองเป็นเท็จ ส่วนประโยคที่สามยังบอกไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จ จนกว่าจะรู้ว่า xx เป็นจำนวนอะไร ถ้า x=7x = 7 ก็จริง ถ้า x=3x = 3 ก็เท็จ หน้านี้เป็นเรื่องของประโยคแบบที่สาม

สมการ

ประโยคที่เขียนด้วยตัวเลขและเครื่องหมายแทนคำพูด เรียกว่าประโยคสัญลักษณ์ เช่น จำนวนหนึ่งบวกห้าได้สิบสอง เขียนเป็น x+5=12x + 5 = 12

นิยาม

สมการคือประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย == บอกว่าจำนวนที่อยู่ทั้งสองข้างของเครื่องหมายเท่ากัน

ตัวอักษรที่ใช้แทนจำนวนที่ยังไม่รู้ค่า เช่น xx yy nn เรียกว่าตัวแปร ส่วนจำนวนที่ไม่เปลี่ยน เช่น 55 และ 1212 เรียกว่าค่าคงตัว

สมการ 7+5=127 + 5 = 12 ไม่มีตัวแปร บอกได้เลยว่าจริง สมการ x+5=12x + 5 = 12 มีตัวแปร จะจริงหรือเท็จขึ้นกับค่าของ xx

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

บทนี้เรียนสมการชนิดหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด

นิยาม

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวคือสมการที่มีตัวแปรเพียงตัวเดียว และเลขชี้กำลังของตัวแปรเป็นหนึ่ง จัดรูปแล้วเขียนได้เป็น

ax+b=0ax + b = 0

เมื่อ xx เป็นตัวแปร aa และ bb เป็นค่าคงตัว และ a≠0a \neq 0

ที่ต้องมี a≠0a \neq 0 เพราะถ้า a=0a = 0 ตัวแปรจะหายไปจากสมการ อีกเรื่องที่ควรรู้คือสมการไม่จำเป็นต้องหน้าตาเป็น ax+b=0ax + b = 0 มาตั้งแต่แรก ขอแค่จัดรูปแล้วได้แบบนั้นก็นับเป็นสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

ตัวอย่าง 1

สมการใดต่อไปนี้เป็นสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

(1) 3x−7=113x - 7 = 11 (2) 2y+5=y−12y + 5 = y - 1 (3) x2+1=10x^2 + 1 = 10 (4) x+y=8x + y = 8 (5) 9−4=59 - 4 = 5

  1. 3x−7=113x - 7 = 11 เป็น มีตัวแปร xx ตัวเดียว เลขชี้กำลังเป็นหนึ่ง ลบ 1111 ทั้งสองข้างได้ 3x−18=03x - 18 = 0
  2. 2y+5=y−12y + 5 = y - 1 เป็น ตัวแปรอยู่ทั้งสองข้างก็จริง แต่มีแค่ yy ตัวเดียว จัดรูปได้ y+6=0y + 6 = 0
  3. x2+1=10x^2 + 1 = 10 ไม่เป็น เพราะ xx ยกกำลังสอง
  4. x+y=8x + y = 8 ไม่เป็น เพราะมีตัวแปรสองตัว
  5. 9−4=59 - 4 = 5 ไม่เป็น เพราะไม่มีตัวแปรเลย เป็นแค่ประโยคที่จริง

คำตอบของสมการ

นิยาม

คำตอบของสมการคือจำนวนที่นำไปแทนตัวแปรแล้วทำให้สมการเป็นจริง

วิธีตรวจว่าจำนวนใดเป็นคำตอบ คือแทนค่านั้นลงไป คำนวณข้างซ้ายและข้างขวาแยกกัน แล้วดูว่าได้เท่ากันไหม

ตัวอย่าง 2

44 เป็นคำตอบของสมการ 3x−5=73x - 5 = 7 หรือไม่ แล้ว 55 ล่ะ

  1. แทน x=4x = 4 ข้างซ้ายได้ 3(4)−5=12−5=73(4) - 5 = 12 - 5 = 7 ข้างขวาคือ 77 เท่ากัน 44 จึงเป็นคำตอบ
  2. แทน x=5x = 5 ข้างซ้ายได้ 3(5)−5=103(5) - 5 = 10 ซึ่งไม่เท่ากับ 77 55 จึงไม่เป็นคำตอบ

