34.1 ระบบจำนวนจริงและสมบัติ
วัดเส้นทแยงมุมของกระดาษจัตุรัสด้านหนึ่งหน่วยได้ หน่วย ตามทฤษฎีบทพีทาโกรัสในบทที่ 10 ลองวัดด้วยไม้บรรทัดจะได้ราว ใช้เครื่องคิดเลขได้ ไม่ว่าเพิ่มตำแหน่งทศนิยมไปเท่าไรก็ไม่จบ และไม่วนซ้ำ ตัวเลขนี้มีตำแหน่งชัดเจนบนเส้นจำนวน แต่เขียนเป็นเศษส่วนของจำนวนเต็มไม่ได้ จำนวนจริงจึงกว้างกว่าจำนวนที่เคยใช้ซื้อขายหรือนับของ
หน้านี้ทบทวนว่าจำนวนจริงประกอบด้วยอะไรบ้าง แล้วดูสมบัติที่เราใช้ทุกครั้งที่แก้สมการ โดยเฉพาะข้อที่มีเงื่อนไขซ่อนอยู่ ถ้าลืมเงื่อนไขนั้น คำตอบจะหายไปเงียบๆ โดยไม่มีใครเตือน
แผนผังของระบบจำนวน
แต่ละชุดจำนวนเกิดขึ้นเพราะชุดเดิมทำบางอย่างไม่ได้ จำนวนนับใช้นับของ แต่ ไม่มีคำตอบในจำนวนนับ จึงต้องมีจำนวนเต็มลบ จำนวนเต็มลบกันได้เสมอ แต่ ไม่ได้จำนวนเต็ม จึงต้องมีเศษส่วน แล้วพอวัดความยาวอย่างเส้นทแยงมุมข้างบน เศษส่วนก็ยังไม่พอ จึงต้องมีจำนวนอตรรกยะมาเติมช่องว่างบนเส้นจำนวน
นิยาม
จำนวนตรรกยะ คือจำนวนที่เขียนในรูป ได้ เมื่อ เป็นจำนวนเต็มและ จำนวนจริงที่ไม่เป็นจำนวนตรรกยะเรียกว่า จำนวนอตรรกยะ จำนวนตรรกยะกับจำนวนอตรรกยะรวมกันเป็นจำนวนจริง
เงื่อนไข ไม่ได้ใส่ไว้ให้ดูเป็นทางการ ถ้า มีค่าเป็นจำนวน สักตัว ก็ต้องได้ แต่ศูนย์คูณอะไรก็ได้ศูนย์ จึงไม่มี ตัวไหนใช้ได้เลย การหารด้วยศูนย์จึงไม่มีความหมาย
สังเกตว่ากรอบจำนวนอตรรกยะแยกจากกรอบจำนวนตรรกยะ จำนวนจริงหนึ่งตัวจึงเป็นได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่มีจำนวนไหนเป็นทั้งสองอย่าง และไม่มีจำนวนจริงไหนตกหล่นไม่อยู่ในกรอบใดเลย
ดูจากทศนิยม
ในบทที่ 4 และบทที่ 11 เราเปลี่ยนทศนิยมซ้ำเป็นเศษส่วนได้ทุกตัว ทศนิยมสิ้นสุดก็เขียนเป็นเศษส่วนที่ตัวส่วนเป็น ได้ทันที ทั้งสองแบบจึงเป็นจำนวนตรรกยะ แม้ทศนิยมซ้ำจะเขียนได้ไม่รู้จบ ส่วนทศนิยมที่ไม่รู้จบและไม่ซ้ำเป็นจำนวนอตรรกยะ
ทศนิยมซ้ำที่มีส่วนไม่ซ้ำนำหน้า เช่น ทำให้หลายคนสะดุด ต้องคูณสองครั้งเพื่อให้หางที่ซ้ำตรงกันพอดี
ตัวอย่าง 1
เขียน เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ
- ส่วนที่ซ้ำคือเลข ซึ่งเริ่มที่ตำแหน่งที่สอง คูณ ก่อนเพื่อดันส่วนไม่ซ้ำไปอยู่หน้าจุด ได้
- คูณ อีกครั้งให้ได้หางซ้ำชุดเดียวกัน ทำไมต้องสองครั้ง เพราะต้องการสองจำนวนที่หลังจุดเหมือนกันทุกหลัก
