descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 10 ทฤษฎีบทพีทาโกรัสตรงกับหนังสือ ม.2 เล่ม 1 บทที่ 1

10.3 บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส

ช่างก่อสร้างจะวางผังห้องให้มุมห้องเป็นมุมฉาก แต่ไม้ฉากในมือยาวแค่คืบเดียว ใช้วัดผนังยาวหลายเมตรไม่แม่น ช่างบางคนใช้เชือกเส้นเดียวแทน ทำเครื่องหมายแบ่งเชือกเป็น 12 ช่วงเท่าๆ กัน แล้วดึงเชือกให้ตึงเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีด้านยาว 3 ช่วง 4 ช่วง และ 5 ช่วง มุมระหว่างด้าน 3 ช่วงกับ 4 ช่วงจะเป็นมุมฉากพอดี

ทฤษฎีบทพีทาโกรัสในหน้า 10.1 บอกว่าถ้ามีมุมฉาก ด้านจะสัมพันธ์กันแบบ c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2 แต่เรื่องเชือกของช่างใช้ทางกลับกัน คือรู้ด้านก่อน แล้วสรุปว่ามีมุมฉาก หน้านี้จะดูว่าการสรุปทางกลับแบบนี้ทำได้จริงหรือเปล่า

บทกลับคืออะไร

ข้อความแบบ "ถ้า ... แล้ว ..." มีสองส่วน ส่วนหลัง "ถ้า" คือเหตุ ส่วนหลัง "แล้ว" คือผล สลับเหตุกับผลจะได้ข้อความใหม่ เรียกว่าบทกลับ (converse) ของข้อความเดิม

ข้อความ
ทฤษฎีบทพีทาโกรัสถ้ารูปสามเหลี่ยมมีมุม CC เป็นมุมฉาก แล้ว c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2
บทกลับถ้ารูปสามเหลี่ยมมี c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2 แล้วมุม CC เป็นมุมฉาก

ข้อความที่จริง บทกลับของมันไม่จำเป็นต้องจริงด้วย เช่น "ถ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส แล้วมีด้านสี่ด้าน" จริง แต่บทกลับ "ถ้ามีด้านสี่ด้าน แล้วเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส" ไม่จริง เพราะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็มีสี่ด้าน บทกลับจึงต้องมีเหตุผลของมันเอง ซึ่งโชคดีที่บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัสเป็นจริง

บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส

ถ้ารูปสามเหลี่ยมมีด้านยาว aa bb และ cc หน่วย และ c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2 แล้วรูปสามเหลี่ยมนั้นเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก โดยมีมุมฉากอยู่ตรงข้ามด้านที่ยาว cc

ดูเหตุผล
  1. สร้างรูปสามเหลี่ยมมุมฉากอีกรูปหนึ่ง ให้ด้านประกอบมุมฉากยาว aa และ bb เท่ากับรูปเดิม
  2. ตามทฤษฎีบทพีทาโกรัส ด้านตรงข้ามมุมฉากของรูปใหม่ยกกำลังสองได้ a2+b2a^2 + b^2 ซึ่งเท่ากับ c2c^2 ด้านนั้นจึงยาว cc
  3. รูปเดิมกับรูปใหม่มีด้านยาวเท่ากันทั้งสามคู่ รูปสามเหลี่ยมที่ด้านยาวเท่ากันทั้งสามคู่ต้องมีรูปร่างเดียวกัน มุมจึงเท่ากันทุกมุม (เรื่องนี้คือความเท่ากันทุกประการแบบ ด.ด.ด. ในบทที่ 17)
  4. รูปใหม่มีมุมฉากตรงข้ามด้าน cc รูปเดิมจึงมีมุมฉากตรงข้ามด้าน cc ด้วย

ลองดูบทกลับด้วยตาตัวเอง กราฟข้างล่างให้ ABAB ยาว 5 หน่วยคงที่ ลากจุด CC ไปตามจุดตัดของเส้นตาราง แล้วดูว่า a2+b2a^2 + b^2 เท่ากับ c2=25c^2 = 25 เมื่อไร

หาตำแหน่งของ CC ที่ทำให้ a2+b2=25a^2 + b^2 = 25 พอดี มีกี่ตำแหน่ง ตอนนั้นมุม CC วัดได้กี่องศา

บนกราฟนี้มีสองตำแหน่งคือ CC ที่ (1,2)(1, 2) และ (4,2)(4, 2) ถ้า CC อยู่ที่ (1,2)(1, 2) จะได้ b2=1+4=5b^2 = 1 + 4 = 5 และ a2=16+4=20a^2 = 16 + 4 = 20 รวมได้ 2525 พอดี ทั้งที่ aa กับ bb ไม่ใช่จำนวนเต็ม บทกลับใช้กับความยาวทุกแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดตัวเลขพีทาโกรัส

ตรวจว่าเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่

ถ้ามีมุมฉาก มุมฉากต้องอยู่ตรงข้ามด้านที่ยาวที่สุด จึงตรวจแค่แบบเดียวพอ

  1. หาด้านที่ยาวที่สุด แล้วยกกำลังสอง
  2. ยกกำลังสองอีกสองด้านแล้วบวกกัน
  3. ถ้าเท่ากัน เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ถ้าไม่เท่ากัน ไม่เป็น

