descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 40 เมทริกซ์ตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.5 เล่ม 1 บทที่ 2เพิ่มเติม

40.1 เมทริกซ์ การบวก และเมทริกซ์สลับเปลี่ยน

ร้านชานมแห่งหนึ่งมีสองสาขา สาขาหน้าโรงเรียนกับสาขาตลาด ขายเครื่องดื่มสามอย่าง คือ ชานม ชาเขียว และโกโก้ เจ้าของจดยอดขายสัปดาห์แรกเป็นตาราง

สาขาชานมชาเขียวโกโก้
หน้าโรงเรียน453025
ตลาด382240

ถ้าสัปดาห์ที่สองจดแบบเดียวกันอีกตาราง แล้วอยากรู้ยอดรวมสองสัปดาห์ เราจะบวกช่องที่อยู่ตำแหน่งเดียวกันโดยไม่ต้องคิดเลย เพราะตำแหน่งบอกความหมายอยู่แล้ว แถวแรกคือสาขาหน้าโรงเรียน คอลัมน์ที่สามคือโกโก้ เมทริกซ์คือการตัดหัวตารางออกแล้วเก็บแค่ตัวเลขไว้ในตำแหน่งเดิม หน้านี้จะดูว่าอ่านตำแหน่งอย่างไร บวกและคูณด้วยจำนวนอย่างไร และพลิกตารางให้แถวกลายเป็นคอลัมน์อย่างไร

ตารางตัวเลขที่เรียกว่าเมทริกซ์

ตารางยอดขายข้างบนเขียนเป็นเมทริกซ์ได้ว่า

A=[453025382240]A = \begin{bmatrix} 45 & 30 & 25 \\ 38 & 22 & 40 \end{bmatrix}

นิยาม

เมทริกซ์ คือกลุ่มของจำนวนที่เรียงเป็นแถวและคอลัมน์ อยู่ในวงเล็บ เมทริกซ์ที่มี mm แถวและ nn คอลัมน์ เรียกว่ามีมิติ m×nm \times n สมาชิกที่อยู่แถวที่ ii คอลัมน์ที่ jj เขียนแทนด้วย aija_{ij} และเขียนเมทริกซ์ทั้งตัวสั้นๆ ว่า A=[aij]m×nA = [a_{ij}]_{m \times n}

แถวคือแนวนอน คอลัมน์คือแนวตั้ง ทั้งมิติและตัวห้อยอ่านแถวก่อนคอลัมน์เสมอ AA ข้างบนจึงมีมิติ 2×32 \times 3 ไม่ใช่ 3×23 \times 2 และ a12a_{12} คือแถวที่หนึ่งคอลัมน์ที่สอง ไม่ใช่แถวที่สองคอลัมน์ที่หนึ่ง ถ้าจำสลับเมื่อไร ความหมายของข้อมูลจะสลับตามไปด้วย

เมทริกซ์ที่จำนวนแถวเท่ากับจำนวนคอลัมน์ เรียกว่าเมทริกซ์จัตุรัส เช่นมิติ 2×22 \times 2 หรือ 3×33 \times 3 เมทริกซ์ที่สมาชิกทุกตัวเป็นศูนย์เรียกว่าเมทริกซ์ศูนย์ เขียนแทนด้วย 00 เมทริกซ์ที่มีแถวเดียวเรียกว่าเมทริกซ์แถว และที่มีคอลัมน์เดียวเรียกว่าเมทริกซ์คอลัมน์

ตัวอย่าง 1

จากเมทริกซ์ยอดขาย AA ข้างบน หา a12a_{12} a21a_{21} และ a23a_{23} แล้วบอกว่าแต่ละตัวหมายถึงอะไร

  1. a12a_{12} ตัวห้อยแรกคือแถว ดูแถวที่หนึ่ง ตัวห้อยหลังคือคอลัมน์ ดูคอลัมน์ที่สอง ได้ a12=30a_{12} = 30 คือชาเขียวที่สาขาหน้าโรงเรียนขายได้
  2. a21a_{21} ดูแถวที่สองคอลัมน์ที่หนึ่ง ได้ a21=38a_{21} = 38 คือชานมที่สาขาตลาดขายได้ สังเกตว่า a12a_{12} กับ a21a_{21} เป็นคนละตัวกัน
  3. a23a_{23} ดูแถวที่สองคอลัมน์ที่สาม ได้ a23=40a_{23} = 40 คือโกโก้ที่สาขาตลาดขายได้
  4. ไม่มี a31a_{31} เพราะ AA มีแค่สองแถว การถามหาสมาชิกต้องอยู่ในมิติของเมทริกซ์เสมอ

โจทย์บางข้อไม่ได้ให้ตัวเลขมาตรงๆ แต่ให้กฎสร้างสมาชิก เช่น aij=2i−ja_{ij} = 2i - j ก็ต้องแทน ii และ jj ทีละช่อง ตัวอย่าง ถ้า A=[aij]2×3A = [a_{ij}]_{2 \times 3} แถวแรกได้ a11=1a_{11} = 1 a12=0a_{12} = 0 a13=−1a_{13} = -1 แถวที่สองได้ a21=3a_{21} = 3 a22=2a_{22} = 2 a23=1a_{23} = 1

เมทริกซ์ที่เท่ากัน

เมทริกซ์สองตัวเท่ากันเมื่อมีมิติเท่ากัน และสมาชิกที่อยู่ตำแหน่งเดียวกันเท่ากันทุกตำแหน่ง เงื่อนไขนี้ทำให้สมการเมทริกซ์หนึ่งสมการแตกออกเป็นสมการของจำนวนได้หลายสมการ เมทริกซ์ 2×22 \times 2 ที่เท่ากันให้สมการสี่สมการ

ตัวอย่าง 2

หา xx และ yy ที่ทำให้ [x+y31x−y]=[7311]\begin{bmatrix} x + y & 3 \\ 1 & x - y \end{bmatrix} = \begin{bmatrix} 7 & 3 \\ 1 & 1 \end{bmatrix}

  1. มิติเท่ากันคือ 2×22 \times 2 จึงเทียบได้ทีละตำแหน่ง ตำแหน่ง (1,2)(1, 2) และ (2,1)(2, 1) เป็น 3=33 = 3 กับ 1=11 = 1 ซึ่งจริงอยู่แล้ว
  2. ตำแหน่ง (1,1)(1, 1) ให้ x+y=7x + y = 7 และตำแหน่ง (2,2)(2, 2) ให้ x−y=1x - y = 1
  3. บวกสองสมการได้ 2x=82x = 8 จึงได้ x=4x = 4 แทนกลับได้ y=3y = 3
  4. ตรวจ x+y=7x + y = 7 และ x−y=1x - y = 1 ถูกทั้งสองตำแหน่ง

บวก ลบ และคูณด้วยสเกลาร์

กลับไปที่ร้านชานม สัปดาห์ที่สองมียอดขาย B=[502830422535]B = \begin{bmatrix} 50 & 28 & 30 \\ 42 & 25 & 35 \end{bmatrix} เรียงแถวและคอลัมน์ความหมายเดียวกับ AA ยอดรวมสองสัปดาห์จึงได้จากการบวกตำแหน่งตรงกัน ส่วน B−AB - A บอกว่าสัปดาห์ที่สองขายได้มากกว่าหรือน้อยกว่าเดิมเท่าไร

นิยาม

ถ้า A=[aij]A = [a_{ij}] และ B=[bij]B = [b_{ij}] มีมิติ m×nm \times n เท่ากัน A+B=[aij+bij]A + B = [a_{ij} + b_{ij}] และ A−B=[aij−bij]A - B = [a_{ij} - b_{ij}] ส่วน kA=[kaij]kA = [k a_{ij}] เมื่อ kk เป็นจำนวนจริง เรียกว่าการคูณด้วยสเกลาร์

การบวกต้องการมิติเท่ากันเพราะต้องมีช่องคู่กันทุกช่อง ถ้า AA มี 66 ช่องแต่อีกตัวมี 44 ช่อง จะมีช่องที่ไม่มีคู่บวก ส่วนการคูณสเกลาร์ไม่มีเงื่อนไขเรื่องมิติ เพราะคูณทุกช่องด้วยจำนวนเดียวกัน เหมือนร้านตั้งเป้าว่าสัปดาห์หน้าจะขายให้ได้สองเท่าของทุกช่อง

ตัวอย่าง 3

หายอดขายรวมสองสัปดาห์ A+BA + B และการเปลี่ยนแปลง B−AB - A ของร้านชานม แล้วอ่านความหมายของ b23−a23b_{23} - a_{23}

  1. มิติเท่ากันคือ 2×32 \times 3 จึงบวกได้ บวกทีละตำแหน่ง A+B=[955855804775]A + B = \begin{bmatrix} 95 & 58 & 55 \\ 80 & 47 & 75 \end{bmatrix} เช่นช่องแรก 45+50=9545 + 50 = 95
  2. ลบทีละตำแหน่ง ตัวหลังลบตัวหน้า B−A=[5−2543−5]B - A = \begin{bmatrix} 5 & -2 & 5 \\ 4 & 3 & -5 \end{bmatrix}
  3. ช่อง (2,3)(2, 3) ของ B−AB - A คือ 35−40=−535 - 40 = -5 แปลว่าโกโก้ที่สาขาตลาดขายได้น้อยลง 55 แก้ว ค่าติดลบในเมทริกซ์ผลต่างจึงมีความหมาย ไม่ใช่ความผิดพลาด

การบวกเมทริกซ์สืบสมบัติจากการบวกจำนวนจริงทุกช่อง จึงได้สมบัติที่คุ้นเคย เมื่อทุกตัวมีมิติเดียวกัน

สมบัติ

  • สลับที่ A+B=B+AA + B = B + A และเปลี่ยนกลุ่ม (A+B)+C=A+(B+C)(A + B) + C = A + (B + C)
  • เมทริกซ์ศูนย์เป็นเอกลักษณ์การบวก A+0=AA + 0 = A และ A+(−A)=0A + (-A) = 0 เมื่อ −A=(−1)A-A = (-1)A
  • k(A+B)=kA+kBk(A + B) = kA + kB และ (k+l)A=kA+lA(k + l)A = kA + lA และ k(lA)=(kl)Ak(lA) = (kl)A

สมบัติเหล่านี้ทำให้แก้สมการเมทริกซ์ที่มีแต่การบวกและการคูณสเกลาร์ได้เหมือนสมการเชิงเส้นธรรมดา คือย้ายข้างแล้วหารด้วยจำนวน

ตัวอย่าง 4

ให้ A=[2134]A = \begin{bmatrix} 2 & 1 \\ 3 & 4 \end{bmatrix} และ B=[1502]B = \begin{bmatrix} 1 & 5 \\ 0 & 2 \end{bmatrix} หา A+BA + B และ 2A2A แล้วหาเมทริกซ์ XX ที่ทำให้ 2X+A=B2X + A = B

  1. บวกตำแหน่งตรงกัน ได้ A+B=[3636]A + B = \begin{bmatrix} 3 & 6 \\ 3 & 6 \end{bmatrix}
  2. คูณทุกสมาชิกด้วยสอง ได้ 2A=[4268]2A = \begin{bmatrix} 4 & 2 \\ 6 & 8 \end{bmatrix}
  3. สมการ 2X+A=B2X + A = B บวก −A-A ทั้งสองข้างได้ 2X=B−A=[−14−3−2]2X = B - A = \begin{bmatrix} -1 & 4 \\ -3 & -2 \end{bmatrix} ทำได้เพราะ A+(−A)=0A + (-A) = 0
  4. คูณทั้งสองข้างด้วย 12\tfrac{1}{2} ได้ X=[−122−32−1]X = \begin{bmatrix} -\tfrac{1}{2} & 2 \\ -\tfrac{3}{2} & -1 \end{bmatrix} ตรวจโดยแทนกลับ 2X+A2X + A ได้ BB จริง

