23.2 การทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์
ลองแก้ x2+4x−1=0 ด้วยวิธีของหน้าที่แล้ว ต้องหาสองจำนวนเต็มที่คูณกันได้ −1 และบวกกันได้ 4 จำนวนเต็มที่คูณกันได้ −1 มีแค่ 1 กับ −1 ซึ่งบวกกันได้ 0 จึงแยกตัวประกอบด้วยจำนวนเต็มไม่ได้ แต่สมการนี้มีคำตอบจริงๆ หน้านี้จะหาคำตอบนั้นด้วยรากที่สองจากบทที่ 11
สมการ x² = k
สมการ x2=9 ถามว่าจำนวนอะไรยกกำลังสองได้ 9 คำตอบมีสองตัวคือ 3 กับ −3 เพราะ (−3)2=9 ด้วย ถ้าตอบแค่ 3 จะได้คำตอบไม่ครบ
สมบัติของรากที่สอง
สำหรับสมการ x2=k
- ถ้า k>0 ได้ x=k หรือ x=−k เขียนย่อเป็น x=±k
- ถ้า k=0 ได้ x=0 เพียงคำตอบเดียว
- ถ้า k<0 สมการไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง เพราะจำนวนจริงยกกำลังสองแล้วไม่มีทางติดลบ
ตัวอย่าง 1
แก้สมการ (1) x2=16 (2) x2=7 (3) 2x2−10=0 (4) x2+4=0
- x2=16 ได้ x=±4
- 7 ไม่ใช่กำลังสองของจำนวนเต็ม คำตอบจึงเขียนด้วยเครื่องหมายราก x=±7 ไม่ต้องแปลงเป็นทศนิยม
- จัดให้ x2 อยู่ตัวเดียวก่อน 2x2=10 หารด้วย 2 ได้ x2=5 จึงได้ x=±5
- x2=−4 ไม่มีจำนวนจริงใดยกกำลังสองแล้วได้ −4 สมการนี้จึงไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง
สมการ (x + p)² = q
ใช้หลักเดียวกันได้ ถ้าสิ่งที่ยกกำลังสองเป็นวงเล็บทั้งก้อน ให้ถอดรากที่สองทั้งก้อนก่อน แล้วค่อยย้ายข้าง
ตัวอย่าง 2
แก้สมการ (1) (x−3)2=25 (2) (x+2)2=6
- (x−3)2=25 ได้ x−3=5 หรือ x−3=−5
- จึงได้ x=8 หรือ x=−2
- (x+2)2=6 ได้ x+2=±6
- ย้าย 2 ไปอีกข้าง x=−2+6 หรือ x=−2−6
อย่าลืม ±
ทุกครั้งที่ถอดรากที่สองเพื่อแก้สมการ ต้องเขียน ± เสมอ คำตอบที่หายบ่อยที่สุดในบทนี้คือคำตอบที่มาจากเครื่องหมายลบ
เติมให้เป็นกำลังสองสมบูรณ์
ถ้าเปลี่ยน x2+4x−1=0 ให้อยู่ในรูป (x+p)2=q ได้ ก็แก้ได้ด้วยวิธีข้างบน เครื่องมือคือการเติม x2+bx ให้เป็นกำลังสองสมบูรณ์จากหน้า 20.3
ดูรูปของ x2+6x เป็นพื้นที่ ตัด 6x เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3×x สองแผ่น วางติดสองด้านของสี่เหลี่ยมจัตุรัส x2 จะเหลือมุมที่ขาดไปขนาด 3×3
x2+6x ขาดมุม 3×3 เติม 9 แล้วได้สี่เหลี่ยมจัตุรัสด้าน x+3 คือ x2+6x+9=(x+3)2
ค่าที่ต้องเติมคือครึ่งหนึ่งของสัมประสิทธิ์ของ x แล้วยกกำลังสอง คือ (2b)2 สิ่งที่ต่างจากบทที่ 20 คือตอนนี้เป็นสมการ เติมอะไรข้างหนึ่งต้องเติมอีกข้างด้วย สมการจึงยังเป็นจริง
ขั้นตอนแก้ x2+bx+c=0
- ย้ายค่าคงตัว c ไปอีกข้าง
- เติม (2b)2 ทั้งสองข้าง
- เขียนข้างซ้ายเป็น (x+2b)2
- ถอดรากที่สอง อย่าลืม ± แล้วย้ายข้าง
ตัวอย่าง 3
แก้สมการ x2+4x−1=0
- ย้าย −1 ไปข้างขวา x2+4x=1
- ครึ่งหนึ่งของ 4 คือ 2 ยกกำลังสองได้ 4 เติม 4 ทั้งสองข้าง x2+4x+4=1+4
- (x+2)2=5
- x+2=±5 จึงได้ x=−2+5 หรือ x=−2−5
ถ้าต้องการค่าประมาณ ใช้ 5≈2.236 จะได้ x≈0.24 หรือ x≈−4.24 แต่ถ้าโจทย์ไม่ได้สั่ง ให้ตอบในรูปที่มีเครื่องหมายรากซึ่งเป็นค่าที่แท้จริง
ตัวอย่าง 4
แก้สมการ x2−8x+13=0
- ย้ายค่าคงตัว x2−8x=−13
- ครึ่งหนึ่งของ −8 คือ −4 ยกกำลังสองได้ 16 เติมทั้งสองข้าง x2−8x+16=−13+16
- (x−4)2=3
- x−4=±3 จึงได้ x=4±3
ลองคิดก่อน
แก้ x2+8x=5 เพื่อนเติม 16 ข้างซ้ายได้ (x+4)2=5 แล้วตอบ x=−4±5 ผิดตรงไหน
ดูคำตอบ
เพื่อนเติม 16 แค่ข้างซ้าย สมการจึงไม่เท่ากันแล้ว ต้องเติมทั้งสองข้าง x2+8x+16=5+16 ได้ (x+4)2=21 คำตอบที่ถูกคือ x=−4±21
ตรวจได้ด้วยการกระจาย (x+4)2=5 กลับ ได้ x2+8x+16=5 คือ x2+8x=−11 ไม่ใช่สมการเดิม
เมื่อ a ไม่เท่ากับ 1
การเติม (2b)2 ใช้ได้เมื่อสัมประสิทธิ์ของ x2 เป็น 1 ถ้าไม่ใช่ ให้หารทั้งสมการด้วย a ก่อน หารได้เพราะ a เป็นตัวเลขที่ไม่ใช่ศูนย์ ไม่ใช่ตัวแปร
ตัวอย่าง 5
แก้สมการ 2x2+12x+8=0
- หารทั้งสมการด้วย 2 ได้ x2+6x+4=0
- ย้ายค่าคงตัว x2+6x=−4
- เติม 9 ทั้งสองข้าง ตามรูปข้างบน x2+6x+9=5
- (x+3)2=5 ได้ x=−3±5
เมื่อสมการไม่มีคำตอบ
ตัวอย่าง 6
แก้สมการ x2+2x+5=0
- ย้ายค่าคงตัว x2+2x=−5
- เติม 1 ทั้งสองข้าง x2+2x+1=−4
- (x+1)2=−4 ข้างซ้ายเป็นกำลังสองซึ่งติดลบไม่ได้ แต่ข้างขวาเป็น −4
- สมการนี้จึงไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง
สรุป
- x2=k ได้ x=±k เมื่อ k>0 ได้ x=0 เมื่อ k=0 และไม่มีคำตอบเมื่อ k<0
- ถอดรากที่สองเมื่อไร ต้องมี ± เสมอ
- ทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์ ย้ายค่าคงตัว เติม (2b)2 ทั้งสองข้าง แล้วถอดราก
- ถ้า a=1 หารทั้งสมการด้วย a ก่อน
- ถ้าได้ (x+p)2 เท่ากับจำนวนลบ สมการไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง