48.3 แผนภูมิที่ทำให้เข้าใจผิด
ก่อนเลือกตั้งประธานนักเรียน ทีมผู้สมัครคนหนึ่งโพสต์แผนภูมิแท่งจากโพลในโรงเรียน แท่งของตัวเองสูงเกือบสามเท่าของคู่แข่ง พร้อมข้อความว่าชนะขาดลอย ตัวเลขบนแท่งคือ กับ ตัวเลขไม่ผิด แต่ภาพบอกคนละเรื่องกับตัวเลข
ในหน้า 9.4 เราเคยเห็นกลเม็ดพื้นฐานแล้ว คือแกนตั้งไม่เริ่มที่ศูนย์ ช่วงเวลาบนแกนนอนไม่เท่ากัน และรูปภาพที่ขยายทั้งกว้างและสูง หน้านี้ไปต่ออีกสองขั้น ขั้นแรกคือคำนวณให้ได้ว่าภาพบิดความต่างไปกี่เท่า ขั้นที่สองคือจับกลเม็ดที่ไม่ได้อยู่ที่รูป แต่อยู่ที่ฐานและหมวดของข้อมูล
วัดว่าภาพบิดไปกี่เท่า
แผนภูมิแท่งใช้ความยาวแทนค่า ถ้าแกนเริ่มที่ แท่งของค่า ยาวเป็นสัดส่วนกับ แต่ถ้าแกนเริ่มที่ค่า ส่วนที่มองเห็นของแท่งยาวเป็นสัดส่วนกับ เท่านั้น ส่วนล่างถูกตัดทิ้งไป
เทียบอัตราส่วนสองแบบ
ค่าบวกสองค่า น้อยกว่า บนแผนภูมิแท่งที่แกนเริ่มที่ ซึ่ง น้อยกว่า อัตราส่วนในข้อมูลคือ แต่อัตราส่วนความยาวในภาพคือ ภาพซื่อตรงเมื่อสองค่านี้เท่ากัน ซึ่งเกิดเมื่อ
เมื่อ เป็นบวกและเข้าใกล้ ตัวส่วน เล็กลงมาก อัตราส่วนในภาพจึงโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้ทำแผนภูมิจึงทำให้ความต่างเล็กน้อยดูมหาศาลได้ ด้วยการเลือก ให้ชิดค่าที่น้อยกว่า
ตัวอย่าง 1
โพลในโรงเรียนได้ กับ แผนภูมิแกนเริ่มที่ แท่งของ ดูยาวกี่เท่าของแท่ง และค่าจริงต่างกันกี่เท่า
- ส่วนที่มองเห็นของแท่งแรก หน่วย แท่งที่สอง หน่วย อัตราส่วนในภาพ เท่า
- อัตราส่วนในข้อมูล ประมาณ เท่า คือมากกว่ากันไม่ถึงหนึ่งในสิบ
- ภาพจึงขยายความต่างจาก เท่าเป็น เท่า ถ้าโพลมีผู้ตอบไม่กี่ร้อยคน ความต่าง จุดร้อยละอาจเกิดจากการสุ่มตัวอย่างเพียงอย่างเดียว คำว่าชนะขาดลอยจึงเกินหลักฐานมาก
ลองคิดก่อน
ถ้าแกนไม่เริ่มที่ศูนย์ทำให้ภาพบิด กราฟเส้นแสดงอุณหภูมิร่างกายทุกชั่วโมงของผู้ป่วย ซึ่งแกนตั้งเริ่มที่ องศาเซลเซียส ก็ผิดด้วยใช่ไหม
ดูคำตอบ
ไม่จำเป็น กฎแกนเริ่มที่ศูนย์ใช้กับแผนภูมิแท่ง เพราะแท่งใช้ความยาวทั้งแท่งแทนค่า กราฟเส้นใช้ตำแหน่งและความชันบอกการเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครเทียบความสูงของจุดกับพื้นกราฟ อุณหภูมิร่างกายไม่เคยเข้าใกล้ องศา ถ้าบังคับเริ่มที่ศูนย์ ไข้ องศาจะมองไม่เห็น สิ่งที่ต้องมีคือตัวเลขบนแกนที่อ่านชัด และไม่เลือกช่วงแกนเพื่อขยายความต่างที่ไม่สำคัญ
รูปภาพที่ขยายทั้งกว้างและสูง
