descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 45 ลำดับและอนุกรมตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.5 บทที่ 3 และเพิ่มเติม ม.6 เล่ม 1 บทที่ 1พื้นฐานเพิ่มเติม

45.1 ลำดับเลขคณิตและเรขาคณิต

นั่งแท็กซี่ไปโรงเรียน มิเตอร์เริ่มที่ 3535 บาท แล้วเพิ่มทุกกิโลเมตรเท่าเดิม ส่วนเชื้อแบคทีเรียในจานเพาะเลี้ยงเพิ่มเป็นสองเท่าทุก 2020 นาที ทั้งสองเรื่องเป็นตัวเลขที่เรียงต่อกันทีละขั้น แต่โตต่างกันมาก ค่าแท็กซี่โตด้วยการบวก ส่วนแบคทีเรียโตด้วยการคูณ หน้านี้จะแยกสองแบบนี้ออกจากกัน และหาพจน์ที่ต้องการได้โดยไม่ต้องไล่ทีละขั้น

ตัวเลขที่เรียงเป็นแถว

สมมติมิเตอร์คิด 3535 บาทสำหรับกิโลเมตรแรก แล้วเพิ่มกิโลเมตรละ 77 บาท และแบคทีเรียเริ่มที่ 300300 เซลล์ เพิ่มเป็นสองเท่าทุก 2020 นาที เขียนค่าเรียงกันได้ดังนี้

ขั้นที่12345
ค่าแท็กซี่ (บาท)3542495663
แบคทีเรีย (เซลล์)300600120024004800

แถวบนเพิ่มทีละ 77 เท่ากันทุกขั้น แถวล่างคูณ 22 ทุกขั้น ผลต่างของแถวล่างคือ 300,600,1200,2400300, 600, 1200, 2400 ไม่คงที่ ตัวเลขที่เรียงกันเป็นแถวแบบนี้เรียกว่าลำดับ

นิยาม

ลำดับคือฟังก์ชันที่มีโดเมนเป็นจำนวนเต็มบวกทั้งหมดหรือช่วงต้นของจำนวนเต็มบวก เขียนพจน์ a1,a2,…a_1,a_2,\ldots เลขดัชนีบอกตำแหน่ง ไม่ใช่ตัวคูณ

ถ้าโดเมนเป็น {1,2,…,n}\{1, 2, \ldots, n\} เรียกว่าลำดับจำกัด ถ้าโดเมนเป็นจำนวนเต็มบวกทั้งหมดเรียกว่าลำดับอนันต์ สูตรที่บอกพจน์ที่ nn ได้ทันทีเรียกว่าพจน์ทั่วไป เช่น an=2n+1a_n = 2n + 1 แทน n=1,2,3n = 1, 2, 3 ได้ 3,5,73, 5, 7 ตามลำดับ a2a_2 แปลว่าพจน์ที่สอง ไม่ใช่ aa คูณ 22

ลำดับเลขคณิต บวกเท่ากันทุกขั้น

สมบัติ

ลำดับเลขคณิตมีผลต่างร่วม d=an+1−and=a_{n+1}-a_n และ an=a1+(n−1)da_n=a_1+(n-1)d ลำดับเรขาคณิตมีอัตราส่วนร่วม rr และ an=a1rn−1a_n=a_1r^{n-1}

ที่มาของ n−1n - 1 ดูจากค่าแท็กซี่ กิโลเมตรแรกจ่าย 3535 บาท กิโลเมตรที่สองบวก 77 หนึ่งครั้ง กิโลเมตรที่สามบวกสองครั้ง จึงเห็นว่าพจน์ที่ nn บวก dd ไป n−1n-1 ครั้ง เพราะพจน์แรกยังไม่ได้บวกเลย ความผิดที่เจอบ่อยคือเขียน a1+nda_1 + nd ซึ่งเกินไปหนึ่งขั้น

ตัวอย่าง 1

ที่นั่งแถวแรกมี 1212 ที่นั่ง แต่ละแถวเพิ่ม 33 ที่ แถวที่ 1010 มีกี่ที่นั่ง

  1. ผลต่างร่วม d=3d=3 และจากแถวแรกถึงแถวที่สิบมีการเพิ่มเก้าครั้ง ไม่ใช่สิบครั้ง
  2. a10=12+9(3)=39a_{10}=12+9(3)=39 ที่นั่ง

ตัวอย่าง 2

จากมิเตอร์แท็กซี่ข้างบน ถ้าเดินทาง 1414 กิโลเมตรต้องจ่ายเท่าไร และถ้าจ่าย 140140 บาทพอดี เดินทางกี่กิโลเมตร

