45.2 อนุกรมเลขคณิตและเรขาคณิต
เล่ากันว่าครูคนหนึ่งให้นักเรียนชั้นประถมบวก ถึง เพื่อให้นั่งเงียบไปนาน แต่เด็กชายเกาส์ตอบได้ในไม่กี่นาทีว่า เขาไม่ได้บวกเร็ว แต่จับคู่ กับ ได้ จับ กับ ก็ได้ มีทั้งหมด คู่ จึงได้
ความคิดเดียวกันใช้ได้เมื่ออยากรู้จำนวนที่นั่งทั้งโรงละคร หรือเงินที่ออมได้ทั้งปี หาพจน์สุดท้ายอย่างเดียวไม่พอ ต้องรวมทุกพจน์ การบวกพจน์ของลำดับเรียกว่าอนุกรม ผลรวม พจน์แรกเขียนว่า
จับคู่หัวท้ายแบบเกาส์
เขียนผลรวมของลำดับเลขคณิตสองแบบ แบบแรกเรียงจากหน้าไปหลัง แบบที่สองเรียงจากหลังไปหน้า แล้วบวกกันทีละคอลัมน์
ทุกคอลัมน์รวมกันได้ เพราะตัวบนเพิ่ม เท่ากับที่ตัวล่างลด มีทั้งหมด คอลัมน์ จึงได้ วิธีนี้ไม่ต้องสนว่า เป็นคู่หรือคี่ ต่างจากการจับคู่ในหัวที่ต้องระวังพจน์กลางที่ไม่มีคู่
สมบัติ
เพราะจับพจน์หัวกับท้ายได้ผลรวมเท่ากันทุกคู่
สูตรแรกใช้เมื่อรู้พจน์สุดท้าย สูตรที่สองใช้เมื่อรู้ผลต่างร่วมแต่ยังไม่รู้พจน์สุดท้าย ทั้งสองอ่านได้ว่า จำนวนพจน์คูณค่าเฉลี่ยของพจน์หัวกับพจน์ท้าย
ตัวอย่าง 1
โรงละครมีสิบแถว แถวแรก ที่ เพิ่มแถวละ ที่ รวมกี่ที่นั่ง
- แถวสุดท้ายมี ที่ ตามวิธีในหน้า 45.1
- ใช้สูตรแรกเพราะรู้ทั้งหัวและท้ายแล้ว ที่นั่ง
- ตรวจด้วยสูตรที่สอง ตรงกัน
ออมเงินที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน
ฝากเงินเดือนละเท่ากันเป็นเรื่องง่าย แต่หลายคนเริ่มออมน้อยแล้วค่อยเพิ่มเมื่อได้ค่าขนมมากขึ้น เงินที่ออมแต่ละเดือนจึงเป็นลำดับเลขคณิต และเงินสะสมเป็นอนุกรมเลขคณิต ในหน้านี้ยังไม่คิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยจะเข้ามาในหน้า 45.3
ตัวอย่าง 2
มินออมเงินเดือนแรก บาท และออมเพิ่มขึ้นเดือนละ บาท ครบหนึ่งปีจะมีเงินออมรวมเท่าไร
- เงินออมรายเดือนเป็นลำดับเลขคณิต และ หนึ่งปีมี พจน์
- ยังไม่รู้เดือนสุดท้าย จึงใช้สูตรที่สอง
- ได้ บาท ตรวจด้วยเดือนสุดท้าย บาท ค่าเฉลี่ยหัวท้าย คูณ ได้ ตรงกัน
ตัวอย่าง 3
ถ้ามินออมแบบเดิมต่อไปเรื่อยๆ ต้องออมอย่างน้อยกี่เดือนจึงมีเงินรวมถึง บาท
- ผลรวม เดือนคือ
- ต้องการ หารด้วย ได้ รากบวกของ คือ ประมาณ
- จำนวนเดือนต้องเป็นจำนวนเต็ม ตรวจรอบจุดแบ่ง ยังไม่ถึง และ ถึงแล้ว จึงตอบ เดือน
ที่มาของสูตรอนุกรมเรขาคณิต
การจับคู่หัวท้ายใช้ไม่ได้กับอนุกรมเรขาคณิต เพราะคู่หัวท้ายรวมกันไม่เท่ากัน เช่น กับ ต้องใช้อีกวิธีหนึ่ง คือคูณทั้งอนุกรมด้วย แล้วลบ