ลองคิดก่อน

เพื่อนบวก [12]\begin{bmatrix} 1 & 2 \end{bmatrix} กับ [34]\begin{bmatrix} 3 \\ 4 \end{bmatrix} ได้ [46]\begin{bmatrix} 4 & 6 \end{bmatrix} โดยจับตัวแรกคู่ตัวแรก ตัวที่สองคู่ตัวที่สอง ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ตัวแรกมีมิติ 1×21 \times 2 ตัวหลังมีมิติ 2×12 \times 1 มิติไม่เท่ากันจึงบวกกันไม่ได้ แม้จำนวนสมาชิกจะเท่ากันคือสองตัว ตำแหน่งของมันก็ไม่ตรงกัน ตัวเลข 44 อยู่แถวที่สองของเมทริกซ์หลัง ไม่มีช่องแถวที่สองในเมทริกซ์แรกให้จับคู่ การบวกเมทริกซ์ดูที่ตำแหน่ง ไม่ได้ดูว่ามีกี่ตัว

เมทริกซ์สลับเปลี่ยน

ถ้าเจ้าของร้านอยากดูตารางแบบให้แต่ละแถวเป็นเครื่องดื่ม และแต่ละคอลัมน์เป็นสาขา ก็แค่พลิกตาราง แถวแรกเดิมกลายเป็นคอลัมน์แรก แถวที่สองเดิมกลายเป็นคอลัมน์ที่สอง ตารางที่พลิกแล้วมีข้อมูลครบเหมือนเดิม แค่วางคนละแนว

นิยาม

เมทริกซ์สลับเปลี่ยนของ A=[aij]m×nA = [a_{ij}]_{m \times n} เขียนแทนด้วย AtA^t คือเมทริกซ์มิติ n×mn \times m ที่สมาชิกแถวที่ ii คอลัมน์ที่ jj เท่ากับ ajia_{ji} พูดง่ายๆ ว่าเปลี่ยนแถวของ AA ให้เป็นคอลัมน์ตามลำดับ

สมาชิกบนแนวทแยงหลัก คือ a11a_{11} a22a_{22} a33a_{33} ไม่ย้ายที่ เพราะตัวห้อยทั้งสองเท่ากัน ส่วนสมาชิกตัวอื่นสลับฝั่งข้ามแนวทแยงหลัก เหมือนสะท้อนตารางข้ามเส้นทแยงนั้น บางเล่มเขียน ATA^T แทน AtA^t ความหมายเหมือนกัน

ตัวอย่าง 5

หา AtA^t ของเมทริกซ์ยอดขาย A=[453025382240]A = \begin{bmatrix} 45 & 30 & 25 \\ 38 & 22 & 40 \end{bmatrix} และบอกว่าสมาชิกแถวที่สามคอลัมน์ที่สองของ AtA^t หมายถึงอะไร

  1. AA มีมิติ 2×32 \times 3 ดังนั้น AtA^t มีมิติ 3×23 \times 2
  2. แถวที่หนึ่งของ AA คือ 45,30,2545, 30, 25 วางลงเป็นคอลัมน์ที่หนึ่ง แถวที่สองคือ 38,22,4038, 22, 40 วางเป็นคอลัมน์ที่สอง ได้ At=[453830222540]A^t = \begin{bmatrix} 45 & 38 \\ 30 & 22 \\ 25 & 40 \end{bmatrix}
  3. สมาชิกแถวที่สามคอลัมน์ที่สองของ AtA^t เท่ากับ a23=40a_{23} = 40 คือโกโก้ของสาขาตลาด ตอนนี้แต่ละแถวเป็นเครื่องดื่ม แต่ละคอลัมน์เป็นสาขา ข้อมูลเหมือนเดิมทุกตัว

