descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 41 เวกเตอร์ตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.5 เล่ม 1 บทที่ 3เพิ่มเติม

41.2 เวกเตอร์ในระบบพิกัด

ถ้าแผนที่ระบุจุดเริ่มและจุดปลาย เราหาการกระจัดได้โดยไม่ต้องวัดรูป ความต่างของพิกัดแต่ละแกนคือข้อมูลที่ลูกศรเก็บไว้

โดรนถ่ายภาพงานกีฬาสีขึ้นจากกลางสนามแล้วบินไปลอยนิ่งเหนืออัฒจันทร์ ตำแหน่งของมันต้องบอกด้วยสามค่า คือไปทางไหนบนพื้นสองค่ากับสูงจากพื้นอีกหนึ่งค่า ลูกศรบนกระดาษแสดงการเคลื่อนที่แบบนี้ได้ไม่ดี แต่พิกัดทำได้ทันที หน้านี้เริ่มจากเวกเตอร์ในระนาบ แล้วขยายไปสามมิติด้วยหลักเดียวกัน

เวกเตอร์ในระนาบ xy

วางหางของเวกเตอร์ที่จุดกำเนิด OO แล้วหัวจะตกที่จุด P(a,b)P(a,b) พอดี เวกเตอร์นั้นจึงบอกได้ด้วยตัวเลขสองตัว เรียกว่าองค์ประกอบ หน้านี้เขียนว่า ⟨a,b⟩\langle a,b\rangle ใช้วงเล็บมุมเพื่อแยกจากพิกัดของจุด หนังสือเรียนเขียนเป็นหลักแนวตั้ง [ab]\begin{bmatrix}a\\b\end{bmatrix} หมายถึงสิ่งเดียวกัน เวกเตอร์ OP→\overrightarrow{OP} เรียกว่าเวกเตอร์บอกตำแหน่งของจุด PP

จากหน้า 41.1 AB→=OB→−OA→\overrightarrow{AB}=\overrightarrow{OB}-\overrightarrow{OA} ถ้า A=(x1,y1)A=(x_1,y_1) และ B=(x2,y2)B=(x_2,y_2) จึงได้ AB→=⟨x2−x1, y2−y1⟩\overrightarrow{AB}=\langle x_2-x_1,\ y_2-y_1\rangle คือพิกัดปลายลบพิกัดต้นทีละแกน ขนาดหาด้วยทฤษฎีบทพีทาโกรัส เพราะองค์ประกอบทั้งสองเป็นด้านประกอบมุมฉาก ∥⟨a,b⟩∥=a2+b2\|\langle a,b\rangle\|=\sqrt{a^2+b^2}

ให้ i=⟨1,0⟩\mathbf i=\langle1,0\rangle และ j=⟨0,1⟩\mathbf j=\langle0,1\rangle เป็นเวกเตอร์ยาวหนึ่งหน่วยตามแกน xx และแกน yy ทุกเวกเตอร์เขียนได้เป็น ⟨a,b⟩=ai+bj\langle a,b\rangle=a\mathbf i+b\mathbf j คือเดินตามแกน xx เป็นระยะ aa แล้วเดินตามแกน yy เป็นระยะ bb

ตัวอย่าง 1

ให้ A=(−1,3)A=(-1,3) และ B=(5,−5)B=(5,-5) เขียน AB→\overrightarrow{AB} ในรูปองค์ประกอบและในรูป ai+bja\mathbf i+b\mathbf j แล้วหาขนาด

  1. ปลายลบต้น ได้ ⟨5−(−1), −5−3⟩=⟨6,−8⟩\langle5-(-1),\ -5-3\rangle=\langle6,-8\rangle ระวังลบจำนวนลบ 5−(−1)=65-(-1)=6 ไม่ใช่ 44
  2. ในรูปเวกเตอร์หนึ่งหน่วยคือ 6i−8j6\mathbf i-8\mathbf j องค์ประกอบติดลบแปลว่าไปทิศตรงข้ามแกน yy บวก ไม่ใช่ความยาวติดลบ
  3. ขนาดคือ 62+(−8)2=100=10\sqrt{6^2+(-8)^2}=\sqrt{100}=10 หน่วย ยกกำลังสองแล้วเครื่องหมายลบหายไป

ระบบพิกัดฉากสามมิติ

เพิ่มแกน zz ที่ตั้งฉากกับทั้งแกน xx และแกน yy ณ จุดกำเนิด แกนทั้งสามจัดตามระบบมือขวา คือกำมือขวาให้นิ้วทั้งสี่วนจากแกน xx บวกไปหาแกน yy บวก นิ้วโป้งจะชี้ไปแกน zz บวก จุดในปริภูมิสามมิติเขียนเป็น P(x,y,z)P(x,y,z)

การหาตำแหน่งของ P(2,3,4)P(2,3,4) ทำเหมือนเดินในห้อง เดินตามแกน xx ไป 22 หน่วย เลี้ยวตามแกน yy อีก 33 หน่วย แล้วขึ้นตามแกน zz อีก 44 หน่วย จุดนี้จึงเป็นมุมของกล่องที่มีด้านยาว 22 33 และ 44 ระนาบ xyxy คือพื้นที่ z=0z=0 ระนาบทั้งสามแบ่งปริภูมิเป็นแปดส่วน เรียกว่าอัฐภาค

xyzP(2, 3, 4)O234
จุด P(2, 3, 4) เป็นมุมของกล่องขนาด 2 × 3 × 4 ลูกศรสีส้มคือเวกเตอร์บอกตำแหน่งของ P

ระยะระหว่างจุดในสามมิติ

หาระยะจาก A(x1,y1,z1)A(x_1,y_1,z_1) ถึง B(x2,y2,z2)B(x_2,y_2,z_2) ทีละขั้น ขั้นแรกเดินบนพื้นระดับเดียวกับ AA ไปอยู่ใต้หรือเหนือ BB ระยะช่วงนี้คือ (x2−x1)2+(y2−y1)2\sqrt{(x_2-x_1)^2+(y_2-y_1)^2} ตามสูตรระยะทางในบทที่ 38 ขั้นที่สองขึ้นหรือลงตรงๆ เป็นระยะ ∣z2−z1∣|z_2-z_1| สองช่วงนี้ตั้งฉากกัน ใช้พีทาโกรัสอีกครั้งได้

AB=(x2−x1)2+(y2−y1)2+(z2−z1)2AB=\sqrt{(x_2-x_1)^2+(y_2-y_1)^2+(z_2-z_1)^2}

เวกเตอร์ในสามมิติก็ทำแบบเดียวกัน AB→=⟨x2−x1, y2−y1, z2−z1⟩\overrightarrow{AB}=\langle x_2-x_1,\ y_2-y_1,\ z_2-z_1\rangle และระยะ ABAB ก็คือขนาดของเวกเตอร์นี้

ตัวอย่าง 2

ให้ A=(1,−2,3)A=(1,-2,3) และ B=(4,2,3)B=(4,2,3) หา AB→\overrightarrow{AB} และขนาด

  1. ปลายลบต้นทีละแกน ได้ ⟨4−1, 2−(−2), 3−3⟩=⟨3,4,0⟩\langle4-1,\ 2-(-2),\ 3-3\rangle=\langle3,4,0\rangle
  2. ขนาดคือ 9+16+0=5\sqrt{9+16+0}=5 องค์ประกอบที่สามเป็นศูนย์แปลว่า AA กับ BB สูงเท่ากัน ปัญหาจึงลดเป็นสองมิติ

ตัวอย่าง 3

ตั้งจุดขึ้นบินของโดรนเป็นจุดกำเนิด แกน xx ชี้ไปทางตะวันออก แกน yy ชี้ไปทางเหนือ แกน zz ชี้ขึ้น หน่วยเป็นเมตร โดรนบินไปลอยนิ่งที่ (12,9,20)(12,9,20) แล้วบินต่อไปที่ (4,−6,20)(4,-6,20) หาระยะตรงจากจุดขึ้นบินถึงจุดแรก และระยะที่บินในช่วงที่สอง

  1. ระยะจากจุดกำเนิดถึง (12,9,20)(12,9,20) คือ 122+92+202=144+81+400=625=25\sqrt{12^2+9^2+20^2}=\sqrt{144+81+400}=\sqrt{625}=25 เมตร
  2. ช่วงที่สองหาเวกเตอร์ก่อน ปลายลบต้นได้ ⟨4−12, −6−9, 20−20⟩=⟨−8,−15,0⟩\langle4-12,\ -6-9,\ 20-20\rangle=\langle-8,-15,0\rangle ความสูงไม่เปลี่ยนจึงได้องค์ประกอบ zz เป็นศูนย์
  3. ระยะช่วงที่สองคือ 64+225+0=289=17\sqrt{64+225+0}=\sqrt{289}=17 เมตร