ตัวอย่าง 1

รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านยาวต่อไปนี้ รูปใดเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

(1) 9,40,419, 40, 41 (2) 6,7,96, 7, 9 (3) 1.5,2,2.51.5, 2, 2.5

  1. ด้านยาวที่สุดคือ 4141 ได้ 412=1,68141^2 = 1{,}681 และ 92+402=81+1,600=1,6819^2 + 40^2 = 81 + 1{,}600 = 1{,}681 เท่ากัน จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก
  2. ด้านยาวที่สุดคือ 99 ได้ 92=819^2 = 81 แต่ 62+72=36+49=856^2 + 7^2 = 36 + 49 = 85 ไม่เท่ากัน จึงไม่เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก
  3. ด้านยาวที่สุดคือ 2.52.5 ได้ 2.52=6.252.5^2 = 6.25 และ 1.52+22=2.25+4=6.251.5^2 + 2^2 = 2.25 + 4 = 6.25 เท่ากัน จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก สังเกตว่าชุดนี้คือ 3,4,53, 4, 5 หารด้วย 22

ตัวอย่าง 2

กลับไปที่เชือกของช่างต้นหน้า ทำไมเชือก 12 ช่วงที่ดึงเป็นด้าน 3 ช่วง 4 ช่วง และ 5 ช่วง จึงได้มุมฉาก และมุมฉากอยู่ตรงไหน

  1. ด้านยาวที่สุดคือ 5 ช่วง ได้ 52=255^2 = 25 และ 32+42=9+16=253^2 + 4^2 = 9 + 16 = 25 เท่ากัน
  2. ตามบทกลับ รูปนี้เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก มุมฉากอยู่ตรงข้ามด้าน 5 ช่วง คือมุมที่ด้าน 3 ช่วงกับด้าน 4 ช่วงมาบรรจบกัน
  3. ช่างจึงวางมุมนั้นไว้ที่มุมห้อง ถ้าห้องใหญ่ ใช้ช่วงละ 1 เมตร ได้เชือกยาว 12 เมตร มุมก็ยังเป็นมุมฉาก เพราะ 3,4,53, 4, 5 คูณจำนวนใดก็ยังเป็นชุดตัวเลขพีทาโกรัส

มุมฉากอยู่ที่ไหน

รู้แล้วว่าเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก มุมฉากอยู่ตรงข้ามด้านที่ยาวที่สุด ใช้วิธีเดียวกับตัวอย่างที่ 1 ของหน้า 10.1 คือหามุมที่ชื่อไม่อยู่ในชื่อของด้านนั้น

ตัวอย่าง 3

รูปสามเหลี่ยม PQRPQR มี PQ=15PQ = 15 QR=20QR = 20 และ PR=25PR = 25 เซนติเมตร มุมใดเป็นมุมฉาก

  1. ด้านยาวที่สุดคือ PR=25PR = 25 ได้ 252=62525^2 = 625
  2. PQ2+QR2=225+400=625PQ^2 + QR^2 = 225 + 400 = 625 เท่ากัน จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก
  3. ด้าน PRPR ไม่มีตัว QQ มุมฉากจึงอยู่ที่มุม QQ

ลองคิดก่อน

เพื่อนตรวจรูปสามเหลี่ยมที่มีด้านยาว 55 1313 และ 1212 โดยคิดว่า 52+132=1945^2 + 13^2 = 194 ไม่เท่ากับ 122=14412^2 = 144 จึงสรุปว่าไม่เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก เพื่อนสรุปถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก เพื่อนเอาด้านตามลำดับที่โจทย์เขียน ตัวสุดท้ายไม่จำเป็นต้องยาวที่สุด ด้านที่ยาวที่สุดคือ 1313 ต้องตรวจ 52+122=25+144=169=1325^2 + 12^2 = 25 + 144 = 169 = 13^2 เท่ากัน จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก และมุมฉากอยู่ตรงข้ามด้านยาว 1313

ถ้าไม่เท่ากัน

ในกราฟข้างบนจะเห็นว่าเมื่อ a2+b2a^2 + b^2 มากกว่า c2c^2 มุม CC เล็กกว่ามุมฉาก และเมื่อ a2+b2a^2 + b^2 น้อยกว่า c2c^2 มุม CC ใหญ่กว่ามุมฉาก ใช้ดูคร่าวๆ ได้ว่ารูปสามเหลี่ยมเกือบเป็นมุมฉากแค่ไหน แต่ถ้าโจทย์ถามว่าเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่ ใช้แค่เท่ากันหรือไม่เท่ากันก็พอ

สรุป

  • บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส ถ้า c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2 แล้วรูปสามเหลี่ยมเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก มีมุมฉากตรงข้ามด้าน cc
  • ตรวจด้วยด้านที่ยาวที่สุดเท่านั้น เทียบกำลังสองของมันกับผลบวกกำลังสองของอีกสองด้าน
  • มุมฉากอยู่ตรงข้ามด้านที่ยาวที่สุด
  • บทกลับของข้อความที่จริงไม่จำเป็นต้องจริงเสมอ บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัสจริงเพราะมีเหตุผลรองรับ