42.3 รูปเชิงขั้วและทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์
แอปแต่งรูปมีปุ่มหมุนภาพ 90∘ ทวนเข็มนาฬิกา ถ้าจุดหนึ่งบนภาพอยู่ที่ 3+4i ลองคูณด้วย i ได้ i(3+4i)=3i+4i2=−4+3i จุดใหม่ยังห่างจากจุดกำเนิด 5 หน่วยเท่าเดิม และถ้าวาดดูจะเห็นว่าลูกศรหมุนไปทวนเข็มนาฬิกาหนึ่งมุมฉากพอดี การคูณด้วย i คือการหมุน
ถ้าคูณด้วยจำนวนอื่นล่ะ จะหมุนเท่าไรและยืดเท่าไร คำถามนี้ตอบง่ายมากเมื่อบอกจำนวนเชิงซ้อนด้วยระยะกับมุมแทนส่วนจริงกับส่วนจินตภาพ หน้านี้จะเปลี่ยนจำนวนเชิงซ้อนเป็นรูปนั้น แล้วใช้หาผลคูณ ผลหาร และกำลังสูงๆ ที่ถ้ากระจายตรงๆ จะยาวมาก
ขนาดและอาร์กิวเมนต์
จุด z=a+bi อยู่ห่างจากจุดกำเนิด r=∣z∣ และลูกศรจากจุดกำเนิดไปหา z ทำมุม θ กับแกนจริงด้านบวก วัดทวนเข็มนาฬิกา มุมนี้เรียกว่าอาร์กิวเมนต์ของ z จากนิยามของโคไซน์และไซน์บนวงกลมในหน้า 39.1 จะได้ a=rcosθ และ b=rsinθ
สมบัติ
z=r(cosθ+isinθ) โดย r=∣z∣ และ r>0 ให้ a=rcosθ และ b=rsinθ มุมต่างกันด้วยจำนวนเต็มเท่าของ 2π แทนจุดเดียวกัน
การเปลี่ยนจากรูป a+bi เป็นรูปเชิงขั้วมีสามขั้น หา r=a2+b2 ก่อน แล้วดูเครื่องหมายของ a กับ b เพื่อรู้ว่าจุดอยู่จตุภาคไหน สุดท้ายหามุมอ้างอิงจาก tanα=ab แล้ววางมุมให้ตกในจตุภาคที่ถูก หน้านี้เลือก θ ในช่วง 0≤θ<2π ถ้าโจทย์ถามเป็นองศาก็ใช้ช่วง 0∘ ถึงน้อยกว่า 360∘ จำนวนศูนย์ไม่มีอาร์กิวเมนต์ที่กำหนดเฉพาะ เพราะไม่มีลูกศรให้วัดมุม
ตัวอย่าง 1
เขียน 1+3i ในรูปเชิงขั้ว
- ขนาดคือ 12+(3)2=4=2 ส่วนจริงและส่วนจินตภาพบวกทั้งคู่ จุดอยู่จตุภาคที่หนึ่ง
- หารด้วยขนาดได้ cosθ=21 และ sinθ=23 มุมในจตุภาคที่หนึ่งที่ให้ค่านี้คือ θ=π/3 หรือ 60∘
- ได้ 1+3i=2(cos3π+isin3π)
ลองคิดก่อน
เพื่อนหาอาร์กิวเมนต์ของ −1−i จาก tanθ=−1−1=1 แล้วตอบ θ=4π ถูกไหม
ดูคำตอบ
ไม่ถูก มุม 4π ชี้ไปที่จุด 1+i ในจตุภาคที่หนึ่ง แต่ −1−i มีส่วนจริงและส่วนจินตภาพลบทั้งคู่ จึงอยู่จตุภาคที่สาม แทนเจนต์ของมุมในจตุภาคที่หนึ่งกับที่สามเท่ากัน ค่า tanθ อย่างเดียวจึงแยกสองจุดนี้ไม่ออก มุมที่ถูกคือ π+4π=45π หรือ 225∘ ต้องดูเครื่องหมายส่วนจริงกับส่วนจินตภาพก่อนเลือกมุมทุกครั้ง
ตัวอย่าง 2
เขียน −23+2i ในรูปเชิงขั้ว และบอกอาร์กิวเมนต์เป็นองศา
- ขนาด r=12+4=4
- ส่วนจริงลบ ส่วนจินตภาพบวก จุดจึงอยู่จตุภาคที่สอง
- มุมอ้างอิงจาก tanα=232=31 ได้ α=6π มุมในจตุภาคที่สองคือ θ=π−6π=65π หรือ 150∘
- ได้ −23+2i=4(cos65π+isin65π) ตรวจ 4cos65π=−23 และ 4sin65π=2 ถูกต้อง
คูณคือคูณขนาดแล้วบวกมุม
ให้ z1=r1(cosθ1+isinθ1) และ z2=r2(cosθ2+isinθ2) คูณกันแล้วกระจายวงเล็บ ส่วนจริงได้ cosθ1cosθ2−sinθ1sinθ2 ส่วนจินตภาพได้ sinθ1cosθ2+cosθ1sinθ2 ทั้งสองตัวคือสูตรผลบวกในหน้า 39.4 พอดี จึงได้
z1z2=r1r2(cos(θ1+θ2)+isin(θ1+θ2))
ขนาดของผลคูณคือผลคูณของขนาด ซึ่งตรงกับ ∣z1z2∣=∣z1∣∣z2∣ ในหน้า 42.2 ส่วนมุมของผลคูณคือผลบวกของมุม การคูณด้วย z2 จึงเป็นการยืดด้วย r2 แล้วหมุนด้วยมุม θ2 ตัวอย่างตอนต้นหน้า i=1(cos2π+isin2π) มีขนาด 1 จึงไม่ยืด แต่หมุน 90∘
z1 ยาว 2 ทำมุม 20∘ (ส้ม) z2 ยาว 1.5 ทำมุม 50∘ (เขียว) ผลคูณยาว 3 ทำมุม 70∘ (ม่วง)
ตัวอย่าง 3