  1. ค่าแท็กซี่เป็นลำดับเลขคณิต a1=35a_1 = 35 และ d=7d = 7 จึงได้ an=35+(n−1)7=7n+28a_n = 35 + (n-1)7 = 7n + 28 การจัดรูปให้เหลือ 7n+287n + 28 ทำให้แทนค่าง่ายขึ้น
  2. a14=7(14)+28=126a_{14} = 7(14) + 28 = 126 บาท
  3. ข้อหลังให้ค่าของพจน์แล้วถามตำแหน่ง ตั้ง 7n+28=1407n + 28 = 140 ได้ 7n=1127n = 112 และ n=16n = 16 กิโลเมตร ได้จำนวนเต็มบวกพอดี จึงเป็นพจน์ของลำดับจริง

ลำดับเรขาคณิต คูณเท่ากันทุกขั้น

ลำดับเรขาคณิตหาอัตราส่วนร่วมจากการหาร r=an+1/anr = a_{n+1}/a_n ทุกคู่ต้องได้ค่าเดียวกัน เหตุผลเรื่อง n−1n-1 เหมือนเดิม พจน์ที่ nn ผ่านการคูณ rr ไป n−1n-1 ครั้ง จึงได้ a1rn−1a_1r^{n-1} ไม่ใช่ a1rna_1r^n

ตัวอย่าง 3

ลำดับ 5,10,20,40,…5,10,20,40,\ldots พจน์ที่ 77 เป็นเท่าไร

  1. 10/5=20/10=40/20=210/5 = 20/10 = 40/20 = 2 อัตราส่วนร่วมเท่ากับ 22 ทุกคู่
  2. พจน์ที่เจ็ดคูณ 22 ไปหกครั้ง a7=5(2)6=5×64=320a_7=5(2)^6=5 \times 64 = 320

ตัวอย่าง 4

แบคทีเรียเริ่ม 300300 เซลล์ เพิ่มเป็นสองเท่าทุก 2020 นาที หลังผ่านไป 22 ชั่วโมงมีกี่เซลล์

  1. ให้ a1=300a_1 = 300 คือตอนเริ่ม แต่ละพจน์ห่างกัน 2020 นาที สองชั่วโมงเท่ากับ 120120 นาที คือหกรอบของการเพิ่มเป็นสองเท่า
  2. หลังหกรอบคือพจน์ที่เจ็ด ไม่ใช่พจน์ที่หก เพราะพจน์แรกคือตอนยังไม่ผ่านรอบใดเลย
  3. a7=300(2)6=19200a_7 = 300(2)^6 = 19200 เซลล์

อัตราส่วนร่วมเป็นลบหรือเป็นเศษส่วนก็ได้ เช่น 8,−4,2,−1,…8, -4, 2, -1, \ldots มี r=−12r = -\tfrac{1}{2} พจน์สลับเครื่องหมายและขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ส่วน r=0r = 0 ไม่นับ เพราะหารหาอัตราส่วนจากพจน์ที่เป็นศูนย์ไม่ได้

ตรวจชนิดของลำดับ

ก่อนใช้สูตร ต้องแน่ใจว่าลำดับเป็นชนิดนั้นจริง ตรวจผลต่างทุกคู่ที่มี ถ้าคงที่เป็นเลขคณิต ถ้าไม่คงที่ให้ลองหารทุกคู่ ถ้าคงที่เป็นเรขาคณิต ถ้าไม่ใช่ทั้งสองแบบก็ใช้สูตรในหน้านี้ไม่ได้

ลองคิดก่อน

ลำดับ 2,5,10,17,…2, 5, 10, 17, \ldots เพื่อนเห็น 5−2=35 - 2 = 3 จึงบอกว่าเป็นเลขคณิต d=3d = 3 และพจน์ที่ห้าคือ 2020 ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ผลต่างของทุกคู่คือ 3,5,73, 5, 7 ไม่คงที่ จึงไม่ใช่เลขคณิต อัตราส่วน 5/25/2 กับ 10/510/5 ก็ไม่เท่ากัน จึงไม่ใช่เรขาคณิตด้วย ลำดับนี้คือ an=n2+1a_n = n^2 + 1 พจน์ที่ห้าเป็น 2626 ผลต่างเองเป็นลำดับเลขคณิตที่เพิ่มทีละสอง การดูคู่แรกคู่เดียวจึงตัดสินไม่ได้

ลองคิดก่อน

ลำดับที่ผลต่างสองพจน์แรกเท่ากับสามต้องเป็นเลขคณิตเสมอไหม

ดูคำตอบ

ยังสรุปไม่ได้ ต้องตรวจว่าเพิ่มสามทุกคู่ตามนิยาม หรือต้องมีเงื่อนไขของลำดับให้ครบ การดูพจน์ต้นเพียงสองตัวไม่กำหนดพจน์ถัดไปอย่างเดียวได้

กราฟของลำดับเป็นจุด ไม่ใช่เส้น

ปรับผลต่างร่วมแล้วสังเกตการเพิ่ม ลด และคงที่

ลองตั้งผลต่างร่วมเป็นศูนย์ จุดทั้งหมดจะมีความสูงเท่ากัน เปลี่ยนเป็นลบหนึ่งแล้วอธิบายว่าทำไมจุดลดลงแต่ยังไม่ควรลากเส้นเชื่อมเป็นฟังก์ชันที่มีโดเมนทุกจำนวนจริง

จุดของลำดับเลขคณิตเรียงอยู่บนเส้นตรงเดียวกัน เพราะ an=dn+(a1−d)a_n = dn + (a_1 - d) เป็นฟังก์ชันเชิงเส้นของ nn ความชันคือ dd ส่วนจุดของลำดับเรขาคณิตที่ rr มากกว่าหนึ่งจะเรียงตามเส้นโค้งเอกซ์โพเนนเชียลแบบในบทที่ 37 และชันขึ้นเรื่อยๆ

ย้อนจากสองพจน์หาแบบจำลอง

เมื่อโจทย์บอกชนิดลำดับแน่นอน พจน์สองตำแหน่งช่วยหาผลต่างหรืออัตราส่วนได้โดยนับจำนวนช่องระหว่างตำแหน่ง อย่าใช้ผลต่างของค่าหารด้วยตำแหน่งสุดท้ายโดยตรง เพราะช่วงเริ่มนับจากตำแหน่งที่ให้ ไม่ใช่จากศูนย์ หากไม่บอกชนิดลำดับ สองค่าจะยังไม่กำหนดสูตรเพียงสูตรเดียว

ตัวอย่าง 5

ลำดับเลขคณิตมี a3=11a_3=11 และ a8=31a_8=31 หา a1a_1

  1. ระหว่างพจน์สามกับแปดมีห้าช่อง จึงได้ 5d=31−11=205d=31-11=20 หรือ d=4d=4
  2. จากพจน์แรกถึงพจน์สามเพิ่มสองครั้ง ได้ a1=11−2(4)=3a_1=11-2(4)=3
  3. ตรวจ a8=3+7(4)=31a_8=3+7(4)=31 ตรงโจทย์

ตัวอย่าง 6

ลำดับเรขาคณิตมี a2=6a_2 = 6 และ a5=162a_5 = 162 หาพจน์ทั่วไป

  1. จากพจน์สองถึงพจน์ห้าคูณ rr สามครั้ง จึงได้ r3=1626=27r^3 = \dfrac{162}{6} = 27 ใช้การหารแทนการลบ เพราะลำดับนี้โตด้วยการคูณ
  2. r3=27r^3 = 27 มีคำตอบจริงเดียวคือ r=3r = 3 แล้วย้อนหนึ่งขั้น a1=6÷3=2a_1 = 6 \div 3 = 2
  3. พจน์ทั่วไปคือ an=2(3)n−1a_n = 2(3)^{n-1} ตรวจ a5=2(81)=162a_5 = 2(81) = 162 ตรงโจทย์

ถ้าช่องระหว่างสองพจน์เป็นจำนวนคู่ เช่นรู้ a2=12a_2 = 12 กับ a4=3a_4 = 3 จะได้ r2=14r^2 = \tfrac{1}{4} ซึ่งมีทั้ง r=12r = \tfrac12 และ r=−12r = -\tfrac12 ต้องตอบทั้งสองลำดับ เว้นแต่โจทย์บอกว่าทุกพจน์เป็นบวก

ตรวจวิธีคิด

ต้องใช้ทั้งข้อกำหนดชนิดลำดับและตำแหน่งที่ให้ ควรแทนกลับทุกพจน์ที่โจทย์ระบุ ถ้าตรงเพียงตัวเดียวอาจยังเลือกผลต่างหรืออัตราส่วนผิด

สรุป

  • เลขคณิตดูผลต่าง เรขาคณิตดูอัตราส่วน ต้องคงที่ทุกคู่ ไม่ใช่แค่คู่แรก
  • พจน์ที่ n ผ่านการเปลี่ยนจากพจน์แรก n ลบหนึ่งครั้ง
  • ระบุโดเมนและตำแหน่งพจน์ให้ชัด โดยเฉพาะเมื่อพจน์แรกคือตอนเริ่มต้น
  • รู้สองพจน์ ให้นับช่องระหว่างตำแหน่ง แล้วหาผลต่างหรืออัตราส่วน

หน้าถัดไปจะไม่ถามพจน์เดียวแล้ว แต่ถามผลรวมของทุกพจน์ เช่นที่นั่งทั้งโรงละคร หรือเงินที่ออมได้ทั้งปี