ตัวอย่าง 3

44 เป็นคำตอบของสมการ 2(x+3)=5x−62(x + 3) = 5x - 6 หรือไม่

  1. ข้างซ้าย แทน x=4x = 4 ได้ 2(4+3)=2(7)=142(4 + 3) = 2(7) = 14
  2. ข้างขวา แทน x=4x = 4 ได้ 5(4)−6=20−6=145(4) - 6 = 20 - 6 = 14
  3. ทั้งสองข้างได้ 1414 เท่ากัน 44 จึงเป็นคำตอบ

เมื่อตัวแปรอยู่ทั้งสองข้าง ต้องแทนค่าทั้งสองข้าง ห้ามคำนวณแค่ข้างเดียวแล้วสรุป และต้องแทนค่าเดียวกันทุกที่ที่มีตัวแปร

ลองคิดก่อน

สมการ 5x=05x = 0 เพื่อนบอกว่าไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีจำนวนไหนคูณ 55 แล้วได้ศูนย์ เพื่อนพูดถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ลองแทน x=0x = 0 ได้ 5(0)=05(0) = 0 เป็นจริง สมการนี้จึงมีคำตอบคือ 00 คำตอบเป็นศูนย์กับไม่มีคำตอบเป็นคนละเรื่องกัน ไม่มีคำตอบแปลว่าแทนจำนวนอะไรลงไปก็ไม่จริงเลยสักจำนวน

สมการที่ไม่มีคำตอบ หรือทุกจำนวนเป็นคำตอบ

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวมีคำตอบเดียวเสมอ แต่สมการบางสมการที่หน้าตาคล้ายกัน พอจัดรูปแล้วตัวแปรหายไปหมด จะเกิดได้สองแบบ

ไม่มีคำตอบ เช่น x+2=x+5x + 2 = x + 5 จำนวนใดบวก 22 ก็ไม่มีทางเท่ากับจำนวนเดียวกันบวก 55 ลองแทน x=0x = 0 ได้ 2=52 = 5 แทน x=10x = 10 ได้ 12=1512 = 15 เท็จทุกครั้ง

ทุกจำนวนเป็นคำตอบ เช่น 2(x+1)=2x+22(x + 1) = 2x + 2 กระจายข้างซ้ายแล้วได้ 2x+22x + 2 เหมือนข้างขวาทุกตัว แทนจำนวนใดลงไปก็จริง

ดูอย่างไรว่าเป็นแบบไหน

จัดให้ตัวแปรไปอยู่ข้างเดียวกัน ถ้าตัวแปรหักล้างกันหมดแล้วเหลือประโยคที่เท็จ เช่น 2=52 = 5 สมการนั้นไม่มีคำตอบ ถ้าเหลือประโยคที่จริง เช่น 2=22 = 2 ทุกจำนวนเป็นคำตอบ

เดาแล้วตรวจ

ถ้าสมการสั้น อาจเดาคำตอบแล้วแทนค่าตรวจได้ เช่น 2n+6=502n + 6 = 50 จากหน้า 6.1 ลอง n=20n = 20 ได้ 4646 น้อยไป ลอง n=22n = 22 ได้ 5050 พอดี แต่ถ้าคำตอบเป็นเศษส่วนหรือจำนวนลบ เช่น 6x+7=2x−36x + 7 = 2x - 3 ซึ่งมีคำตอบ x=−52x = -\tfrac{5}{2} การเดาจะยากมาก หน้าต่อไปจึงจะหาเครื่องมือที่แก้สมการได้ทุกสมการโดยไม่ต้องเดา

สรุป

  • สมการคือประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย ==
  • สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวมีตัวแปรตัวเดียว เลขชี้กำลังเป็นหนึ่ง จัดรูปได้เป็น ax+b=0ax + b = 0 เมื่อ a≠0a \neq 0
  • คำตอบของสมการคือจำนวนที่แทนแล้วทำให้สมการเป็นจริง ตรวจโดยคำนวณสองข้างแยกกัน
  • คำตอบเป็นศูนย์ไม่ใช่ไม่มีคำตอบ
  • บางสมการไม่มีคำตอบ บางสมการทุกจำนวนเป็นคำตอบ ดูได้จากการจัดให้ตัวแปรอยู่ข้างเดียว