- ลบกัน หางที่ไม่รู้จบหักล้างกันหมด เหลือ
- ได้ ตรวจด้วยการหาร ตรงกัน
ตัวอย่าง 2
จัดประเภท และ
- อย่าตัดสินจากเครื่องหมายราก ให้หาค่าก่อน เพราะ จึงเป็นจำนวนนับ จำนวนเต็ม และจำนวนตรรกยะพร้อมกัน ตามกรอบซ้อนในแผนผัง
- เป็นทศนิยมสิ้นสุด เขียนได้ จึงเป็นจำนวนตรรกยะ แต่ไม่เป็นจำนวนเต็ม
- ไม่ใช่กำลังสองของจำนวนเต็มใด เพราะ และ ข้ามไปแล้ว จึงเป็นอตรรกยะ ทั้งสามจำนวนเป็นจำนวนจริง
ทำไม √2 จึงเขียนเป็นเศษส่วนไม่ได้
ใช้การพิสูจน์โดยข้อขัดแย้งจากบทที่ 33 สมมติว่า เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ ยกกำลังสองได้ ดังนั้น เป็นเลขคู่ และ ต้องเป็นเลขคู่ด้วย เพราะเลขคี่ยกกำลังสองได้เลขคี่ เขียน แทนกลับได้ หรือ จึงได้ว่า เป็นเลขคู่ด้วย ทั้ง และ หารด้วย ลงตัว ขัดกับที่บอกว่าเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ ข้อสมมติจึงผิด เป็นอตรรกยะ
ลองคิดก่อน
ผลบวกของอตรรกยะสองจำนวนต้องเป็นอตรรกยะไหม
ดูคำตอบ
ไม่จำเป็น เช่น เป็นตรรกยะ แต่ เป็นอตรรกยะ ต้องพิจารณาค่าจริงของผลรวม ผลคูณก็เหมือนกัน เป็นตรรกยะ เซตของจำนวนอตรรกยะจึงไม่มีสมบัติปิดของการบวกและการคูณ
ลองคิดก่อน
เพื่อนบอกว่า ดังนั้น เป็นจำนวนตรรกยะ ถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก เป็นแค่ค่าประมาณที่ใกล้ สองตัวต่างกันตั้งแต่ทศนิยมตำแหน่งที่สาม เป็นอตรรกยะ ค่าประมาณที่เป็นเศษส่วนใช้คำนวณได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนชนิดของจำนวน
สมบัติที่ใช้ย้ายและจัดรูป
สมบัติของจำนวนจริง
เมื่อ เป็นจำนวนจริงใดๆ
- ปิด และ เป็นจำนวนจริง
- สลับที่ และ
- เปลี่ยนหมู่ และ
- เอกลักษณ์ และ
- ตัวผกผัน ทุก มี ที่ และทุก มี ที่
- แจกแจง
สมบัติเหล่านี้ดูธรรมดา แต่ทุกขั้นของการแก้สมการคือการใช้มันโดยไม่รู้ตัว คำว่า ย้ายข้าง ที่ใช้กันจริงๆ คือการบวกตัวผกผันการบวกเข้าทั้งสองข้าง ส่วน ย้ายไปหาร คือการคูณด้วยตัวผกผันการคูณทั้งสองข้าง
ข้อที่ต้องจับตาคือตัวผกผันการคูณ ทุกจำนวนมีตัวตรงข้าม แต่ ไม่มีตัวผกผันการคูณ เพราะไม่มีจำนวนไหนคูณ แล้วได้ การ ย้ายไปหาร จึงทำได้เฉพาะเมื่อแน่ใจว่าตัวที่ย้ายไม่เป็นศูนย์ ส่วนการลบและการหารไม่มีสมบัติสลับที่ จึงห้ามสลับลำดับเวลาเจอเครื่องหมายลบ
ตัวอย่าง 3
แก้สมการ แล้วบอกว่าแต่ละขั้นใช้สมบัติอะไร
- บวก ซึ่งเป็นตัวผกผันการบวกของ ทั้งสองข้าง ได้ ฝั่งซ้ายเหลือ
- ใช้สมบัติเอกลักษณ์การบวก จึงได้
- คูณ ทั้งสองข้าง ทำได้เพราะ จึงมีตัวผกผัน ได้ และ
- ได้ ตรวจ จริง
การหารทำให้คำตอบหายอย่างไร
การตัดตัวประกอบจากสองข้างของสมการคือการคูณด้วยตัวผกผันของตัวนั้น จึงทำได้เมื่อตัวนั้นไม่เป็นศูนย์ ถ้าตัวประกอบมีตัวแปร เราไม่รู้ล่วงหน้าว่ามันเป็นศูนย์หรือไม่ ต้องแยกกรณีศูนย์ก่อน ไม่เช่นนั้นอาจทำคำตอบหาย เครื่องมือที่ปลอดภัยกว่าคือสมบัติผลคูณเป็นศูนย์ ถ้า แล้ว หรือ
ตัวอย่าง 4
แก้ โดยไม่สูญเสียคำตอบ
- ย้าย มาฝั่งซ้ายให้อีกข้างเป็นศูนย์ ได้ ทำไมต้องให้ข้างหนึ่งเป็นศูนย์ เพราะสมบัติผลคูณเป็นศูนย์ใช้ได้กับศูนย์เท่านั้น
- ดึงตัวร่วม ได้ ผลคูณเป็นศูนย์จึงได้ หรือ
- ได้ หรือ ตรวจ และ จริงทั้งคู่
- ถ้าหารด้วย ตั้งแต่แรกจะเหลือเพียง เพราะการหารแอบตั้งเงื่อนไข ไว้ คำตอบ จึงถูกตัดทิ้งโดยไม่รู้ตัว
ตัวอย่าง 5
แก้
- ทั้งสองข้างมี น่าตัดทิ้ง แต่ เป็นศูนย์ได้เมื่อ จึงยังไม่ตัด
- ย้ายทุกอย่างมาฝั่งซ้าย แล้วดึง เป็นตัวร่วมด้วยสมบัติการแจกแจง ได้
- จัดในวงเล็บใหญ่ได้ จึงได้ หรือ
- ตรวจ ข้างซ้าย ข้างขวา จริง ถ้าตัด ตั้งแต่ขั้นแรกจะได้ เหลือแค่
การหารด้วยตัวแปรทำได้ถ้าตั้งกรณี ก่อน แล้วกลับไปตรวจกรณี แยกต่างหาก วิธีแยกตัวประกอบมักทำให้เงื่อนไขอยู่ในคำตอบโดยไม่ต้องแยกหลายย่อหน้า
ลองคิดก่อน
ให้ แล้วทำต่อแบบนี้ จึงได้ แยกตัวประกอบได้ ตัด ได้ แทน ได้ สรุปว่า ผิดที่ขั้นไหน
ดูคำตอบ
ผิดตอนตัด เพราะ ทำให้ การตัดคือการคูณด้วยตัวผกผันของศูนย์ ซึ่งไม่มีอยู่จริง ทุกขั้นก่อนหน้านั้นถูกหมด ข้อผิดพลาดนี้เป็นตัวเดียวกับที่ทำให้คำตอบ หายในตัวอย่าง 4
สมบัติในหน้านี้ใช้กับสมการ หน้าถัดไปจะใช้แนวคิดเดียวกันกับอสมการ ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มอีกชั้น คือคูณด้วยจำนวนลบแล้วทิศของอสมการกลับ
สรุป
- ตรรกยะเขียนเป็นเศษส่วนจำนวนเต็มที่ตัวส่วนไม่เป็นศูนย์ได้ ทศนิยมสิ้นสุดและทศนิยมซ้ำเป็นตรรกยะ
- รากบางค่าเป็นจำนวนเต็ม ต้องหาค่าก่อนจัดประเภท
- ย้ายข้างคือการบวกตัวผกผัน ย้ายไปหารคือการคูณตัวผกผัน ซึ่งศูนย์ไม่มี
- ห้ามหารด้วยตัวแปรโดยไม่ตรวจศูนย์ ใช้สมบัติผลคูณเป็นศูนย์แทน