พจน์ตั้งแต่ ถึง มีในทั้งสองบรรทัด ลบกันแล้วหายหมด เหลือ ดึง ออกได้
สมบัติ
ถ้า จะได้ ถ้า ทุกพจน์เท่ากันจึงได้
สองรูปนี้เท่ากัน เพราะคูณทั้งเศษและส่วนด้วย นิยมใช้รูปหลังเมื่อ มากกว่าหนึ่ง จะได้ไม่ต้องจัดการเครื่องหมายลบ ส่วนกรณี ต้องแยก เพราะหารด้วย ไม่ได้ ก่อนแทนสูตรให้แยกว่าคำถามต้องการพจน์เดียวหรือผลรวม และนับจำนวนพจน์จากดัชนีจริง
ตัวอย่าง 4
หาผลรวม
- อัตราส่วนคงที่ มีห้าพจน์ และ
- มากกว่าหนึ่ง ใช้รูปหลัง
- ตรวจโดยบวกตรงๆ ตรงกัน
ตัวอย่าง 5
แพรออมวันแรก บาท วันต่อไปออมเป็นสองเท่าของวันก่อน ครบ วันออมได้รวมกี่บาท และวันที่ วันเดียวต้องออมเท่าไร
- เงินแต่ละวันเป็นลำดับเรขาคณิต และ วันที่สิบห้าคือ บาท
- ผลรวมสิบห้าพจน์ บาท
- สังเกตว่าวันสุดท้ายวันเดียวมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด แผนออมแบบนี้จึงทำไม่ได้จริงนาน การคูณโตเร็วกว่าการบวกมาก
ลองคิดก่อน
ห้าพจน์แรกของเรขาคณิตมีพจน์สุดท้ายใช้ แล้วในสูตรผลรวมใช้ ด้วยหรือไม่
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ สูตรผลรวมได้จากการลบกับลำดับที่เลื่อนหนึ่งพจน์จึงมี พจน์สุดท้ายกับสูตรผลรวมใช้เลขชี้กำลังคนละตำแหน่ง
ลองคิดก่อน
เพื่อนหาผลรวม โดยคิดว่ามีสิบพจน์ ได้ ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
เลขชี้กำลังเริ่มที่ เพราะ แล้วไปจบที่ จึงมี พจน์ ผลรวมคือ ตรวจได้ง่ายๆ ว่าคำตอบ ยังน้อยกว่าพจน์สุดท้าย ตัวเดียว จึงผิดแน่นอน
เริ่มนับผลรวมที่พจน์ใด
สูตรผลรวม n พจน์เริ่มที่พจน์แรกของช่วงที่เลือก ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่พจน์แรกของลำดับเดิม ถ้าโจทย์ให้รวมพจน์ที่ห้าถึงสิบสอง จะมีแปดพจน์ เพราะรวมทั้งต้นและปลาย สามารถหาผลรวมสิบสองพจน์ลบสี่พจน์แรก หรือเริ่มอนุกรมใหม่ที่พจน์ห้าได้
ตัวอย่าง 6
ลำดับเลขคณิต หาผลรวมพจน์ที่ ถึง
- และ
- จำนวนพจน์คือ
- ผลรวม
- ตรวจอีกทาง ตรงกัน
ตรวจวิธีคิด
การลบขอบเขตเพียงสิบสองลบห้าให้จำนวนช่องระหว่างพจน์ ไม่ใช่จำนวนพจน์ การเขียนรายการสั้นจากตำแหน่งที่เล็กลงช่วยจับความคลาดหนึ่งพจน์ได้
สรุป
- พจน์ทั่วไปกับผลรวมเป็นคนละปริมาณ
- ผลรวมเลขคณิตใช้ค่าเฉลี่ยหัวท้ายคูณจำนวนพจน์
- ผลรวมเรขาคณิตได้จากการลบ ต้องแยกกรณี เท่ากับหนึ่ง
- จำนวนพจน์จากตำแหน่ง ถึง คือ
เงินฝากที่ได้ดอกเบี้ยทบต้นก็โตด้วยการคูณแบบเดียวกับตัวอย่างที่ 5 หน้าถัดไปจะใช้ลำดับเรขาคณิตอธิบายดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน