descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 1 จำนวนเต็มตรงกับหนังสือ ม.1 เล่ม 1 บทที่ 1

1.4 การคูณและการหารจำนวนเต็ม

ร้านขายขนมหน้าโรงเรียนช่วงปิดเทอมขาดทุนวันละ 150 บาท ติดกัน 4 วัน รวมแล้วขาดทุนเท่าไร

ขาดทุนวันละ 150 บาทเขียนเป็น −150-150 สี่วันคือ (−150)+(−150)+(−150)+(−150)=−600(-150) + (-150) + (-150) + (-150) = -600 เขียนสั้นๆ เป็นการคูณได้ว่า 4×(−150)=−6004 \times (-150) = -600 รวมขาดทุน 600 บาท

จำนวนบวกคูณจำนวนลบ

การคูณจำนวนบวกคือการบวกซ้ำ 3×(−4)3 \times (-4) คือบวก −4-4 สามครั้ง

3×(−4)=(−4)+(−4)+(−4)=−123 \times (-4) = (-4) + (-4) + (-4) = -12

บนเส้นจำนวนคือเริ่มที่ 00 แล้วกระโดดไปทางซ้ายสามครั้ง ครั้งละ 4 ช่อง

ตัวตั้งบอกจำนวนครั้ง ตัวคูณบอกระยะและทิศของแต่ละครั้ง ถ้าตัวตั้งติดลบ เส้นประคือการกระโดดแบบตัวตั้งเป็นบวก และลูกศรสีส้มไปทางตรงข้าม

แล้ว (−4)×3(-4) \times 3 ล่ะ บวก 33 ซ้ำ −4-4 ครั้งฟังดูไม่มีความหมาย แต่การคูณสลับที่ได้ ซึ่งจะเห็นในหน้า 1.5 จึงได้ (−4)×3=3×(−4)=−12(-4) \times 3 = 3 \times (-4) = -12 เหมือนกัน

ลบคูณลบได้บวก

(−3)×(−2)(-3) \times (-2) บวกซ้ำไม่ได้ทั้งสองตัว ลองดูแบบรูปของ (−3)(-3) คูณกับจำนวนที่เล็กลงทีละ 11

การคูณ(−3)×3(-3) \times 3(−3)×2(-3) \times 2(−3)×1(-3) \times 1(−3)×0(-3) \times 0(−3)×(−1)(-3) \times (-1)(−3)×(−2)(-3) \times (-2)
ผลลัพธ์−9-9−6-6−3-300??

ทุกครั้งที่ตัวคูณเล็กลง 11 ผลลัพธ์โตขึ้น 33 ถ้าแบบรูปนี้ต่อไป (−3)×(−1)=3(-3) \times (-1) = 3 และ (−3)×(−2)=6(-3) \times (-2) = 6 ผลคูณของจำนวนลบสองตัวจึงเป็นจำนวนบวก

อีกวิธีคิดคือดูในกราฟข้างบน ตั้งตัวตั้งเป็น −3-3 และตัวคูณเป็น −2-2 เส้นประคือ 3×(−2)=−63 \times (-2) = -6 ไปทางซ้าย ตัวตั้งติดลบทำให้กลับทิศ จึงไปทางขวาถึง 66

หลักการคูณจำนวนเต็ม

นำค่าสัมบูรณ์มาคูณกัน แล้วใส่เครื่องหมายตามนี้

  • เครื่องหมายเหมือนกัน ผลคูณเป็นบวก
  • เครื่องหมายต่างกัน ผลคูณเป็นลบ
  • จำนวนใดคูณกับ 00 ได้ 00

ตัวอย่าง 1

หาผลคูณ (1) (−6)×7(-6) \times 7 (2) (−9)×(−8)(-9) \times (-8) (3) 0×(−15)0 \times (-15) (4) (−2)×5×(−3)×(−1)(-2) \times 5 \times (-3) \times (-1)

  1. เครื่องหมายต่างกัน 6×7=426 \times 7 = 42 ได้ −42-42
  2. เครื่องหมายเหมือนกัน 9×8=729 \times 8 = 72 ได้ 7272
  3. คูณกับ 00 ได้ 00
  4. คูณทีละคู่จากซ้าย (−2)×5=−10(-2) \times 5 = -10 แล้ว (−10)×(−3)=30(-10) \times (-3) = 30 แล้ว 30×(−1)=−3030 \times (-1) = -30

ข้อ (4) มีทางลัด นับจำนวนลบก่อน มี −2-2 −3-3 −1-1 สามตัว ลบคูณลบคู่แรกกลายเป็นบวก เหลือลบอีกหนึ่งตัว ผลจึงเป็นลบ แล้วค่อยคูณค่าสัมบูรณ์ 2×5×3×1=302 \times 5 \times 3 \times 1 = 30 ได้ −30-30

นับจำนวนลบ

ผลคูณที่ไม่มีตัวไหนเป็นศูนย์ ถ้ามีจำนวนลบเป็นจำนวนคู่ ผลเป็นบวก ถ้ามีจำนวนลบเป็นจำนวนคี่ ผลเป็นลบ

ลองคิดก่อน

เพื่อนบอกว่า (−2)×(−3)×(−4)=24(-2) \times (-3) \times (-4) = 24 เพราะลบคูณลบได้บวก เพื่อนพูดถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ลบคูณลบได้บวกใช้กับสองตัว (−2)×(−3)=6(-2) \times (-3) = 6 แต่ยังเหลือ −4-4 อีกตัว 6×(−4)=−246 \times (-4) = -24 มีจำนวนลบสามตัวซึ่งเป็นจำนวนคี่ ผลจึงเป็นลบ

การหาร

การหารคือการถามกลับของการคูณ 20÷4=520 \div 4 = 5 เพราะ 4×5=204 \times 5 = 20 จำนวนลบก็ใช้หลักเดียวกัน

นิยาม

ถ้า b≠0b \neq 0 แล้ว a÷b=ca \div b = c เมื่อ b×c=ab \times c = a

ตัวอย่าง 2

หาผลหาร (1) 20÷(−4)20 \div (-4) (2) (−36)÷(−9)(-36) \div (-9) (3) (−42)÷6(-42) \div 6 (4) 0÷(−8)0 \div (-8)

  1. หาจำนวนที่คูณกับ −4-4 แล้วได้ 2020 คือ −5-5 เพราะ (−4)×(−5)=20(-4) \times (-5) = 20 จึงได้ 20÷(−4)=−520 \div (-4) = -5
  2. (−9)×4=−36(-9) \times 4 = -36 จึงได้ (−36)÷(−9)=4(-36) \div (-9) = 4
  3. 6×(−7)=−426 \times (-7) = -42 จึงได้ (−42)÷6=−7(-42) \div 6 = -7
  4. (−8)×0=0(-8) \times 0 = 0 จึงได้ 0÷(−8)=00 \div (-8) = 0

ผลที่ได้มีเครื่องหมายแบบเดียวกับการคูณทุกข้อ

หลักการหารจำนวนเต็ม

นำค่าสัมบูรณ์มาหารกัน ถ้าตัวตั้งกับตัวหารมีเครื่องหมายเหมือนกัน ผลหารเป็นบวก ถ้าต่างกัน ผลหารเป็นลบ

ในบทนี้เลือกโจทย์ที่หารลงตัวเท่านั้น เช่น (−7)÷2(-7) \div 2 ไม่ได้ผลเป็นจำนวนเต็ม ซึ่งจะเรียนในบทที่ 4

หารด้วยศูนย์ไม่ได้

ลองหา 7÷07 \div 0 ตามนิยาม ต้องหาจำนวน cc ที่ 0×c=70 \times c = 7 แต่ศูนย์คูณอะไรก็ได้ 00 ไม่มีทางได้ 77 จึงไม่มีคำตอบ

แล้ว 0÷00 \div 0 ล่ะ ต้องหา cc ที่ 0×c=00 \times c = 0 คราวนี้ทุกจำนวนใช้ได้หมด เลือกไม่ได้ว่าคำตอบคือตัวไหน จึงไม่นิยามเหมือนกัน

ศูนย์อยู่ข้างบนได้ อยู่ข้างล่างไม่ได้

0÷5=00 \div 5 = 0 หาได้ แต่ 5÷05 \div 0 และ 0÷00 \div 0 หาค่าไม่ได้ ตัวหารต้องไม่เป็นศูนย์เสมอ

ตัวอย่าง 3

น้ำในอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้านลดลงรวม 48 เซนติเมตรในเวลา 6 วัน ถ้าลดลงเท่ากันทุกวัน ระดับน้ำเปลี่ยนไปวันละเท่าไร

  1. ลดลงเป็นการเปลี่ยนแปลงทางลบ เขียนเป็น −48-48 เซนติเมตร
  2. แบ่งเท่ากัน 6 วัน (−48)÷6=−8(-48) \div 6 = -8
  3. ระดับน้ำเปลี่ยนไปวันละ −8-8 เซนติเมตร คือลดลงวันละ 8 เซนติเมตร

คูณหารบวกลบปนกัน

ลำดับการคำนวณยังเหมือนตอนประถม ทำในวงเล็บก่อน แล้วคูณหารจากซ้ายไปขวา แล้วจึงบวกลบจากซ้ายไปขวา

ตัวอย่าง 4

หาค่าของ (1) 18−(−4)×518 - (-4) \times 5 (2) (−24)÷4×(−2)(-24) \div 4 \times (-2)

  1. ข้อ (1) คูณก่อน (−4)×5=−20(-4) \times 5 = -20 ได้ 18−(−20)=18+20=3818 - (-20) = 18 + 20 = 38
  2. ข้อ (2) มีแต่คูณกับหาร ทำจากซ้ายไปขวา (−24)÷4=−6(-24) \div 4 = -6
  3. แล้ว (−6)×(−2)=12(-6) \times (-2) = 12

ข้อ (2) ถ้าคูณ 4×(−2)=−84 \times (-2) = -8 ก่อน แล้วเอา −24-24 ไปหาร จะได้ 33 ซึ่งผิด คูณกับหารมีลำดับเท่ากัน ต้องทำจากซ้ายไปขวาเท่านั้น

สรุป

  • คูณหรือหาร นำค่าสัมบูรณ์มาคำนวณ เครื่องหมายเหมือนกันได้บวก ต่างกันได้ลบ
  • คูณหลายตัว นับจำนวนลบ คู่ได้บวก คี่ได้ลบ
  • a÷b=ca \div b = c เมื่อ b×c=ab \times c = a และตัวหารต้องไม่เป็นศูนย์
  • คูณหารก่อนบวกลบ และคูณหารที่อยู่ติดกันทำจากซ้ายไปขวา