descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 38 เรขาคณิตวิเคราะห์ตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.4 เล่ม 2 บทที่ 3เพิ่มเติม

38.1 ระยะทางและจุดกึ่งกลาง

แผนที่โรงเรียนแทนอาคารสองหลังด้วยจุดบนตาราง การนับช่องแนวนอนบวกแนวตั้งเป็นระยะเดินตามทางฉาก แต่ระยะตรงต้องใช้พีทาโกรัส

ถ้าโรงอาหารอยู่ที่จุด (1,2)(1, 2) และห้องสมุดอยู่ที่ (7,10)(7, 10) บนแผนที่ที่หนึ่งช่องยาว 1010 เมตร นักเรียนที่เดินตามถนนแนวนอนแล้วเลี้ยวขึ้นแนวตั้งต้องเดิน 6+8=146 + 8 = 14 ช่อง แต่คนที่เดินตัดสนามตรงไปเดินแค่ 1010 ช่อง หน้านี้จะหาระยะตรงแบบนี้จากพิกัดอย่างเดียว โดยไม่ต้องวาดรูปให้ตรงมาตราส่วน และหาจุดที่อยู่ตรงกลางทางพอดี เช่นตำแหน่งตั้งจุดพักระหว่างสองอาคาร

แนวคิดนี้คือหัวใจของเรขาคณิตวิเคราะห์ เราแทนรูปเรขาคณิตด้วยพิกัดและสมการ แล้วใช้พีชคณิตตอบคำถามเรื่องรูป ทั้งบทนี้จะใช้สูตรระยะในหน้านี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตั้งแต่ระยะจากจุดถึงเส้นตรงไปจนถึงวงกลม พาราโบลา วงรี และไฮเพอร์โบลา

จากสามเหลี่ยมมุมฉากสู่สูตร

ในบทที่ 10 เราหาระยะระหว่างจุดสองจุดบนตารางด้วยการวาดสามเหลี่ยมมุมฉาก ตอนนี้ทำแบบเดียวกันแต่ใช้ตัวแปรแทนตัวเลข จะได้สูตรที่ใช้กับจุดคู่ไหนก็ได้

ABMx₂ − x₁y₂ − y₁
ผลต่างของพิกัดเป็นขาของสามเหลี่ยมมุมฉาก ส่วน AB เป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก

ให้จุด A(x1,y1)A(x_1, y_1) กับ B(x2,y2)B(x_2, y_2) ลากเส้นแนวนอนผ่าน AA และเส้นแนวตั้งผ่าน BB มาพบกันที่มุมฉาก ขาแนวนอนยาวเท่ากับผลต่างพิกัด xx คือ x2−x1x_2 - x_1 ขาแนวตั้งยาวเท่ากับผลต่างพิกัด yy คือ y2−y1y_2 - y_1 ทฤษฎีบทพีทาโกรัสจึงให้

AB=(x2−x1)2+(y2−y1)2AB=\sqrt{(x_2-x_1)^2+(y_2-y_1)^2}

ผลต่างอาจติดลบแต่กำลังสองไม่ติดลบ ระยะสุดท้ายเลือกค่ารากบวก การสลับจุดไม่เปลี่ยนระยะ เพราะผลต่างเปลี่ยนเครื่องหมายพร้อมกัน เช่น (5−2)2(5 - 2)^2 กับ (2−5)2(2 - 5)^2 ได้ 99 เท่ากัน จึงไม่ต้องกังวลว่าจุดไหนคือจุดแรก

ทำไมต้องยกกำลังสองก่อนแล้วค่อยถอดราก ไม่บวกผลต่างตรงๆ ผลบวก ∣x2−x1∣+∣y2−y1∣|x_2 - x_1| + |y_2 - y_1| คือระยะเดินตามขาสองข้างของสามเหลี่ยม ซึ่งยาวกว่าด้านตรงข้ามมุมฉากเสมอ ยกเว้นเมื่อจุดสองจุดอยู่บนเส้นแนวนอนหรือแนวตั้งเดียวกัน ขาข้างหนึ่งจะยาวศูนย์ และสองระยะนี้เท่ากันพอดี

ตัวอย่างระยะทาง

ตัวอย่าง 1

หา ABAB และจุดกึ่งกลางเมื่อ A=(−1,2)A=(-1,2) B=(5,10)B=(5,10)

