descartesclytie0x/descartes-math-platform

22.4 แยกตัวประกอบหลายขั้น

ครูให้แยกตัวประกอบของ 2x3−18x2x^3 - 18x ต้นได้ 2(x3−9x)2(x^3 - 9x) ฝนได้ 2x(x2−9)2x(x^2 - 9) ส่วนบีได้ 2x(x+3)(x−3)2x(x + 3)(x - 3) ทั้งสามคนคูณกลับแล้วได้โจทย์เหมือนกันหมด ใครได้คะแนนเต็ม

คำตอบคือบีคนเดียว ของต้นยังดึง xx ออกได้อีก ของฝนยังแยก x2−9x^2 - 9 ได้อีก โจทย์ในบทนี้ส่วนใหญ่ต้องใช้เครื่องมือมากกว่าหนึ่งชิ้นต่อกัน หน้านี้คือการวางลำดับให้ไม่ตกหล่น

ลำดับการคิด

ลำดับการแยกตัวประกอบ

  1. ดึงตัวร่วมออกก่อนเสมอ ใช้ ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ และตัวแปรที่มีในทุกพจน์
  2. นับพจน์ในวงเล็บที่เหลือ
    • สองพจน์ ดูว่าเป็น A2−B2A^2 - B^2 หรือ A3+B3A^3 + B^3 หรือ A3−B3A^3 - B^3 ส่วน A2+B2A^2 + B^2 แยกไม่ได้
    • สามพจน์ ดูว่าเป็นกำลังสองสมบูรณ์ หรือแบบ ax2+bx+cax^2 + bx + c หรือมองเป็นดีกรีสองได้
    • สี่พจน์ ลองจับกลุ่ม
  3. ตรวจทุกวงเล็บที่ได้ ถ้าวงเล็บไหนแยกต่อได้ กลับไปทำข้อ 2 กับวงเล็บนั้น
  4. ตรวจคำตอบ ด้วยการคูณกลับหรือแทนค่า

ที่ต้องดึงตัวร่วมก่อน เพราะตัวเลขในวงเล็บจะเล็กลง และรูปแบบอย่างกำลังสองหรือกำลังสามจะโผล่ออกมาให้เห็น เช่น 3x3+243x^3 + 24 ไม่มีพจน์ไหนเป็นกำลังสาม แต่ดึง 33 ออกแล้วได้ x3+8x^3 + 8 ทันที

ตัวอย่างที่ใช้สองขั้น

ตัวอย่าง 1

แยกตัวประกอบของ 2x3−18x2x^3 - 18x

  1. ห.ร.ม. ของ 22 กับ 1818 คือ 22 และทั้งสองพจน์มี xx ดึง 2x2x ออกได้ 2x(x2−9)2x(x^2 - 9)
  2. x2−9x^2 - 9 มีสองพจน์ เป็นผลต่างของกำลังสอง ได้ (x+3)(x−3)(x + 3)(x - 3)
  3. 2x2x (x+3)(x + 3) และ (x−3)(x - 3) แยกต่อไม่ได้แล้ว ตอบ 2x(x+3)(x−3)2x(x + 3)(x - 3)

ตัวอย่าง 2

แยกตัวประกอบของ 3x3+243x^3 + 24

  1. ดึง 33 ออกได้ 3(x3+8)3(x^3 + 8)
  2. x3+8=x3+23x^3 + 8 = x^3 + 2^3 เป็นผลบวกของกำลังสาม ได้ (x+2)(x2−2x+4)(x + 2)(x^2 - 2x + 4)
  3. วงเล็บที่สองของกำลังสามแยกต่อไม่ได้ ตอบ 3(x+2)(x2−2x+4)3(x + 2)(x^2 - 2x + 4)

ตัวอย่าง 3

แยกตัวประกอบของ x4−16x^4 - 16

  1. ไม่มีตัวร่วม มีสองพจน์ x4=(x2)2x^4 = (x^2)^2 และ 16=4216 = 4^2 เป็นผลต่างของกำลังสอง ได้ (x2+4)(x2−4)(x^2 + 4)(x^2 - 4)
  2. ตรวจทุกวงเล็บ x2−4x^2 - 4 เป็นผลต่างของกำลังสอง แยกต่อได้ (x+2)(x−2)(x + 2)(x - 2)
  3. x2+4x^2 + 4 เป็นผลบวกของกำลังสอง แยกต่อไม่ได้
  4. ตอบ (x2+4)(x+2)(x−2)(x^2 + 4)(x + 2)(x - 2)

ตัวอย่างที่ใช้สามขั้น

ตัวอย่าง 4

แยกตัวประกอบของ 2x4−10x2+82x^4 - 10x^2 + 8

  1. ดึง 22 ออกได้ 2(x4−5x2+4)2(x^4 - 5x^2 + 4)
  2. ในวงเล็บมีสามพจน์ ให้ A=x2A = x^2 ได้ A2−5A+4=(A−1)(A−4)A^2 - 5A + 4 = (A - 1)(A - 4) จึงได้ 2(x2−1)(x2−4)2(x^2 - 1)(x^2 - 4)
  3. ตรวจทุกวงเล็บ ทั้ง x2−1x^2 - 1 และ x2−4x^2 - 4 เป็นผลต่างของกำลังสอง
  4. ได้ 2(x+1)(x−1)(x+2)(x−2)2(x + 1)(x - 1)(x + 2)(x - 2)
  5. ตรวจด้วย x=3x = 3 โจทย์ได้ 2(81)−10(9)+8=802(81) - 10(9) + 8 = 80 คำตอบได้ 2×4×2×5×1=802 \times 4 \times 2 \times 5 \times 1 = 80

พจน์แรกติดลบ

ถ้าพจน์ที่มีดีกรีสูงสุดติดลบ เช่น −x3+4x2+5x-x^3 + 4x^2 + 5x ให้ดึงตัวร่วมที่ติดลบออก ได้ −x(x2−4x−5)-x(x^2 - 4x - 5) วงเล็บที่เหลือมี x2x^2 เป็นบวก แยกง่ายกว่า ได้ −x(x−5)(x+1)-x(x - 5)(x + 1) ระวังว่าดึงลบออกแล้ว ทุกพจน์ในวงเล็บต้องเปลี่ยนเครื่องหมาย

ลองคิดก่อน

x6−64x^6 - 64 เป็นได้ทั้งผลต่างของกำลังสอง (x3)2−82(x^3)^2 - 8^2 และผลต่างของกำลังสาม (x2)3−43(x^2)^3 - 4^3 ควรเริ่มด้วยสูตรไหน

ดูคำตอบ

เริ่มด้วยผลต่างของกำลังสองง่ายกว่า

  • ใช้กำลังสองก่อน ได้ (x3+8)(x3−8)(x^3 + 8)(x^3 - 8) แล้วใช้สูตรกำลังสามกับทั้งสองวงเล็บ ได้ (x+2)(x2−2x+4)(x−2)(x2+2x+4)(x + 2)(x^2 - 2x + 4)(x - 2)(x^2 + 2x + 4) ครบแล้ว
  • ใช้กำลังสามก่อน ได้ (x2−4)(x4+4x2+16)(x^2 - 4)(x^4 + 4x^2 + 16) แยก x2−4x^2 - 4 ต่อได้ แต่ x4+4x2+16x^4 + 4x^2 + 16 ดูเหมือนแยกไม่ได้ ทั้งที่จริงเท่ากับ (x2+2x+4)(x2−2x+4)(x^2 + 2x + 4)(x^2 - 2x + 4) ซึ่งมองไม่ออกง่ายๆ

เมื่อเลขชี้กำลังเป็นทั้งสองเท่าและสามเท่าของอะไรสักอย่าง ให้ใช้ผลต่างของกำลังสองก่อน

ใช้แยกตัวประกอบตอบโจทย์

ตัวอย่าง 5

กล่องเก็บของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากใบหนึ่งมีปริมาตร x3+6x2+8xx^3 + 6x^2 + 8x ลูกบาศก์เซนติเมตร ด้านที่สั้นที่สุดยาว xx เซนติเมตร และอีกสองด้านยาวกว่า xx เป็นจำนวนเต็มเซนติเมตร ถ้าด้านที่สั้นที่สุดยาว 1010 เซนติเมตร กล่องมีขนาดเท่าไร

  1. ปริมาตรคือกว้าง คูณ ยาว คูณ สูง จึงต้องเขียนปริมาตรเป็นผลคูณของสามวงเล็บ
  2. ดึง xx ออกได้ x(x2+6x+8)x(x^2 + 6x + 8)
  3. หาสองจำนวนที่คูณกันได้ 88 และบวกกันได้ 66 ได้ 22 กับ 44 จึงได้ x(x+2)(x+4)x(x + 2)(x + 4)
  4. ด้านทั้งสามยาว xx x+2x + 2 และ x+4x + 4 เซนติเมตร เมื่อ x=10x = 10 กล่องมีขนาด 10×12×1410 \times 12 \times 14 เซนติเมตร
  5. ตรวจ 103+6(102)+8(10)=168010^3 + 6(10^2) + 8(10) = 1680 และ 10×12×14=168010 \times 12 \times 14 = 1680 ตรงกัน

ตัวอย่าง 6

ให้ nn เป็นจำนวนเต็ม อธิบายว่าทำไม n3−nn^3 - n หารด้วย 66 ลงตัวเสมอ

  1. ดึง nn ออกได้ n(n2−1)n(n^2 - 1) แล้วแยกผลต่างของกำลังสองได้ n(n+1)(n−1)n(n + 1)(n - 1)
  2. เรียงใหม่เป็น (n−1)×n×(n+1)(n - 1) \times n \times (n + 1) คือผลคูณของจำนวนเต็มสามจำนวนที่เรียงติดกัน
  3. จำนวนเต็มสองจำนวนที่ติดกันต้องมีจำนวนคู่หนึ่งตัว และสามจำนวนที่ติดกันต้องมีตัวหนึ่งที่หารด้วย 33 ลงตัว ผลคูณจึงหารด้วย 2×3=62 \times 3 = 6 ลงตัว
  4. ลองดู n=5n = 5 ได้ 125−5=120=4×5×6125 - 5 = 120 = 4 \times 5 \times 6 และ 120÷6=20120 \div 6 = 20

สรุป

  • ดึงตัวร่วมออกก่อนเสมอ ถ้าพจน์แรกติดลบให้ดึงลบออกด้วย
  • นับพจน์ในวงเล็บ สองพจน์ดูผลต่างกำลังสองหรือกำลังสาม สามพจน์ดูกำลังสองสมบูรณ์หรือมองเป็นดีกรีสอง สี่พจน์ลองจับกลุ่ม
  • ได้วงเล็บใหม่เมื่อไร ตรวจว่าแยกต่อได้ไหมทุกครั้ง
  • เลขชี้กำลังเป็นได้ทั้งกำลังสองและกำลังสาม ให้ใช้ผลต่างของกำลังสองก่อน
  • คำตอบที่คูณกลับได้โจทย์ ยังไม่แปลว่าแยกครบ