descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 32 เซตตรงกับหนังสือ พื้นฐาน ม.4 บทที่ 1 และเพิ่มเติม ม.4 เล่ม 1 บทที่ 1พื้นฐานเพิ่มเติม

32.1 เซตและการเขียนเซต

ครูต้องแบ่งนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนด้วยรถประจำทางออกจากคนอื่น ถ้าใช้คำว่าเดินทางไกล แต่ไม่บอกว่าไกลเท่าไร แต่ละคนอาจจัดกลุ่มไม่เหมือนกัน คนบ้านห่าง 44 กิโลเมตรอาจคิดว่าตัวเองใกล้ ขณะที่เพื่อนอีกคนคิดว่าไกล ถ้าเปลี่ยนเป็นบ้านห่างจากโรงเรียนเกิน 55 กิโลเมตร ทุกคนจะได้คำตอบเดียวกันว่าใครอยู่ในกลุ่ม การใช้เซตเริ่มจากเงื่อนไขที่ตัดสินได้ชัดเจนแบบนี้

สมาชิกต้องตัดสินได้

เวลาพูดถึงกลุ่มในคณิตศาสตร์ เราต้องตอบคำถามว่า สิ่งนี้อยู่ในกลุ่มหรือไม่ ได้เสมอ และทุกคนต้องตอบตรงกัน ถ้าคำตอบขึ้นกับความรู้สึกของคนตอบ ข้อความอย่าง aa อยู่ในกลุ่ม ก็ไม่ใช่จริงหรือเท็จ แล้วจะใช้เหตุผลต่อไม่ได้

นิยาม

เซตคือกลุ่มของสิ่งต่างๆ ที่ระบุได้แน่นอนว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม สิ่งที่อยู่ในเซตเรียกว่าสมาชิก เขียน a∈Aa\in A เมื่อ aa เป็นสมาชิกของ AA และ a∉Aa\notin A เมื่อไม่เป็นสมาชิก

ลองเทียบสองคู่นี้ นักเรียนที่เก่งคณิตศาสตร์ ไม่เป็นเซต เพราะคำว่าเก่งไม่มีเกณฑ์ แต่ นักเรียนในห้องที่ได้เกรด 44 วิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่แล้ว เป็นเซต เพราะเปิดสมุดคะแนนแล้วตอบได้ทุกคน ในทำนองเดียวกัน จำนวนที่มีค่ามาก ไม่เป็นเซต แต่ จำนวนเต็มที่มากกว่า 100100 เป็นเซต

ลองคิดก่อน

ข้อใดเป็นเซต ก. เพลงที่เพราะที่สุดของปีนี้ ข. ร้านอาหารในซอยหน้าโรงเรียนที่เปิดก่อน 77 โมงเช้า

ดูคำตอบ

ข้อ ข. เป็นเซต เพราะเดินไปดูเวลาเปิดร้านแล้วตัดสินได้ทุกร้าน ส่วนข้อ ก. คำว่าเพราะที่สุดขึ้นกับรสนิยม แต่ละคนเลือกไม่เหมือนกัน จึงไม่เป็นเซต จุดที่ต้องดูไม่ใช่ว่าเรื่องนั้นจริงจังแค่ไหน แต่ดูว่ามีเกณฑ์ให้ตอบว่าอยู่หรือไม่อยู่หรือเปล่า

เขียนสมาชิกในวงเล็บปีกกา

ชื่อเซตมักใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ รายการสมาชิกอยู่ในวงเล็บปีกกา การเขียน A={2,4,6}A=\{2,4,6\} หมายถึงมีสมาชิกสามตัว ลำดับไม่มีผลและการเขียนซ้ำไม่นับเพิ่ม ดังนั้น {6,2,4,2}=A\{6,2,4,2\}=A แต่ {2,4}≠A\{2,4\}\ne A

ทำไมจึงตกลงกันแบบนี้ เพราะเซตสนใจคำถามเดียวคือ อยู่หรือไม่อยู่ เหมือนรายชื่อคนที่มาเข้าค่าย ถ้าเผลอเขียนชื่อเพื่อนคนหนึ่งสองครั้ง คนที่มาก็ยังมีคนเดียว และสลับลำดับรายชื่อก็ยังเป็นคนกลุ่มเดิม ส่วน {2,4}\{2,4\} ขาด 66 ไป คำถามว่า 66 อยู่หรือไม่ จึงได้คำตอบต่างจาก AA

แจกแจงกับบอกเงื่อนไข

เขียนเซตได้สองแบบ แบบแจกแจงสมาชิกเขียนสมาชิกทุกตัวออกมา เหมาะกับเซตที่มีสมาชิกไม่มาก ถ้าสมาชิกเรียงเป็นแบบรูปชัดเจน ใช้จุดสามจุดแทนส่วนที่ละไว้ได้ เช่น {1,2,3,…,100}\{1,2,3,\ldots,100\} หรือ {2,4,6,…}\{2,4,6,\ldots\} ซึ่งไม่มีตัวสุดท้าย

แบบบอกเงื่อนไขเขียน {x∣เงื่อนไขของ x}\{x\mid \text{เงื่อนไขของ }x\} โดยขีดตั้งอ่านว่า โดยที่ เช่น {x∣x เป็นจำนวนคู่บวก}\{x\mid x\text{ เป็นจำนวนคู่บวก}\} อ่านว่า เซตของ xx โดยที่ xx เป็นจำนวนคู่บวก แบบนี้เหมาะกับเซตที่มีสมาชิกมากหรือแจกแจงไม่จบ ต้องระบุด้วยว่า xx มาจากจำนวนชนิดใด เพราะจำนวนเต็มกับจำนวนจริงให้สมาชิกต่างกัน

สัญลักษณ์ของเซตจำนวนที่ใช้บ่อยมีสามตัว N\mathbb N คือเซตของจำนวนนับ Z\mathbb Z คือเซตของจำนวนเต็มที่เรียนในบทที่ 1 และ R\mathbb R คือเซตของจำนวนจริงที่เรียนในบทที่ 11 เขียน x∈Zx\in\mathbb Z ไว้หน้าขีดตั้งเพื่อบอกว่าเลือก xx จากจำนวนเต็มเท่านั้น

ตัวอย่าง 1

ให้ A={x∈Z∣−2<x≤3}A=\{x\in\mathbb Z\mid -2<x\le3\} จงแจกแจงสมาชิกและหา n(A)n(A)

  1. อ่านส่วนหน้าขีดตั้งก่อน x∈Zx\in\mathbb Z บอกว่าผู้สมัครเป็นจำนวนเต็มเท่านั้น จำนวนอย่าง 0.50.5 ถูกตัดตั้งแต่แรก
  2. อ่านเงื่อนไขทีละปลาย เครื่องหมาย << ไม่รวม −2-2 เพราะ −2<−2-2<-2 เป็นเท็จ ส่วน ≤\le รวม 33 เพราะ 3≤33\le3 เป็นจริง เหมือนการอ่านอสมการในบทที่ 21
  3. ไล่จำนวนเต็มจากปลายซ้ายไปขวา ตัวแรกที่มากกว่า −2-2 คือ −1-1 แล้วเพิ่มทีละหนึ่งจนถึง 33 ได้ A={−1,0,1,2,3}A=\{-1,0,1,2,3\}
  4. นับตัวที่ต่างกันได้ n(A)=5n(A)=5 ตรวจซ้ำได้ด้วย 3−(−2)=53-(-2)=5 เพราะตัดปลายซ้ายและเก็บปลายขวาไว้
−3−2−101234ไม่รวมรวม
สมาชิกของ AA คือจำนวนเต็มห้าตัวที่เป็นจุดทึบ ระหว่างจุดไม่มีสมาชิก เพราะเลือกเฉพาะจำนวนเต็ม

ตัวอย่าง 2

ให้ B={1,1,3,5,3}B=\{1,1,3,5,3\} ตัดสินว่า 2∈B2\in B หรือไม่ และหา n(B)n(B)

  1. ตัดรายการซ้ำก่อน เพราะการเขียนซ้ำไม่ได้เพิ่มสมาชิก ได้ B={1,3,5}B=\{1,3,5\}
  2. ไล่ดูทีละตัวว่ามี 22 หรือไม่ ไม่มี จึงเขียน 2∉B2\notin B
  3. นับหลังตัดซ้ำแล้ว ได้ n(B)=3n(B)=3 ถ้านับก่อนตัดซ้ำจะได้ 55 ซึ่งผิด

ตัวอย่าง 3

เขียนเซต {3,6,9,12,15}\{3,6,9,12,15\} แบบบอกเงื่อนไข

  1. หาว่าสมาชิกมีอะไรเหมือนกัน ทุกตัวเป็นพหุคูณของ 33 คือ 3×13\times1 ถึง 3×53\times5
  2. หาว่าอะไรทำให้หยุดที่ 1515 คำตอบคือไม่เกิน 1515 ถ้าไม่ใส่เงื่อนไขนี้ เซตจะมี 18,21,…18,21,\ldots ต่อไปไม่จบ
  3. หาว่าอะไรกันไม่ให้มี 00 หรือจำนวนลบ เลือก xx จากจำนวนนับ ซึ่งเริ่มที่ 11
  4. เขียนได้ {x∈N∣x หารด้วย 3 ลงตัว และ x≤15}\{x\in\mathbb N\mid x\text{ หารด้วย }3\text{ ลงตัว และ }x\le15\} คำตอบเขียนได้หลายแบบ เช่น {3k∣k∈N,k≤5}\{3k\mid k\in\mathbb N, k\le5\} ทุกแบบถูกถ้าแจกแจงแล้วได้ห้าตัวเดิม

ตรวจคำตอบแบบบอกเงื่อนไขทุกครั้งด้วยการแจกแจงกลับ ถ้าได้สมาชิกเกินหรือขาดไปแม้ตัวเดียว แสดงว่าเงื่อนไขยังหลวมหรือแน่นเกินไป

เซตว่างและเซตอนันต์

เซตว่าง ∅\varnothing ไม่มีสมาชิก เกิดขึ้นได้จริงเมื่อไม่มีสิ่งใดผ่านเงื่อนไข เช่น เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 11 เซตว่างต่างจาก {0}\{0\} ซึ่งมีสมาชิกคือศูนย์ และต่างจาก {∅}\{\varnothing\} ซึ่งมีเซตว่างเป็นสมาชิกหนึ่งตัว

นึกภาพเซตเป็นกล่อง ∅\varnothing คือกล่องเปล่า {0}\{0\} คือกล่องที่มีเลขศูนย์อยู่ข้างใน ส่วน {∅}\{\varnothing\} คือกล่องที่มีกล่องเปล่าอยู่ข้างใน เปิดกล่องนี้แล้วเจอของหนึ่งชิ้น แม้ของชิ้นนั้นจะเป็นกล่องเปล่าก็ตาม

0เซตว่างมีศูนย์หนึ่งตัวมีกล่องเปล่าหนึ่งใบ
จากซ้ายไปขวาคือ ∅\varnothing ซึ่งไม่มีสมาชิก เซตที่มีศูนย์เป็นสมาชิก และเซตที่มีเซตว่างเป็นสมาชิก สองใบหลังมีสมาชิกใบละหนึ่งตัว

ลองคิดก่อน

∅\varnothing กับ {∅}\{\varnothing\} เท่ากันหรือไม่

ดูคำตอบ

ไม่เท่ากัน เซตแรกไม่มีสมาชิก ส่วนเซตหลังมีสมาชิกหนึ่งตัว การใส่วงเล็บปีกกาสร้างเซตใหม่ ไม่ได้ทำให้ของข้างในหายไป จึงได้ n(∅)=0n(\varnothing)=0 แต่ n({∅})=1n(\{\varnothing\})=1

จำนวนสมาชิกของเซต AA เขียน n(A)n(A) ใช้กับเซตที่นับสมาชิกได้จบ ซึ่งเรียกว่าเซตจำกัด เซตว่างก็เป็นเซตจำกัดที่ n(∅)=0n(\varnothing)=0 ส่วนเซตที่นับเท่าไรก็ไม่จบ เช่น Z\mathbb Z หรือ {2,4,6,…}\{2,4,6,\ldots\} เรียกว่าเซตอนันต์

ตัวอย่าง 4

ให้ E={x∈Z∣x2<10}E=\{x\in\mathbb Z\mid x^2<10\} และ F={x∈N∣x<1}F=\{x\in\mathbb N\mid x<1\} จงแจกแจงสมาชิกและหาจำนวนสมาชิกของแต่ละเซต

  1. สำหรับ EE ลองจำนวนเต็มบวกก่อน 12=11^2=1 22=42^2=4 32=93^2=9 น้อยกว่า 1010 ทั้งหมด แต่ 42=164^2=16 เกินแล้ว ตัวที่ใหญ่กว่า 44 ยิ่งเกิน จึงหยุดที่ 33
  2. จำนวนลบยกกำลังสองได้ค่าบวกเท่ากับจำนวนบวกที่ตรงกัน เช่น (−3)2=9(-3)^2=9 จึงได้ −1,−2,−3-1,-2,-3 ด้วย และ 02=00^2=0 ก็ผ่าน
  3. ได้ E={−3,−2,−1,0,1,2,3}E=\{-3,-2,-1,0,1,2,3\} และ n(E)=7n(E)=7
  4. สำหรับ FF จำนวนนับเริ่มที่ 11 ไม่มีจำนวนนับใดน้อยกว่า 11 จึงได้ F=∅F=\varnothing และ n(F)=0n(F)=0 เงื่อนไขนี้ไม่ได้เขียนผิด แค่ไม่มีใครผ่าน

ลองคิดก่อน

เพื่อนตอบว่า E={0,1,2,3}E=\{0,1,2,3\} เพื่อนพลาดตรงไหน

ดูคำตอบ

เพื่อนลองแต่จำนวนที่ไม่ติดลบ ทั้งที่หน้าขีดตั้งเขียน x∈Zx\in\mathbb Z ซึ่งรวมจำนวนลบ เงื่อนไขที่มีกำลังสองต้องลองฝั่งลบด้วยเสมอ เพราะ (−x)2=x2(-x)^2=x^2

ตรวจขอบเขตของเงื่อนไข

คำว่า จำนวนระหว่างสองค่า ยังไม่พอถ้าไม่รู้ว่ารวมปลายหรือไม่และเป็นจำนวนชนิดใด ลองเทียบสองเงื่อนไขที่ดูใกล้กันก่อนนับสมาชิก

ตัวอย่าง 5

ให้ C={x∈Z∣1<x<4}C=\{x\in\mathbb Z\mid 1<x<4\} และ D={x∈R∣1<x<4}D=\{x\in\mathbb R\mid 1<x<4\} สองเซตนี้เท่ากันหรือไม่

  1. CC เลือกเฉพาะจำนวนเต็มที่อยู่ระหว่าง 11 กับ 44 โดยไม่รวมปลาย จึงมีเพียง 2,32,3
  2. DD เลือกจากจำนวนจริง จึงมี 2,32,3 ด้วย แต่ยังมี 1.51.5 และ 2.12.1 และจำนวนจริงอื่นในช่วงนี้อีกนับไม่ถ้วน
  3. เซตสองเซตเท่ากันเมื่อมีสมาชิกเหมือนกันทุกตัว แต่ 1.5∈D1.5\in D และ 1.5∉C1.5\notin C จึงไม่เท่ากัน แม้อสมการเหมือนกัน เพราะชนิดของสมาชิกต่างกัน
  4. สังเกตเพิ่มว่า CC เป็นเซตจำกัด n(C)=2n(C)=2 ส่วน DD เป็นเซตอนันต์

ในการเขียนแบบบอกเงื่อนไขจึงต้องตรวจสองชั้น คือสมาชิกมาจากที่ใดและผ่านเงื่อนไขใด ถ้าละชนิดจำนวนไว้ อาจเปลี่ยนเซตจำกัดให้เป็นเซตอนันต์โดยไม่ตั้งใจ

หน้าถัดไปจะเทียบเซตสองเซตว่าเซตหนึ่งอยู่ในอีกเซตทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งต้องใช้ความแม่นเรื่องสมาชิกจากหน้านี้ทุกข้อ

สรุป

  • เซตต้องมีเกณฑ์ตัดสินได้แน่นอนว่าสิ่งใดเป็นสมาชิก
  • ลำดับและรายการซ้ำไม่เปลี่ยนเซต นับ n(A)n(A) หลังตัดซ้ำแล้ว
  • แบบบอกเงื่อนไขต้องระบุชนิดของสมาชิก และตรวจด้วยการแจกแจงกลับ
  • เซตว่างมีสมาชิกศูนย์ตัว ต่างจาก {0}\{0\} และ {∅}\{\varnothing\}
  • เซตจำกัดนับสมาชิกได้จบ เซตอนันต์นับไม่จบ