ให้ z1=2(cos30∘+isin30∘) และ z2=3(cos60∘+isin60∘) หา z1z2
- ขนาดคูณกัน 2×3=6
- มุมบวกกัน 30∘+60∘=90∘ ได้ z1z2=6(cos90∘+isin90∘)
- cos90∘=0 และ sin90∘=1 จึงได้ z1z2=6i
- ตรวจด้วยรูปพิกัด z1=3+i และ z2=23+233i กระจายแล้วส่วนจริงเป็น 233−233=0 และส่วนจินตภาพเป็น 29+23=6 ตรงกัน แต่ใช้แรงมากกว่า
การหารในรูปเชิงขั้ว
การคูณบวกมุมจึงทำให้การหารลบมุม เพราะต้องย้อนการหมุนของตัวส่วน ขนาดของผลหารเป็นอัตราส่วนขนาด
z2z1=r2r1(cos(θ1−θ2)+isin(θ1−θ2))
เมื่อมุมติดลบสามารถเติมสองพายเพื่อเขียนเป็นมุมบวกที่แทนจุดเดียวกันได้ แต่ไม่ควรเปลี่ยนมุมโดยเติมจำนวนที่ไม่ใช่จำนวนเต็มเท่าของสองพาย
ตัวอย่าง 4
ให้ z1=4(cos(2π/3)+isin(2π/3)) และ z2=2(cos(π/3)+isin(π/3)) หา z1/z2
- ขนาดหารได้ 4/2=2 และมุมลบกันได้ 32π−3π=3π
- ผลหารคือ 2(cos(π/3)+isin(π/3))
- เปลี่ยนเป็นพิกัดได้ 1+3i ตรวจขนาดยังเป็น 2
ทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์
ยกกำลัง n คือคูณตัวเองซ้ำ n ครั้ง ขนาดจึงคูณกัน n ครั้งเป็น rn และมุมบวกกัน n ครั้งเป็น nθ ได้ผลที่เรียกว่าทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์
ทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์
สำหรับจำนวนเต็มบวก n ถ้า z=r(cosθ+isinθ) แล้ว zn=rn(cosnθ+isinnθ)
ถ้าไม่มีทฤษฎีบทนี้ (1+i)8 ต้องกระจายด้วยทวินามแปดชั้น แต่ในรูปเชิงขั้วใช้แค่ยกกำลังขนาดหนึ่งครั้งกับคูณมุมหนึ่งครั้ง
ตัวอย่าง 5
หา (1+i)4 และ (1+i)8
- 1+i มีขนาด 2 อยู่จตุภาคที่หนึ่ง มุม 4π จึงเขียน 1+i=2(cos(π/4)+isin(π/4))
- ยกกำลังสี่ ขนาดเป็น (2)4=4 มุมเป็น 4⋅4π=π ได้ 4(cosπ+isinπ)=−4
- ยกกำลังแปด ขนาดเป็น (2)8=16 มุมเป็น 2π ซึ่งชี้ไปทางเดียวกับมุม 0 ได้ 16(cos2π+isin2π)=16
- ตรวจข้อสองด้วยข้อแรก (1+i)8=((1+i)4)2=(−4)2=16 ตรงกัน
ตัวอย่าง 6
หา (3+i)6
- ขนาด 3+1=2 จุดอยู่จตุภาคที่หนึ่ง cosθ=23 และ sinθ=21 จึงได้มุม 6π
- ใช้ทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์ ขนาดเป็น 26=64 มุมเป็น 6⋅6π=π
- ได้ 64(cosπ+isinπ)=64(−1+0i)=−64
ลองคิดก่อน
เพื่อนตอบ (3+i)6=64 เพราะ ∣3+i∣=2 และ 26=64 ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
เพื่อนหาแค่ขนาดของคำตอบ ซึ่งถูกแล้วว่าเป็น 64 แต่ลืมว่ามุมก็ถูกคูณด้วย 6 ด้วย มุม 6π กลายเป็น π ลูกศรชี้ไปทางแกนจริงด้านลบ คำตอบจึงเป็น −64 ตัวเลขที่ได้จาก rn เป็นแค่ความยาว ต้องคูณกับ cosnθ+isinnθ ทุกครั้ง
ตรวจวิธีคิด
รูปเชิงขั้วมีข้อได้เปรียบเมื่อคูณ หาร หรือยกกำลัง แต่บวกมักสะดวกกว่าในรูปพิกัด อย่าบวกขนาดและบวกมุมเมื่อโจทย์ให้บวกจำนวนเชิงซ้อน
สรุป
- z=r(cosθ+isinθ) โดย r=∣z∣ และมุมต้องสอดคล้องกับจตุภาคของ (a,b)
- ค่า tanθ อย่างเดียวแยกจตุภาคที่หนึ่งกับสามไม่ออก ดูเครื่องหมายของ a และ b เสมอ
- คูณเชิงซ้อนคูณขนาดและบวกมุม หารคือหารขนาดและลบมุม
- ยกกำลังยกขนาดและคูณมุมด้วยเลขชี้กำลัง ตามทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์
ทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์บอกว่ายกกำลังแล้วได้อะไร หน้าถัดไปจะถามย้อนกลับ ถ้ารู้ผลของการยกกำลัง จะหาจำนวนตั้งต้นได้กี่ตัว