descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 42 จำนวนเชิงซ้อนตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.5 เล่ม 2 บทที่ 1เพิ่มเติม

42.4 รากที่ n ของจำนวนเชิงซ้อน

ถ้าถามว่าจำนวนใดยกกำลังสามได้ 88 เกือบทุกคนตอบ 22 ทันที แต่ลองกระจาย (−1+3i)3(-1 + \sqrt{3}i)^3 ดู จะได้ 88 เหมือนกัน สมการ z3=8z^3 = 8 จึงมีคำตอบมากกว่าหนึ่งตัว คำตอบที่ซ่อนอยู่ไม่ได้อยู่บนแกนจริง คนที่หาแค่ในจำนวนจริงจึงมองไม่เห็น

จำนวนหนึ่งมักมีรากหลายตัว เมื่อยกกำลัง มุมที่ต่างกันอาจหมุนมาทับกัน การหารากจึงต้องย้อนกลับให้ครบทุกทิศ ไม่หยุดที่รากจริงตัวเดียว หน้านี้จะย้อนทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์จากหน้า 42.3 เพื่อหารากทั้งหมด แล้วดูว่ารากเหล่านั้นเรียงตัวบนระนาบเป็นรูปที่สวยงามเสมอ

ย้อนทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์

ต้องการแก้ zn=wz^n = w เมื่อ w=r(cos⁡θ+isin⁡θ)w = r(\cos\theta + i\sin\theta) ไม่เป็นศูนย์ ให้คำตอบมีรูป z=s(cos⁡φ+isin⁡φ)z = s(\cos\varphi + i\sin\varphi) ทฤษฎีบทเดอมัวฟวร์ให้ zn=sn(cos⁡nφ+isin⁡nφ)z^n = s^n(\cos n\varphi + i\sin n\varphi) ต้องเท่ากับ ww จึงเทียบได้สองเรื่อง

ขนาดต้องเท่ากัน sn=rs^n = r และ ss เป็นจำนวนจริงบวก จึงได้ s=r1/ns = r^{1/n} ค่าเดียว ส่วนมุมไม่จำเป็นต้องเท่ากันเป๊ะ เพราะมุมที่ต่างกันเป็นจำนวนเต็มเท่าของ 2π2\pi ชี้ไปทางเดียวกัน จึงได้ nφ=θ+2kπn\varphi = \theta + 2k\pi เมื่อ kk เป็นจำนวนเต็ม หารด้วย nn ได้ φ=θ+2kπn\varphi = \dfrac{\theta + 2k\pi}{n} ตรงนี้คือที่มาของรากหลายตัว รอบเต็มที่เติมเข้าไปก่อนหาร เมื่อหารด้วย nn แล้วกลายเป็นมุมที่ไม่ใช่รอบเต็มอีกต่อไป จึงได้จุดใหม่

สมบัติ

ถ้า w=r(cos⁡θ+isin⁡θ)≠0w=r(\cos\theta+i\sin\theta)\ne0 รากที่ nn คือ r1/n(cos⁡θ+2kπn+isin⁡θ+2kπn)r^{1/n}(\cos\frac{\theta+2k\pi}{n}+i\sin\frac{\theta+2k\pi}{n}) เมื่อ k=0,1,…,n−1k=0,1,\ldots,n-1

รากอยู่บนวงกลมรัศมี r1/nr^{1/n} และห่างกันมุม 2π/n2\pi/n การเติมรอบเต็มก่อนหารด้วย nn คือเหตุผลที่ได้หลายราก ถ้าใส่ k=nk=n จะย้อนมาซ้ำตัวแรก เพราะมุมเพิ่มขึ้น 2nπn=2π\tfrac{2n\pi}{n} = 2\pi พอดี จำนวนไม่เป็นศูนย์ทุกตัวจึงมีรากที่ nn ต่างกันพอดี nn ตัว

ตัวอย่าง 1

หารากที่สองของ −9-9

  1. −9-9 อยู่บนแกนจริงด้านลบ ขนาด 99 มุม π\pi เขียน −9=9(cos⁡π+isin⁡π)-9=9(\cos\pi+i\sin\pi)
  2. รากมีขนาด 9=3\sqrt{9} = 3 มุมคือ π+2kπ2\dfrac{\pi + 2k\pi}{2} เมื่อ k=0,1k = 0, 1 ได้ π/2\pi/2 และ 3π/23\pi/2
  3. มุม π/2\pi/2 ชี้ขึ้น มุม 3π/23\pi/2 ชี้ลง ได้ 3i3i และ −3i-3i ตรงกับที่หน้า 42.1 เขียน −9=3i\sqrt{-9} = 3i ซึ่งเป็นแค่หนึ่งในสองราก