สมบัติของเมทริกซ์สลับเปลี่ยนที่ใช้บ่อยมีสามข้อ พลิกสองครั้งได้ของเดิม (At)t=A(A^t)^t = A พลิกผลบวกได้ผลบวกของที่พลิกแล้ว (A+B)t=At+Bt(A + B)^t = A^t + B^t และ (kA)t=kAt(kA)^t = kA^t ทั้งสามข้อเห็นได้จากการที่การพลิกแค่ย้ายตำแหน่ง ไม่ได้เปลี่ยนค่าของสมาชิก ส่วนการพลิกผลคูณจะดูในหน้า 40.2 ซึ่งลำดับจะกลับกัน

เมทริกซ์จัตุรัสที่พลิกแล้วได้ตัวเดิม คือ At=AA^t = A เรียกว่าเมทริกซ์สมมาตร สมาชิกที่อยู่คู่กันข้ามแนวทแยงหลักต้องเท่ากัน คือ aij=ajia_{ij} = a_{ji} ทุกคู่ ตารางระยะทางระหว่างจังหวัดเป็นตัวอย่างที่เจอจริง เพราะระยะจากสงขลาไปตรังเท่ากับระยะจากตรังไปสงขลา

ตัวอย่าง 6

หา xx ที่ทำให้ S=[1x+22x−13]S = \begin{bmatrix} 1 & x + 2 \\ 2x - 1 & 3 \end{bmatrix} เป็นเมทริกซ์สมมาตร

  1. St=[12x−1x+23]S^t = \begin{bmatrix} 1 & 2x - 1 \\ x + 2 & 3 \end{bmatrix} สมาชิกบนแนวทแยงหลักไม่ย้าย ส่วนสองตัวนอกแนวทแยงสลับกัน
  2. ต้องการ St=SS^t = S แนวทแยงหลักเท่ากันอยู่แล้ว เหลือเงื่อนไข x+2=2x−1x + 2 = 2x - 1
  3. ได้ x=3x = 3 ตรวจ S=[1553]S = \begin{bmatrix} 1 & 5 \\ 5 & 3 \end{bmatrix} สมาชิกนอกแนวทแยงเท่ากันทั้งคู่ จึงสมมาตรจริง

ลองคิดก่อน

AA มีมิติ 2×32 \times 3 เพื่อนบอกว่า A+AtA + A^t หาค่าได้ เพราะทั้งสองตัวสร้างจากตัวเลขชุดเดียวกัน ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก AtA^t มีมิติ 3×23 \times 2 ไม่เท่ากับ 2×32 \times 3 จึงบวกกับ AA ไม่ได้ การพลิกเปลี่ยนมิติด้วย A+AtA + A^t หาค่าได้ก็ต่อเมื่อ AA เป็นเมทริกซ์จัตุรัส และผลที่ได้เป็นเมทริกซ์สมมาตรเสมอ เพราะ (A+At)t=At+A(A + A^t)^t = A^t + A

การบวกยังเป็นแค่การรวมตัวเลขช่องต่อช่อง แต่ถ้าเจ้าของร้านอยากรู้รายรับของแต่ละสาขา ต้องเอาจำนวนแก้วคูณราคาแล้วรวมทั้งแถว การคูณแบบนั้นคือการคูณเมทริกซ์ ซึ่งเป็นเรื่องของหน้าถัดไป

สรุป

  • เมทริกซ์มิติ m×nm \times n มี mm แถว nn คอลัมน์ สมาชิก aija_{ij} อยู่แถว ii คอลัมน์ jj อ่านแถวก่อนเสมอ
  • เมทริกซ์เท่ากันเมื่อมิติเท่ากันและสมาชิกตำแหน่งเดียวกันเท่ากันทุกตำแหน่ง
  • บวกและลบได้เมื่อมิติเท่ากัน ทำทีละตำแหน่ง ส่วน kAkA คูณทุกสมาชิกด้วย kk
  • AtA^t เปลี่ยนแถวเป็นคอลัมน์ มิติกลายเป็น n×mn \times m และ (At)t=A(A^t)^t = A (A+B)t=At+Bt(A + B)^t = A^t + B^t
  • เมทริกซ์สมมาตรคือเมทริกซ์จัตุรัสที่ At=AA^t = A