  1. ผลต่างพิกัด xx คือ 5−(−1)=65 - (-1) = 6 ผลต่างพิกัด yy คือ 10−2=810 - 2 = 8 ระวังการลบจำนวนลบ 5−(−1)5 - (-1) เท่ากับ 5+15 + 1 ไม่ใช่ 44
  2. ระยะ 62+82=36+64=100=10\sqrt{6^2+8^2}=\sqrt{36 + 64} = \sqrt{100} = 10 ได้ตัวเลขลงตัวเพราะ 6,8,106, 8, 10 เป็นสามจำนวนพีทาโกรัส
  3. จุดกึ่งกลางเฉลี่ยพิกัดแยกกัน ((−1+5)/2,(2+10)/2)=(2,6)(({-1}+5)/2,(2+10)/2)=(2,6) ที่มาของวิธีนี้อธิบายในหัวข้อถัดไป

ระยะส่วนใหญ่ไม่ลงตัว ให้ตอบในรูปกรณฑ์ที่ทำให้อย่างง่ายแล้ว ตามที่เรียนในบทที่ 11 ถ้าโจทย์เป็นเรื่องจริงที่ต้องใช้ตัวเลข ค่อยประมาณเป็นทศนิยม

ตัวอย่าง 2

บนแผนที่ที่หนึ่งหน่วยยาว 100100 เมตร บ้านอยู่ที่ P(1,−2)P(1, -2) ร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ Q(4,7)Q(4, 7) ระยะตรงจากบ้านถึงร้านกี่เมตร

  1. ผลต่างพิกัด xx คือ 4−1=34 - 1 = 3 ผลต่างพิกัด yy คือ 7−(−2)=97 - (-2) = 9
  2. PQ=32+92=9+81=90PQ = \sqrt{3^2 + 9^2} = \sqrt{9 + 81} = \sqrt{90}
  3. ทำให้อย่างง่าย 90=9×10=310\sqrt{90} = \sqrt{9 \times 10} = 3\sqrt{10} หน่วย ดึงตัวประกอบที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์ออกมาก่อน คำตอบจึงอ่านง่ายขึ้น
  4. แปลงเป็นเมตร 310≈3×3.162=9.493\sqrt{10} \approx 3 \times 3.162 = 9.49 หน่วย คูณ 100100 ได้ประมาณ 949949 เมตร

ลองคิดก่อน

ระยะระหว่าง (0,0)(0,0) กับ (3,4)(3,4) เท่ากับ 3+4=73+4=7 ไหม

ดูคำตอบ

ระยะตรงเท่ากับ 55 จากพีทาโกรัส ส่วน 77 เป็นระยะตามเส้นทางฉากสองช่วง ต้องอ่านว่าถามระยะชนิดใด

จุดกึ่งกลาง

เริ่มจากเส้นจำนวนก่อน จุดกึ่งกลางระหว่าง 22 กับ 88 คือ 55 ซึ่งได้จากเดินจาก 22 ไปครึ่งหนึ่งของระยะ 66 คือ 2+3=52 + 3 = 5 หรือคิดอีกแบบคือค่าเฉลี่ย 2+82=5\tfrac{2 + 8}{2} = 5 สองวิธีให้ค่าเดียวกันเสมอ เพราะ x1+x2−x12=x1+x22x_1 + \tfrac{x_2 - x_1}{2} = \tfrac{x_1 + x_2}{2}

บนระนาบก็ทำแบบเดียวกัน ถ้าเดินจาก AA ไป BB ครึ่งทาง พิกัดแต่ละแกนเพิ่มครึ่งหนึ่งของผลต่าง ในรูปข้างบน เส้นประจาก MM ลงมาแบ่งขาแนวนอนเป็นสองส่วนเท่ากัน เพราะสามเหลี่ยมเล็กคล้ายกับสามเหลี่ยมใหญ่ด้วยอัตราส่วน 1:21 : 2 ตามบทที่ 24 จึงได้

M(x1+x22, y1+y22)M\left(\frac{x_1+x_2}{2},\ \frac{y_1+y_2}{2}\right)

สูตรนี้ใช้ได้กับเส้นเอียง แนวนอน และแนวตั้ง ไม่จำเป็นต้องวาดกราฟตรงมาตราส่วน

ถ้าทราบจุดกึ่งกลางและปลายหนึ่งด้าน สามารถแก้สมการพิกัดหาปลายอีกด้านได้ ตรวจด้วยการเฉลี่ยกลับ และตรวจว่าระยะ AM=MBAM=MB จริง

ตัวอย่าง 3

จุดกึ่งกลางคือ (3,−1)(3,-1) และปลายหนึ่งคือ (1,4)(1,4) หาปลายอีกด้าน

  1. ให้ปลายอีกด้านเป็น (u,v)(u,v) เงื่อนไขจุดกึ่งกลางให้สองสมการแยกกันตามแกน (1+u)/2=3(1+u)/2=3 และ (4+v)/2=−1(4+v)/2=-1
  2. คูณสองทั้งสองข้าง ได้ 1+u=61 + u = 6 และ 4+v=−24 + v = -2 จึงได้ u=5u=5 และ v=−6v=-6 ปลายอีกด้านคือ (5,−6)(5,-6)
  3. มองอีกแบบ จาก (1,4)(1, 4) ไป (3,−1)(3, -1) พิกัด xx เพิ่ม 22 พิกัด yy ลด 55 ปลายอีกด้านต้องห่างจากจุดกึ่งกลางเท่าเดิมในทิศเดิม จึงเป็น (3+2,−1−5)=(5,−6)(3 + 2, -1 - 5) = (5, -6) ตรงกัน
  4. ตรวจด้วยการเฉลี่ยกลับ (1+52,4−62)=(3,−1)\left(\tfrac{1 + 5}{2}, \tfrac{4 - 6}{2}\right) = (3, -1) ถูกต้อง

ลองคิดก่อน

เพื่อนหาจุดกึ่งกลางของ (2,1)(2, 1) กับ (8,5)(8, 5) ได้ (3,2)(3, 2) โดยคิดว่า 8−22=3\tfrac{8 - 2}{2} = 3 และ 5−12=2\tfrac{5 - 1}{2} = 2 ผิดตรงไหน

ดูคำตอบ

เพื่อนเอาผลต่างหารสอง ซึ่งได้ครึ่งหนึ่งของระยะที่ต้องเดิน ไม่ใช่ตำแหน่ง ต้องบวกกับจุดเริ่มต้นด้วย 2+3=52 + 3 = 5 และ 1+2=31 + 2 = 3 หรือใช้สูตรเฉลี่ย (2+82,1+52)=(5,3)\left(\tfrac{2 + 8}{2}, \tfrac{1 + 5}{2}\right) = (5, 3) ตรวจได้ทันทีด้วยการเทียบระยะ จาก (2,1)(2, 1) ไป (3,2)(3, 2) ห่างแค่ 2\sqrt{2} แต่จาก (3,2)(3, 2) ไป (8,5)(8, 5) ห่าง 34\sqrt{34} สองช่วงไม่เท่ากัน จุดนั้นจึงไม่ใช่จุดกึ่งกลาง

หาระยะเมื่อมีตัวแปร

สูตรระยะให้สมการกำลังสองเมื่อพิกัดหนึ่งยังไม่รู้ ต้องหาทุกค่าที่ทำให้ระยะตรงตามกำหนด และตรวจความเป็นไปได้ทางรูปด้วย

ตัวอย่าง 4

จุด P=(x,3)P=(x,3) อยู่ห่างจากจุดกำเนิด 55 หน่วย หา xx

  1. x2+32=5\sqrt{x^2+3^2}=5 ทั้งสองข้างไม่ติดลบ จึงยกกำลังสองได้ x2+9=25x^2+9=25 การยกกำลังสองปลอดภัยเมื่อทั้งสองข้างไม่ติดลบ เพราะจะไม่เกิดคำตอบเกินมา
  2. ได้ x2=16x^2=16 จึงมี x=−4x=-4 หรือ x=4x=4
  3. จุดสองจุดอยู่ซ้ายขวาของแกนตั้งและมีระยะเท่ากัน เพราะทุกจุดที่อยู่ห่างจุดกำเนิด 55 หน่วยเรียงกันเป็นวงกลม และเส้น y=3y = 3 ตัดวงกลมนี้สองจุด

การได้สองคำตอบไม่ได้เป็นความผิดพลาดเสมอ สมมาตรของรูปอธิบายว่าทั้งสองจุดเป็นไปได้ หากโจทย์เพิ่มเงื่อนไขว่าอยู่ขวาของแกนตั้ง จึงค่อยเลือก x=4x=4 เพียงค่าเดียว

โจทย์อีกแบบที่พบบ่อยคือหาจุดที่ห่างจากสองจุดเท่ากัน เช่นหาตำแหน่งตั้งเสาไฟให้ห่างจากบ้านสองหลังเท่ากัน ตั้งสมการระยะเท่ากันแล้วยกกำลังสองทั้งสองข้าง พจน์กำลังสองของตัวแปรจะตัดกันหมด เหลือสมการเชิงเส้นที่แก้ง่าย

ตัวอย่าง 5

ถนนเลียบคลองอยู่บนแกน xx บ้านสองหลังอยู่ที่ A(1,3)A(1, 3) และ B(5,1)B(5, 1) จะตั้งศาลาริมถนนให้ห่างจากบ้านทั้งสองเท่ากัน ศาลาอยู่ที่จุดใด

  1. ศาลาอยู่บนแกน xx จึงมีพิกัด (x,0)(x, 0) ตัวแปรเหลือตัวเดียว
  2. ตั้งเงื่อนไข PA=PBPA = PB แล้วยกกำลังสองทั้งสองข้างเพื่อกำจัดเครื่องหมายราก (x−1)2+32=(x−5)2+12(x - 1)^2 + 3^2 = (x - 5)^2 + 1^2
  3. กระจาย x2−2x+1+9=x2−10x+25+1x^2 - 2x + 1 + 9 = x^2 - 10x + 25 + 1 พจน์ x2x^2 อยู่ทั้งสองข้าง จึงตัดกันได้ เหลือ −2x+10=−10x+26-2x + 10 = -10x + 26
  4. ย้ายข้าง 8x=168x = 16 ได้ x=2x = 2 ศาลาอยู่ที่ (2,0)(2, 0)
  5. ตรวจ PA=1+9=10PA = \sqrt{1 + 9} = \sqrt{10} และ PB=9+1=10PB = \sqrt{9 + 1} = \sqrt{10} เท่ากันจริง

จุดทุกจุดที่ห่างจาก AA และ BB เท่ากันเรียงกันเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่ง คือเส้นแบ่งครึ่งและตั้งฉากกับ ABAB ซึ่งเคยสร้างด้วยวงเวียนในบทที่ 2 ศาลาในตัวอย่างนี้คือจุดที่เส้นนั้นตัดแกน xx หน้าถัดไปจะเขียนสมการของเส้นแบบนี้ได้โดยตรง

ใช้ระยะตรวจชนิดของรูปสามเหลี่ยม

เมื่อรู้ความยาวทุกด้าน ก็บอกได้ว่าสามเหลี่ยมเป็นหน้าจั่วหรือไม่ และใช้บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัสในหน้า 10.3 ตรวจมุมฉากได้ เทียบกำลังสองของด้านตรงๆ จะสะดวกกว่า เพราะไม่ต้องถอดราก

ตัวอย่าง 6

สามเหลี่ยมที่มีจุดยอด A(1,2)A(1, 2) B(4,6)B(4, 6) C(5,−1)C(5, -1) เป็นสามเหลี่ยมชนิดใด

  1. AB2=32+42=25AB^2 = 3^2 + 4^2 = 25 AC2=42+(−3)2=25AC^2 = 4^2 + (-3)^2 = 25 BC2=12+(−7)2=50BC^2 = 1^2 + (-7)^2 = 50
  2. AB=AC=5AB = AC = 5 สองด้านยาวเท่ากัน จึงเป็นสามเหลี่ยมหน้าจั่ว
  3. AB2+AC2=25+25=50=BC2AB^2 + AC^2 = 25 + 25 = 50 = BC^2 ตามบทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส มุมตรงข้ามด้าน BCBC ซึ่งคือมุม AA เป็นมุมฉาก
  4. สรุปว่าเป็นสามเหลี่ยมมุมฉากหน้าจั่ว มุมฉากอยู่ที่ AA

สรุป

  • ใช้ผลต่างพิกัดเป็นขาของสามเหลี่ยมมุมฉาก ได้ AB=(x2−x1)2+(y2−y1)2AB = \sqrt{(x_2 - x_1)^2 + (y_2 - y_1)^2}
  • ระยะไม่ติดลบและไม่เปลี่ยนเมื่อสลับจุด ตอบในรูปกรณฑ์อย่างง่ายถ้าไม่ลงตัว
  • จุดกึ่งกลางเฉลี่ยพิกัดแยกกัน ถ้ารู้จุดกึ่งกลางกับปลายหนึ่ง ให้แก้สมการทีละแกน
  • โจทย์ระยะเท่ากัน ยกกำลังสองทั้งสองข้างแล้วพจน์กำลังสองมักตัดกัน
  • เทียบกำลังสองของด้านเพื่อตรวจสามเหลี่ยมหน้าจั่วและมุมฉาก