42.1 นิยามและการดำเนินการ
ลองหาคำตอบของสมการ ด้วยการเดา จะพบว่า ใช้ได้ เพราะ และ คำตอบนี้เป็นจำนวนจริงธรรมดา แต่ในศตวรรษที่ 16 มีสูตรแก้สมการกำลังสามที่การ์ดาโน (Cardano) นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีตีพิมพ์ไว้ พอแทนสมการนี้ลงในสูตร กลับได้
ซึ่งมีรากที่สองของจำนวนลบอยู่ข้างใน
คนยุคนั้นเห็นรากที่สองของจำนวนลบแล้วมักเลิกคิดต่อ เพราะไม่มีจำนวนจริงใดยกกำลังสองแล้วติดลบ แต่บอมเบลลี (Bombelli) ลองคำนวณต่อไปตรงๆ เขาเขียน แล้วสังเกตว่า กระจายแล้วได้ พอดี รากที่สามทั้งสองตัวในสูตรจึงเป็น กับ พอบวกกัน ส่วนที่มี หักล้างกันหมด เหลือ ตรงกับคำตอบที่เดาได้
ทางเดินที่ผ่าน ให้คำตอบจริงที่ถูกต้อง นักคณิตศาสตร์จึงค่อยๆ ยอมรับจำนวนชนิดใหม่นี้ และต่อมาตั้งชื่อ ว่า หน้านี้จะนิยามจำนวนเชิงซ้อน แล้วฝึกบวก ลบ คูณ หาร ให้คล่องเหมือนพหุนาม เพราะทุกหน้าที่เหลือในบทต้องใช้
หน่วยจินตภาพและรูป a + bi
นิยาม
กำหนด จำนวนเชิงซ้อนเขียนเป็น โดย เป็นจำนวนจริง ส่วนจริงคือ และส่วนจินตภาพคือ จำนวนสองจำนวนเท่ากันเมื่อส่วนจริงและส่วนจินตภาพเท่ากันแยกกัน
จำนวนเชิงซ้อนหนึ่งตัวประกอบด้วยจำนวนจริงสองตัว ตัวแรกบอกว่ามีส่วนที่เป็นจำนวนจริงเท่าไร ตัวที่สองบอกว่ามี อยู่กี่เท่า เช่น มีส่วนจริง และส่วนจินตภาพ หนังสือบางเล่มเขียนว่า และ
จำนวนจริงทุกตัวเป็นจำนวนเชิงซ้อนด้วย เพราะเขียน ได้ ระบบจำนวนจริงจึงอยู่ข้างในระบบจำนวนเชิงซ้อน ไม่ได้ถูกแทนที่ ส่วนจำนวนที่ส่วนจริงเป็นศูนย์และส่วนจินตภาพไม่เป็นศูนย์ เช่น เรียกว่าจำนวนจินตภาพแท้
รากที่สองของจำนวนลบเขียนผ่าน ได้ทันที เมื่อ ให้ เช่น และ ตรวจได้โดยยกกำลังสองกลับ ควรเปลี่ยนเป็นรูปนี้ก่อนทำอย่างอื่นทุกครั้ง เหตุผลอยู่ในกล่องข้างล่าง
ลองคิดก่อน
เพื่อนคำนวณ ถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก กฎ จากหน้า 35.2 ใช้ได้เมื่อ และ ไม่ติดลบเท่านั้น ถ้าดึง ออกจากรากก่อนจะได้ คำตอบที่ถูกเป็น ต่างจากของเพื่อนคนละเครื่องหมาย จึงต้องเปลี่ยน เป็น ก่อนคูณเสมอ
ลองคิดก่อน
ส่วนจินตภาพของ คือ หรือ
ดูคำตอบ
ส่วนจินตภาพตามนิยามเป็นจำนวนจริง คือ ส่วนพจน์จินตภาพคือ อย่าสับสนคำสองคำนี้ แบบฝึกหัดที่ถามส่วนจินตภาพต้องตอบเป็นจำนวนจริงที่ไม่มี ติดมา
บวก ลบ และคูณแบบพหุนาม
ให้มอง เหมือนตัวแปรตัวหนึ่ง การบวกและลบคือรวมพจน์ที่เป็นชนิดเดียวกัน ส่วนจริงรวมกับส่วนจริง ส่วนจินตภาพรวมกับส่วนจินตภาพ เหมือนรวม กับ ในบทพหุนาม การคูณคือกระจายทุกพจน์ให้ครบ แล้วจุดเดียวที่ต่างจากพหุนามคือต้องแทน ทุกครั้งที่เจอ พจน์ที่มี จึงย้ายไปอยู่ฝั่งส่วนจริงพร้อมเปลี่ยนเครื่องหมาย
ถ้าทำแบบนี้กับตัวทั่วไปจะได้ ไม่จำเป็นต้องท่องสูตรนี้ เพราะกระจายเองได้เร็วกว่าและพลาดน้อยกว่า
ตัวอย่าง 1
คำนวณ และ
- ผลบวก รวมส่วนจริง และรวมส่วนจินตภาพ ได้
- ผลลบ ต้องกระจายเครื่องหมายลบให้ทั้งสองพจน์ในวงเล็บหลัง ได้ ขั้นนี้พลาดกันบ่อย ถ้าลบแค่ แต่ลืมลบ จะได้ ซึ่งผิด
- รวมพจน์ ส่วนจริง ส่วนจินตภาพ ได้