ตัวอย่าง 2

หารากที่สามของ 88

  1. 8=8(cos⁡0+isin⁡0)8 = 8(\cos 0 + i\sin 0) ขนาดของรากเป็น 83=2\sqrt[3]{8} = 2
  2. มุมคือ 0+2kπ3\dfrac{0 + 2k\pi}{3} เมื่อ k=0,1,2k = 0, 1, 2 ได้ 0,2π/3,4π/30, 2\pi/3, 4\pi/3
  3. แปลงกลับ 2(cos⁡2π3+isin⁡2π3)=2(−12+32i)=−1+3i2(\cos\tfrac{2\pi}{3} + i\sin\tfrac{2\pi}{3}) = 2\left(-\tfrac{1}{2} + \tfrac{\sqrt{3}}{2}i\right) = -1 + \sqrt{3}i และมุม 4π3\tfrac{4\pi}{3} ให้สังยุคของมัน
  4. ได้ 2,−1+3i,−1−3i2,-1+\sqrt3i,-1-\sqrt3i ทุกรากยกกำลังสามได้ 88 รวมถึงตัวที่ตอนต้นหน้าบอกว่าซ่อนอยู่

ตัวอย่าง 3

หารากที่สามทั้งหมดของ 8i8i

  1. 8i8i อยู่บนแกนจินตภาพด้านบวก ขนาด 88 มุม π2\tfrac{\pi}{2} เขียน 8i=8(cos⁡π2+isin⁡π2)8i = 8\left(\cos\tfrac{\pi}{2} + i\sin\tfrac{\pi}{2}\right)
  2. ขนาดของรากเป็น 83=2\sqrt[3]{8} = 2 มุมคือ π/2+2kπ3\dfrac{\pi/2 + 2k\pi}{3} เมื่อ k=0,1,2k = 0, 1, 2
  3. k=0k = 0 ได้ π6\tfrac{\pi}{6} จากนั้นเพิ่มทีละ 2π3\tfrac{2\pi}{3} ได้ 5π6\tfrac{5\pi}{6} และ 3π2\tfrac{3\pi}{2}
  4. แปลงกลับ 2(32+12i)=3+i2\left(\tfrac{\sqrt{3}}{2} + \tfrac{1}{2}i\right) = \sqrt{3} + i และ 2(−32+12i)=−3+i2\left(-\tfrac{\sqrt{3}}{2} + \tfrac{1}{2}i\right) = -\sqrt{3} + i และ 2(0−i)=−2i2(0 - i) = -2i
  5. ตรวจตัวสุดท้าย (−2i)3=−8i3=−8(−i)=8i(-2i)^3 = -8i^3 = -8(-i) = 8i ถูกต้อง

ลองคิดก่อน

เพื่อนบอกว่ารากที่สามของ 8i8i ตัวหนึ่งคือ 2i2i เพราะ 83=2\sqrt[3]{8} = 2 แล้วติด ii ไว้เหมือนเดิม ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก ยกกำลังสามตรวจดู (2i)3=8i3=−8i(2i)^3 = 8i^3 = -8i ไม่ใช่ 8i8i การดึง ii ออกมาแบบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะ i3≠ii^3 \ne i มุมของ 2i2i คือ π2\tfrac{\pi}{2} พอคูณสามได้ 3π2\tfrac{3\pi}{2} ชี้ลง ต้องหารมุมของ 8i8i ด้วยสาม ไม่ใช่คงมุมไว้ จึงได้รากแรกที่มุม π6\tfrac{\pi}{6} ตามตัวอย่าง 3

ตัวอย่าง 4

หารากที่สี่ทั้งหมดของ −16-16

  1. −16=16(cos⁡π+isin⁡π)-16 = 16(\cos\pi + i\sin\pi) ขนาดของรากเป็น 164=2\sqrt[4]{16} = 2
  2. มุมคือ π+2kπ4\dfrac{\pi + 2k\pi}{4} เมื่อ k=0,1,2,3k = 0, 1, 2, 3 ได้ π4,3π4,5π4,7π4\tfrac{\pi}{4}, \tfrac{3\pi}{4}, \tfrac{5\pi}{4}, \tfrac{7\pi}{4} ห่างกันทีละ π2\tfrac{\pi}{2}
  3. ทุกมุมมี ∣cos⁡∣|\cos| และ ∣sin⁡∣|\sin| เท่ากับ 22\tfrac{\sqrt{2}}{2} คูณด้วย 22 ได้ 2\sqrt{2} เครื่องหมายเปลี่ยนตามจตุภาค
  4. รากทั้งสี่คือ 2+2i\sqrt{2} + \sqrt{2}i และ −2+2i-\sqrt{2} + \sqrt{2}i และ −2−2i-\sqrt{2} - \sqrt{2}i และ 2−2i\sqrt{2} - \sqrt{2}i ไม่มีรากจริงเลย สอดคล้องกับที่ไม่มีจำนวนจริงใดยกกำลังสี่แล้วติดลบ

รากเรียงเป็นรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่า

รากทุกตัวมีขนาดเท่ากัน จึงอยู่บนวงกลมเดียวกัน และมุมห่างกันทีละ 2πn\tfrac{2\pi}{n} เท่ากันหมด จุดทั้ง nn จุดจึงแบ่งวงกลมเป็น nn ส่วนเท่ากัน ลากเส้นเชื่อมแล้วได้รูป nn เหลี่ยมด้านเท่ามุมเท่าเสมอ รากที่สามเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า รากที่สี่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตัวอย่าง 4 เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มุมอยู่บนเส้นทแยง y=xy = x และ y=−xy = -x

เริ่มที่ w=8iw = 8i และ n=3n = 3 ตรงกับตัวอย่าง 3 ลองเพิ่ม nn แล้วดูว่ารัศมีกับระยะห่างของมุมเปลี่ยนอย่างไร แล้วลองหมุนมุมของ ww รูปหลายเหลี่ยมหมุนตามช้ากว่า ww กี่เท่า

ข้อสังเกตจากกราฟ เมื่อ nn มากขึ้นรัศมี r1/nr^{1/n} เข้าใกล้ 11 เสมอ ไม่ว่า ∣w∣|w| เป็นเท่าไร และเมื่อมุมของ ww เพิ่มขึ้น Δ\Delta รากแรกหมุนเพิ่มแค่ Δn\tfrac{\Delta}{n} เพราะมุมถูกหารด้วย nn

ลองคิดก่อน

ใช้สูตรรากด้วย k=0,1,2,3k=0,1,2,3 เมื่อ n=3n=3 จะได้สี่คำตอบหรือไม่

ดูคำตอบ

ได้เพียงสามคำตอบที่ต่างกัน เพราะตัวที่ k=3k=3 มีมุมมากกว่าตัวแรกหนึ่งรอบพอดีและเป็นจุดเดียวกัน ในกราฟข้างบนจะเห็นว่าสามเหลี่ยมมีแค่สามมุม ใส่ kk เพิ่มก็วนทับมุมเดิม

รากของหนึ่ง

รากของหนึ่งแสดงโครงสร้างที่เห็นง่าย ทุกจุดอยู่บนวงกลมหนึ่งหน่วยและเว้นมุมเท่ากัน หนึ่งในนั้นคือ 11 เองเสมอ จุดที่อยู่ตรงข้ามอาจจับคู่หักล้างกัน เมื่อทราบรากหนึ่งแล้ว การหมุนเพิ่มสองพายหารด้วย n จะพาไปหารากถัดไป การตรวจว่าครบทุกตัวต้องนับจุดต่างกันให้ครบ n ไม่ใช่นับจำนวนครั้งที่เขียนสูตร

ตัวอย่าง 5

หารากที่สี่ทั้งหมดของ 11

  1. 1=1(cos⁡0+isin⁡0)1 = 1(\cos 0 + i\sin 0) ขนาดเป็น 11 มุมคือ 2kπ4\tfrac{2k\pi}{4} ได้ 0,π/2,π,3π/20,\pi/2,\pi,3\pi/2
  2. รากคือ 1,i,−1,−i1,i,-1,-i ทุกตัวมีกำลังสี่เท่ากับหนึ่ง ตรงกับที่กำลังของ ii วนทุกสี่ขั้นในหน้า 42.1
  3. ผลรวมรากเท่ากับศูนย์เพราะจับคู่ 11 กับ −1-1 และ ii กับ −i-i ที่อยู่ตรงข้ามกันบนวงกลม

ตรวจวิธีคิด

เครื่องหมายรากที่สองหลักกับคำว่าหารากทั้งหมดไม่เหมือนกัน เช่นรากที่สองหลักของเก้าคือสาม แต่สมการยกกำลังสองเท่ากับเก้ามีคำตอบทั้งสามกับลบสาม ให้ดูว่าคำถามต้องการค่าหลักหรือชุดราก

สรุป

  • แก้ zn=wz^n = w โดยเทียบขนาด sn=rs^n = r และมุม nφ=θ+2kπn\varphi = \theta + 2k\pi
  • จำนวนไม่เป็นศูนย์มีรากที่ n ต่างกัน n ตัว ใช้ k=0,1,…,n−1k = 0, 1, \ldots, n - 1
  • เติมมุมรอบเต็มก่อนหาร ห้ามคงมุมเดิมไว้แล้วถอดรากแค่ขนาด
  • รากทั้งหมดอยู่บนวงกลมรัศมี r1/nr^{1/n} ห่างกันทีละ 2πn\tfrac{2\pi}{n} เป็นรูป nn เหลี่ยมด้านเท่า
  • ตรวจด้วยการยกกำลังกลับและตรวจว่าไม่ซ้ำ

สมการ zn=wz^n = w เป็นพหุนามแบบที่ง่ายที่สุด หน้าถัดไปจะดูพหุนามทั่วไปที่มีสัมประสิทธิ์จริง แล้วจะเห็นว่ารากที่ไม่จริงมาเป็นคู่เสมอ