6.3 สมบัติของการเท่ากัน
ตาชั่งสองแขนข้างหนึ่งมีกล่องปริศนา 3 กล่องกับตุ้มน้ำหนักลูกละ 1 กิโลกรัมอีก 2 ลูก อีกข้างมีตุ้ม 11 ลูก ตาชั่งอยู่นิ่งในแนวนอน กล่องทุกกล่องหนักเท่ากัน ไม่เปิดกล่อง จะรู้ได้ยังไงว่ากล่องหนึ่งหนักเท่าไร
ให้กล่องหนึ่งหนัก กิโลกรัม ตาชั่งสมดุลแปลว่าสองข้างหนักเท่ากัน จึงเขียนได้ว่า
ตาชั่งที่ต้องรักษาสมดุล
ลองเอาตุ้มออกจากตาชั่งข้างล่าง เริ่มจากเอาตุ้มข้างซ้ายออกข้างเดียว ดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหาวิธีเอาของออกจนเหลือกล่องเดียวโดยตาชั่งยังสมดุลอยู่
สิ่งที่น่าจะเห็น
- เอาตุ้มออกข้างเดียว ตาชั่งเอียงทันที สองข้างไม่เท่ากันแล้ว
- เอาตุ้มออกข้างละ 2 ลูกเท่ากัน ตาชั่งยังสมดุล เหลือกล่อง 3 กล่องหนักเท่ากับตุ้ม 9 ลูก
- แบ่งของทั้งสองข้างเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน แล้วเก็บไว้ข้างละส่วนเดียว คือเลื่อนกล่องข้างซ้ายเหลือ 1 และตุ้มข้างขวาเหลือ 3 ตาชั่งก็ยังสมดุล
กล่องหนึ่งจึงหนัก 3 กิโลกรัม ติ๊กช่องเปิดดูน้ำหนักกล่องเพื่อตรวจได้
สมบัติสี่ข้อ
สิ่งที่ทำกับตาชั่งได้โดยไม่เสียสมดุล เขียนเป็นสมบัติของจำนวนได้ดังนี้ เมื่อ และ แทนจำนวนใดๆ
สมบัติของการเท่ากัน
- สมบัติสมมาตร ถ้า แล้ว
- สมบัติถ่ายทอด ถ้า และ แล้ว
- สมบัติการบวก ถ้า แล้ว
- สมบัติการคูณ ถ้า แล้ว
สองข้อแรกฟังดูชัดเจนจนเหมือนไม่ต้องพูด แต่ใช้บ่อย สมบัติสมมาตรทำให้สลับข้างสมการได้ เช่นเขียน ใหม่เป็น ส่วนสมบัติถ่ายทอดทำให้เขียนต่อกันเป็นแถวได้ ถ้าขั้นแรกเท่ากับขั้นที่สอง ขั้นที่สองเท่ากับขั้นที่สาม ขั้นแรกก็เท่ากับขั้นที่สาม
การลบและการหารอยู่ตรงไหน
ไม่ต้องมีสมบัติการลบแยก เพราะการลบ ก็คือการบวกด้วย เช่นลบ ทั้งสองข้าง คือใช้สมบัติการบวกด้วย
การหารด้วย ก็คือการคูณด้วย เช่นหารด้วย ทั้งสองข้าง คือใช้สมบัติการคูณด้วย แต่หารด้วยศูนย์ไม่ได้ จึงต้องมีเงื่อนไขว่า
แก้สมการด้วยสมบัติของการเท่ากัน
การแก้สมการคือการหาคำตอบของสมการ หลักคือใช้สมบัติของการเท่ากันเปลี่ยนสมการให้ง่ายลงทีละขั้น จนเหลือตัวแปรอยู่ตัวเดียวข้างหนึ่ง ทุกขั้นสองข้างยังเท่ากันอยู่ คำตอบจึงไม่เปลี่ยน
ตัวอย่าง 1
แก้สมการ ซึ่งเป็นสมการของตาชั่งข้างบน
- ต้องการให้เหลือแต่พจน์ที่มี ทางซ้าย จึงกำจัด ด้วยการบวก ทั้งสองข้าง (สมบัติการบวก) ได้ หรือ
- ต้องการ ตัวเดียว จึงคูณทั้งสองข้างด้วย (สมบัติการคูณ) ได้ หรือ
- ตรวจ แทน ในสมการเดิม เป็นจริง กล่องหนึ่งหนัก 3 กิโลกรัม ตรงกับตาชั่ง
ตัวอย่าง 2
แก้สมการ
- กำจัด ด้วยการบวก ทั้งสองข้าง (สมบัติการบวก) ได้
- ได้
- ตรวจ เป็นจริง
ตัวอย่าง 3
แก้สมการ
- ถูกหารด้วย อยู่ ต้องทำกลับด้วยการคูณ ทั้งสองข้าง (สมบัติการคูณ) ได้
- ได้
- ตรวจ เป็นจริง
ตัวอย่าง 4
แก้สมการ
- สลับข้างให้ตัวแปรอยู่ทางซ้าย (สมบัติสมมาตร) ได้
- บวก ทั้งสองข้าง (สมบัติการบวก) ได้
- คูณ ทั้งสองข้าง (สมบัติการคูณ) ได้
- ตรวจ ข้างขวาของสมการเดิม เท่ากับข้างซ้าย เป็นจริง
ลำดับในตัวอย่าง 1 และ 4 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ให้กำจัดจำนวนที่บวกหรือลบอยู่ก่อน แล้วค่อยกำจัดจำนวนที่คูณอยู่ เหมือนการแกะห่อของ ห่อทีหลังต้องแกะก่อน ตอนสร้าง เอา ไปคูณ 3 ก่อนแล้วจึงบวก 2 ตอนแก้จึงต้องเอา 2 ออกก่อน
ลองคิดก่อน
เพื่อนแก้สมการ ว่า ลบ ออกจากข้างซ้ายได้ แล้วหารด้วย ได้ ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
ขั้นแรกลบ แค่ข้างซ้ายข้างเดียว ข้างขวายังเป็น อยู่ เหมือนเอาตุ้มออกจากตาชั่งข้างเดียว ตาชั่งจึงเอียง ต้องลบ ทั้งสองข้างได้ ถ้าตรวจคำตอบจะเห็นเองว่าผิด แทน ได้ ไม่เท่ากับ
ลองคิดก่อน
สมบัติการคูณบอกว่าคูณทั้งสองข้างด้วยจำนวนใดก็ได้ ถ้าคูณ ทั้งสองข้างด้วย จะเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ
ได้ ซึ่งเป็นจริงแต่ไม่บอกอะไรเกี่ยวกับ เลย ทุกจำนวนทำให้ จริง ข้อมูลในสมการหายไปหมด การคูณด้วยศูนย์ไม่ผิดกฎ แต่ไม่ช่วยแก้สมการ ที่เราใช้จริงคือคูณด้วยจำนวนที่ไม่ใช่ศูนย์ ซึ่งย้อนกลับได้เสมอ
สรุป
- สมการเหมือนตาชั่งที่สมดุล ทำอะไรกับข้างหนึ่งต้องทำแบบเดียวกันกับอีกข้าง
- สมบัติของการเท่ากันมีสี่ข้อ สมมาตร ถ่ายทอด การบวก การคูณ
- ลบ คือบวก หารด้วย คือคูณ เมื่อ
- กำจัดจำนวนที่บวกลบอยู่ก่อน แล้วจึงกำจัดจำนวนที่คูณอยู่
- ได้คำตอบแล้วแทนในสมการเดิมเพื่อตรวจทุกครั้ง