ตัวอย่าง 2
คูณ
- กระจายทีละพจน์เหมือนคูณ ได้
- แทน พจน์ กลายเป็น ซึ่งเป็นจำนวนจริง
- รวมส่วนจริง และส่วนจินตภาพ ได้
สังยุคและการหาร
สังยุค ของ คือ เปลี่ยนเครื่องหมายเฉพาะส่วนจินตภาพ ส่วนจริงคงเดิม สมบัติที่ทำให้สังยุคมีประโยชน์คือผลคูณกับตัวเอง
ผลคูณนี้เป็นจำนวนจริงที่ไม่ติดลบเสมอ และเป็นศูนย์เมื่อ เท่านั้น เช่น ไม่มี เหลือเลย
การหารจึงใช้สังยุคของตัวส่วนคูณทั้งเศษและส่วน ตัวส่วนจะกลายเป็นจำนวนจริง แล้วแยกหารทีละพจน์ได้ วิธีนี้คล้ายการทำตัวส่วนให้ไม่มีกรณฑ์ในหน้า 35.2 ที่คูณด้วยคู่ การคูณทั้งเศษและส่วนด้วยจำนวนเดียวกันคือคูณด้วยหนึ่ง ค่าของเศษส่วนจึงไม่เปลี่ยน ทำได้เมื่อตัวส่วนไม่เป็นศูนย์
ตัวอย่าง 3
เขียน ในรูป
- ตัวส่วนคือ สังยุคคือ คูณทั้งเศษและส่วนด้วย
- ตัวส่วน เป็นจำนวนจริงตามที่ต้องการ
- ตัวเศษ
- ได้ แยกหารทั้งสองพจน์ให้อยู่ในรูป ได้
- ตรวจโดยคูณกลับ ตรงกับตัวเศษเดิม
ถ้าเปลี่ยนตัวเศษเป็น ทำแบบเดียวกันจะได้ตัวเศษ หารด้วย ได้ ลองทำเองแล้วเทียบ
กำลังของ i และการเทียบส่วน
ไล่กำลังของ ทีละขั้น แล้ว แล้ว แล้ว พอถึง ก็วนกลับมาที่เดิม กำลังของ จึงวนเป็น แล้วเริ่มใหม่ทุกสี่ขั้น หากำลังสูงๆ ได้โดยหารเลขชี้กำลังด้วยสี่แล้วดูเศษ เพราะ
ความเท่ากันของจำนวนเชิงซ้อนให้สมการสองสมการเสมอ คือส่วนจริงเท่ากันและส่วนจินตภาพเท่ากัน การแก้สมการเชิงซ้อนที่มีตัวแปรจริงให้แยกส่วนจริงกับส่วนจินตภาพ ไม่รวมเป็นสมการเดียวที่ตัดสินตัวแปรได้ไม่ครบ ถ้าตัวแปรไม่ได้ระบุว่าเป็นจริง การแยกสัมประสิทธิ์แบบนี้ต้องระวังเพราะตัวแปรอาจมีส่วนจินตภาพของตนเอง
ตัวอย่าง 4
หา ที่เป็นจำนวนจริงเมื่อ และหา
- และ เป็นจำนวนจริง จึงเป็นส่วนจริงของข้างซ้าย และ เป็นส่วนจินตภาพ
- เทียบส่วนจริงได้ จึง
- เทียบส่วนจินตภาพได้ จึง
- หารสี่เหลือสาม จึงได้
ตัวอย่าง 5
หาจำนวนเชิงซ้อน ที่ทำให้
- วิธีแรก มองเป็นสมการเชิงเส้น หารทั้งสองข้างด้วย ซึ่งไม่เป็นศูนย์ ได้
- คูณเศษและส่วนด้วยสังยุค ตัวส่วนเป็น ได้
- วิธีที่สอง ให้ เมื่อ จริง กระจายข้างซ้ายได้
- ข้างขวาคือ เทียบส่วนจริงได้ และเทียบส่วนจินตภาพได้ แก้ระบบได้ และ ตรงกับวิธีแรก
- ตรวจ ถูกต้อง
วิธีแรกสั้นกว่าเมื่อตัวไม่รู้ถูกคูณด้วยจำนวนเชิงซ้อนตัวเดียว วิธีที่สองใช้ได้กว้างกว่า เช่นสมการที่มีทั้ง และ ซึ่งหารตรงๆ ไม่ได้
ตรวจวิธีคิด
เขียนคำตอบสุดท้ายเป็นส่วนจริงบวกส่วนจินตภาพคูณ i เสมอเพื่อเห็นเครื่องหมายชัด การใช้กำลังวนช่วยคำนวณเร็วแต่ไม่เปลี่ยนนิยามพื้นฐาน i กำลังสองเท่ากับลบหนึ่ง
สรุป
- และ เมื่อ ดึง ออกจากรากก่อนคูณ
- บวกลบด้วยการรวมพจน์ชนิดเดียวกัน คูณด้วยการกระจายเหมือนพหุนามแต่ลดกำลังด้วย
- สังยุคเปลี่ยนเครื่องหมายหน้าส่วนจินตภาพ และ เป็นจำนวนจริง
- หารด้วยการคูณเศษและส่วนด้วยสังยุคของตัวส่วน ตัวส่วนต้องไม่เป็นศูนย์
- กำลังของ วนทุกสี่ขั้น และความเท่ากันให้สองสมการ
หน้าถัดไปจะวาง เป็นจุด บนระนาบ แล้วจะเห็นว่าการบวกคือการเลื่อน และขนาดของจำนวนเชิงซ้อนคือระยะ