แผนภูมิรูปภาพบางแบบไม่ได้ใช้รูปเล็กเรียงซ้ำ แต่ใช้รูปเดียวที่ขนาดต่างกัน ปัญหาคือตาของเราอ่านพื้นที่ ไม่ได้อ่านความสูง ถ้าขยายด้านทั้งสองด้วยตัวคูณ พื้นที่จะเพิ่มเป็น เท่า ความต่างในภาพจึงเกินความต่างในข้อมูลเสมอเมื่อ มากกว่า
ลองคิดก่อน
ใช้รูปคนแทนความถี่แล้วขยายทั้งกว้างและสูงเป็นสองเท่าเพื่อแทนจำนวนสองเท่าได้ไหม
ดูคำตอบ
ทำให้พื้นที่รูปเป็นสี่เท่าและชวนให้มองเกินจริง ใช้รูปหน่วยขนาดเท่ากันซ้ำ หรือใช้แท่งความกว้างคงที่ที่ความสูงเป็นสัดส่วนกับข้อมูล
ตัวอย่าง 2
งบประมาณชมรมคอมพิวเตอร์ปีที่แล้ว บาท ปีนี้ บาท ฝ่ายประชาสัมพันธ์วาดถุงเงินรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ปีนี้ให้ด้านยาวเป็น เท่าของปีที่แล้ว ภาพบอกว่างบเพิ่มกี่เท่า และควรขยายด้านกี่เท่าจึงจะซื่อตรง
- งบจริงเพิ่ม เท่า
- ด้านยาวขึ้น เท่าทั้งกว้างและสูง พื้นที่จึงเพิ่ม เท่า ผู้อ่านจะรู้สึกว่างบเพิ่มราวห้าเท่า
- ถ้าต้องการให้พื้นที่เพิ่ม เท่าพอดี ด้านต้องขยาย เท่า เพราะ
- ทางที่ดีกว่าคือไม่ใช้พื้นที่เลย ใช้แท่งกว้างเท่ากันสองแท่งสูง กับ หน่วย หรือใช้ถุงเงินขนาดเท่ากัน ถุงละ บาท ปีที่แล้ว ถุง ปีนี้ ถุง
แผนภูมิวงกลมแบบสามมิติเป็นปัญหาเดียวกันในอีกรูปหนึ่ง เมื่อเอียงวงกลมให้ดูมีความหนา ชิ้นที่อยู่ด้านหน้าจะเห็นทั้งหน้าและขอบ จึงดูใหญ่กว่าชิ้นด้านหลังที่มีขนาดเท่ากัน ชิ้นที่ถูกดึงแยกออกมาก็ดึงสายตาเกินสัดส่วน ภาพสามมิติไม่ได้เพิ่มข้อมูลใดเลย จึงควรใช้วงกลมแบนเสมอ
วงกลมที่รวมกันไม่ได้หนึ่งวง
แผนภูมิวงกลมสัญญาว่าทุกชิ้นรวมกันเป็นทั้งหมด ถ้าข้อมูลมาจากคำถามที่เลือกได้หลายข้อ หรือหมวดทับซ้อนกัน คำสัญญานี้ผิดตั้งแต่ต้น การตรวจทำได้ง่ายมาก คือบวกร้อยละทุกชิ้น
ตัวอย่าง 3
เพจของโรงเรียนลงแผนภูมิวงกลมหัวข้อกิจกรรมที่อยากให้มีในวันกีฬาสี เลือกได้หลายข้อ ชิ้นต่างๆ เขียนว่า ชักเยอ วิ่งผลัด ฟุตบอล เต้นเชียร์ ภาพนี้ผิดตรงไหน และควรนำเสนออย่างไร
- บวกร้อยละทุกชิ้น เกิน เพราะคนหนึ่งเลือกได้หลายกิจกรรม
- ถ้าวาดมุมตามร้อยละจริง ต้องใช้มุมรวม องศา ซึ่งเกินหนึ่งวง ผู้ทำจึงต้องย่อทุกชิ้นลงเพื่อให้ได้ องศา ชิ้นชักเยอจะกินมุมเพียง ประมาณ องศา ซึ่งดูเหมือนราวหนึ่งในสามของนักเรียน ไม่ใช่ ตามที่เขียนไว้
- ควรใช้แผนภูมิแท่ง ร้อยละของผู้ตอบ และเขียนกำกับว่าเลือกได้หลายข้อ ผลรวมจึงเกิน
ฐานที่ไม่ได้บอก
กลเม็ดที่จับยากที่สุดไม่ได้อยู่ในรูปเลย แต่อยู่ที่คำถามว่าร้อยละนั้นคิดจากใคร ร้อยละที่สูงมากจากผู้ตอบไม่กี่คน หรือจากกลุ่มที่เลือกตัวเองเข้ามาตอบ บอกอะไรเกี่ยวกับทั้งโรงเรียนได้น้อยมาก
ตัวอย่าง 4
โรงอาหารประกาศว่า นักเรียน ชอบเมนูใหม่ โดยตั้งกล่องให้ใครอยากตอบก็หยอดบัตรได้ มีบัตร ใบ เขียนว่าชอบ ใบ โรงเรียนมีนักเรียน คน ข้อความนี้บอกอะไรได้แน่ และเกินหลักฐานตรงไหน
- มาจาก ฐานคือผู้หยอดบัตร คน ไม่ใช่นักเรียนทั้งหมด
- ผู้ตอบมีเพียง ประมาณ ของนักเรียน และเป็นคนที่เลือกมาตอบเอง ซึ่งมักเป็นคนที่ชอบหรือไม่ชอบมากเป็นพิเศษ
- ที่รู้แน่คือมีอย่างน้อย คนชอบ คิดเป็น ประมาณ ของนักเรียน ส่วนอีก คนไม่รู้ความเห็นเลย
- ข้อความที่ตรงหลักฐานคือ ในผู้หยอดบัตร คน มี คนชอบเมนูใหม่ การเขียนว่า นักเรียน ชอบ จึงเกินหลักฐานไปมาก
ลองคิดก่อน
โพลเลือกประธานนักเรียนแสดงแผนภูมิวงกลมสองชิ้น ผู้สมัคร ก ผู้สมัคร ข แต่ในเชิงอรรถเขียนว่าตัดผู้ตอบว่ายังไม่ตัดสินใจออกแล้ว ซึ่งมีครึ่งหนึ่งของผู้ตอบ สรุปได้ไหมว่าผู้สมัคร ก ได้เสียงส่วนใหญ่ของผู้ตอบ
ดูคำตอบ
ไม่ได้ คิดจากผู้ที่ตัดสินใจแล้วซึ่งเป็นครึ่งเดียว เมื่อเทียบกับผู้ตอบทั้งหมด ผู้สมัคร ก ได้ หรือ ผู้สมัคร ข ได้ และยังไม่ตัดสินใจ ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจมากกว่าผู้สนับสนุนทั้งสองคน ผลจึงเปลี่ยนได้มาก การตัดหมวดใดหมวดหนึ่งทิ้งต้องบอกในชื่อแผนภูมิ ไม่ใช่ซ่อนในเชิงอรรถ
ตรวจก่อนเชื่อแผนภูมิ
รวมกับรายการในหน้า 9.4 ได้คำถามที่ควรถามทุกครั้งที่เห็นแผนภูมิในข่าวหรือโซเชียล
- ภาพใช้อะไรแทนค่า ความยาว พื้นที่ หรือมุม ถ้าเป็นความยาว แกนต้องเริ่มที่ศูนย์ ถ้าเป็นพื้นที่ ให้ระวังตัวคูณยกกำลังสอง
- ฐานคือใคร ร้อยละคิดจากทั้งหมด จากผู้ตอบ หรือจากกลุ่มย่อย และมีกี่คน
- หมวดครบไหม มีหมวดที่ถูกตัด รวม หรือซ่อนในอื่นๆ หรือไม่ ถ้าเป็นวงกลม ร้อยละรวมได้ หรือไม่
- ข้อความบนภาพตรงกับตัวเลขไหม คำอย่าง ขาดลอย ส่วนใหญ่ เพิ่มขึ้นมาก ต้องตรวจกับตัวเลขจริงทุกครั้ง
สรุป
- แกนแท่งเริ่มที่ ทำให้อัตราส่วนในภาพเป็น แทน
- ขยายรูปทั้งสองด้าน เท่า พื้นที่เพิ่ม เท่า ถ้าจำเป็นต้องใช้พื้นที่ ให้ขยายด้าน เท่า
- วงกลมต้องรวมได้ คำถามเลือกได้หลายข้อใช้แผนภูมิแท่ง
- ร้อยละทุกตัวต้องบอกฐานและจำนวนผู้ตอบ
หน้าสุดท้ายจะดูว่าแม้แผนภูมิจะซื่อตรงทุกอย่าง การอ่านตารางที่รวมหลายกลุ่มก็ยังพาไปสู่ข้อสรุปที่กลับด้านได้