ลองคิดก่อน

ระยะจาก AA ถึง BB กับระยะจาก BB ถึง AA ต่างกันไหม และ AB→\overrightarrow{AB} กับ BA→\overrightarrow{BA} ต่างกันไหม

ดูคำตอบ

ระยะเท่ากัน เพราะสลับลำดับการลบแล้วทุกองค์ประกอบเปลี่ยนเครื่องหมาย พอยกกำลังสองก็ได้ค่าเดิม แต่เวกเตอร์ต่างกัน BA→=−AB→\overrightarrow{BA}=-\overrightarrow{AB} ชี้กลับทาง ถ้าโจทย์ถามเวกเตอร์ ลำดับการลบจึงสำคัญ ถ้าถามระยะ ลำดับไม่สำคัญ

เวกเตอร์หนึ่งหน่วย i j k

ในสามมิติ ให้ i=⟨1,0,0⟩\mathbf i=\langle1,0,0\rangle j=⟨0,1,0⟩\mathbf j=\langle0,1,0\rangle และ k=⟨0,0,1⟩\mathbf k=\langle0,0,1\rangle ทุกเวกเตอร์เขียนได้เป็น ⟨a,b,c⟩=ai+bj+ck\langle a,b,c\rangle=a\mathbf i+b\mathbf j+c\mathbf k เช่น ⟨3,4,0⟩=3i+4j\langle3,4,0\rangle=3\mathbf i+4\mathbf j

สมบัติ

u+v\mathbf u+\mathbf v บวกทีละองค์ประกอบ kuk\mathbf u คูณทุกองค์ประกอบด้วย kk และ ∥u∥=u12+u22+u32\|\mathbf u\|=\sqrt{u_1^2+u_2^2+u_3^2} เวกเตอร์หนึ่งหน่วยในทิศ u\mathbf u คือ u∥u∥\dfrac{\mathbf u}{\|\mathbf u\|} เมื่อ u≠0\mathbf u\ne\mathbf0

เวกเตอร์หนึ่งหน่วยคือเวกเตอร์ที่ยาว 11 การหารด้วยขนาดคือการคูณด้วยสเกลาร์บวก 1∥u∥\tfrac{1}{\|\mathbf u\|} ทิศจึงไม่เปลี่ยน แต่ความยาวถูกย่อหรือขยายให้เหลือ 11 พอดี

ตัวอย่าง 4

หาเวกเตอร์หนึ่งหน่วยทิศเดียวกับ (1) ⟨0,3,4⟩\langle0,3,4\rangle และ (2) ⟨2,−1,2⟩\langle2,-1,2\rangle

  1. ข้อ (1) ขนาดคือ 0+9+16=5\sqrt{0+9+16}=5 หารทุกองค์ประกอบด้วย 55 ได้ ⟨0,35,45⟩\langle0,\tfrac35,\tfrac45\rangle ตรวจขนาดใหม่ 925+1625=1\sqrt{\tfrac{9}{25}+\tfrac{16}{25}}=1
  2. ข้อ (2) ขนาดคือ 4+1+4=3\sqrt{4+1+4}=3 หารทุกองค์ประกอบด้วย 33 ได้ ⟨23,−13,23⟩=23i−13j+23k\langle\tfrac23,-\tfrac13,\tfrac23\rangle=\tfrac23\mathbf i-\tfrac13\mathbf j+\tfrac23\mathbf k
  3. ตรวจข้อ (2) 49+19+49=1\tfrac49+\tfrac19+\tfrac49=1 ขนาดจึงเป็น 11 และองค์ประกอบยังมีอัตราส่วน 2:−1:22:-1:2 เหมือนเดิม ทิศจึงไม่เปลี่ยน

ลองคิดก่อน

เปลี่ยน ⟨3,4⟩\langle3,4\rangle เป็นเวกเตอร์หนึ่งหน่วยด้วยการหารแต่ละพิกัดด้วยตัวเอง ได้ ⟨1,1⟩\langle1,1\rangle ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ต้องหารด้วยขนาดเดียวกันทั้งสองแกน จึงรักษาทิศเดิมได้ ⟨1,1⟩\langle1,1\rangle มีขนาดรากที่สองของสองและทิศเปลี่ยนไป

ใช้ขนาดเพื่อกำหนดเวกเตอร์ใหม่

เวกเตอร์หนึ่งหน่วยมีหน้าที่เก็บทิศโดยตัดขนาดออก จากนั้นคูณความยาวที่ต้องการกลับเข้าไปได้ วิธีนี้ใช้สร้างความเร็วตามทิศที่กำหนดหรือแบ่งเส้นทางตามระยะ การหารด้วยขนาดต้องหารทุกองค์ประกอบด้วยค่าเดียวกัน มิฉะนั้นอัตราส่วนระหว่างองค์ประกอบเปลี่ยนและทิศเปลี่ยน

ตัวอย่าง 5

ให้ u=⟨3,4⟩\mathbf u=\langle3,4\rangle จงหาเวกเตอร์ยาว 1010 หน่วยในทิศตรงข้ามกับ u\mathbf u

  1. ∥u∥=5\|\mathbf u\|=5 จึงได้เวกเตอร์หนึ่งหน่วย ⟨35,45⟩\langle\tfrac35,\tfrac45\rangle
  2. กลับทิศแล้วคูณความยาว 1010 ได้ −10⟨35,45⟩=⟨−6,−8⟩-10\langle\tfrac35,\tfrac45\rangle=\langle-6,-8\rangle
  3. ตรวจขนาด 36+64=10\sqrt{36+64}=10 และเป็นตัวคูณลบของเวกเตอร์เดิม

ตรวจวิธีคิด

เวลาตรวจคำตอบต้องผ่านสองเงื่อนไขคือขนาดตามโจทย์และทิศตามโจทย์ เวกเตอร์ ⟨6,8⟩\langle6,8\rangle ผ่านเงื่อนไขขนาดแต่ไม่ผ่านเงื่อนไขทิศ และเวกเตอร์ศูนย์ใช้เป็นจุดตั้งต้นของวิธีนี้ไม่ได้

โคไซน์แสดงทิศทาง

ทิศของเวกเตอร์ในสามมิติบอกได้ด้วยมุมที่ทำกับแกนบวกทั้งสาม ให้ α\alpha β\beta γ\gamma เป็นมุมที่ u=⟨a,b,c⟩\mathbf u=\langle a,b,c\rangle ทำกับแกน xx แกน yy และแกน zz ตามลำดับ แต่ละมุมอยู่ระหว่าง 00 ถึง 180180 องศา จะได้

cos⁡α=a∥u∥,cos⁡β=b∥u∥,cos⁡γ=c∥u∥\cos\alpha=\frac{a}{\|\mathbf u\|},\quad \cos\beta=\frac{b}{\|\mathbf u\|},\quad \cos\gamma=\frac{c}{\|\mathbf u\|}

เรียกสามค่านี้ว่าโคไซน์แสดงทิศทาง ที่มาคือสามเหลี่ยมมุมฉากที่มี u\mathbf u เป็นด้านตรงข้ามมุมฉากและองค์ประกอบ aa เป็นด้านประชิดมุม α\alpha สังเกตว่าสามค่านี้ก็คือองค์ประกอบของเวกเตอร์หนึ่งหน่วยในทิศ u\mathbf u นั่นเอง จึงได้ cos⁡2α+cos⁡2β+cos⁡2γ=1\cos^2\alpha+\cos^2\beta+\cos^2\gamma=1 เสมอ

ตัวอย่าง 6

หาโคไซน์แสดงทิศทางและมุมที่ u=⟨2,−1,2⟩\mathbf u=\langle2,-1,2\rangle ทำกับแกนทั้งสาม

  1. จากตัวอย่างที่ 4 ขนาดคือ 33 จึงได้ cos⁡α=23\cos\alpha=\tfrac23 cos⁡β=−13\cos\beta=-\tfrac13 cos⁡γ=23\cos\gamma=\tfrac23
  2. ตรวจ 49+19+49=1\tfrac49+\tfrac19+\tfrac49=1 ผ่าน
  3. ใช้ฟังก์ชันผกผันจากบทที่ 39 ได้ α=γ\alpha=\gamma ประมาณ 48.248.2 องศา และ β\beta ประมาณ 109.5109.5 องศา โคไซน์ติดลบทำให้ β\beta เป็นมุมป้าน แปลว่าเวกเตอร์เอียงไปทางแกน yy ลบ

จุดแบ่งส่วนของเส้นตรง

ถ้าจุด PP อยู่บนส่วนของเส้นตรง ABAB และ AP:PB=m:nAP:PB=m:n จุด PP อยู่ห่างจาก AA เป็น mm+n\tfrac{m}{m+n} ของทางทั้งหมด จึงได้ OP→=OA→+mm+nAB→\overrightarrow{OP}=\overrightarrow{OA}+\tfrac{m}{m+n}\overrightarrow{AB} จัดรูปแล้วได้สูตร

OP→=n OA→+m OB→m+n\overrightarrow{OP}=\frac{n\,\overrightarrow{OA}+m\,\overrightarrow{OB}}{m+n}

สังเกตว่า mm ซึ่งอยู่ติด AA ในอัตราส่วนไปคูณ BB เพราะยิ่ง APAP ยาว จุด PP ยิ่งเข้าใกล้ BB กรณี m=nm=n คือจุดกึ่งกลาง ได้ค่าเฉลี่ยของพิกัดเหมือนบทที่ 38

ตัวอย่าง 7

ให้ A=(1,−2,4)A=(1,-2,4) และ B=(7,4,−2)B=(7,4,-2) หาจุด PP บน ABAB ที่ AP:PB=2:1AP:PB=2:1

  1. หาเวกเตอร์ทั้งเส้นก่อน AB→=⟨6,6,−6⟩\overrightarrow{AB}=\langle6,6,-6\rangle
  2. PP อยู่ที่ 22+1=23\tfrac{2}{2+1}=\tfrac23 ของทางจาก AA จึงเดินจาก AA ไป 23⟨6,6,−6⟩=⟨4,4,−4⟩\tfrac23\langle6,6,-6\rangle=\langle4,4,-4\rangle
  3. ได้ P=(1+4, −2+4, 4−4)=(5,2,0)P=(1+4,\ -2+4,\ 4-4)=(5,2,0) ตรวจด้วยสูตร 1⋅(1,−2,4)+2⋅(7,4,−2)3=(15,6,0)3=(5,2,0)\tfrac{1\cdot(1,-2,4)+2\cdot(7,4,-2)}{3}=\tfrac{(15,6,0)}{3}=(5,2,0) ตรงกัน

ลองบวกเวกเตอร์ด้วยองค์ประกอบ

เวกเตอร์แรกคงที่ ปรับเวกเตอร์ที่สองแล้วดูหัวลูกศรผลรวม

ลองตั้งเวกเตอร์ที่สองเป็น ⟨−2,−1⟩\langle-2,-1\rangle ผลบวกจะเป็นศูนย์ เพราะปลายลูกศรกลับสู่จุดเริ่ม แล้วเปลี่ยนเป็น ⟨0,0⟩\langle0,0\rangle เพื่อดูว่าเวกเตอร์ศูนย์ไม่เปลี่ยนผลบวก สังเกตว่าองค์ประกอบของผลบวกคือผลบวกขององค์ประกอบทีละแกนเสมอ

สรุป

  • เวกเตอร์ระหว่างจุดใช้ปลายลบต้นทีละแกน ทั้งในสองมิติและสามมิติ
  • ระยะระหว่างจุดในสามมิติคือ (Δx)2+(Δy)2+(Δz)2\sqrt{(\Delta x)^2+(\Delta y)^2+(\Delta z)^2}
  • ⟨a,b,c⟩=ai+bj+ck\langle a,b,c\rangle=a\mathbf i+b\mathbf j+c\mathbf k
  • เวกเตอร์หนึ่งหน่วยต้องมีขนาดหนึ่งและคงทิศเดิม เวกเตอร์ศูนย์ทำให้เป็นเวกเตอร์หนึ่งหน่วยไม่ได้
  • โคไซน์แสดงทิศทางคือองค์ประกอบของเวกเตอร์หนึ่งหน่วย กำลังสองรวมกันได้ 11
  • จุดที่แบ่ง ABAB ในอัตราส่วน m:nm:n คือ nA+mBm+n\dfrac{nA+mB}{m+n}

ตอนนี้เราบอกทิศของเวกเตอร์เทียบกับแกนได้แล้ว คำถามต่อไปคือเวกเตอร์สองตัวทำมุมกันเท่าไร และตั้งฉากกันหรือไม่ หน้า 41.3 ตอบด้วยการคูณแบบใหม่ที่ได้ผลเป็นจำนวน