descartesclytie0x/descartes-math-platform
บทที่ 37 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึมตรงกับหนังสือ เพิ่มเติม ม.4 เล่ม 2 บทที่ 2เพิ่มเติม

37.3 สมการและอสมการเอกซ์โพเนนเชียล

ยอดคงเหลือต้องลดต่ำกว่าครึ่งหนึ่งหลังผ่านไปกี่รอบ คำถามนี้เป็นอสมการของกำลัง การเปรียบเทียบเลขชี้กำลังต้องดูว่าฐานทำให้ฟังก์ชันเพิ่มหรือลด

สมมติว่ายาตัวหนึ่งในกระแสเลือดถูกร่างกายกำจัดออกไป 20%20\% ทุกชั่วโมง ปริมาณที่เหลือจึงคูณด้วย 0.80.8 ทุกชั่วโมง ถ้าเริ่มที่ D0D_0 หลัง tt ชั่วโมงจะเหลือ D0(0.8)tD_0(0.8)^t คำถามว่าเมื่อไรยาจะเหลือน้อยกว่าครึ่ง คือการแก้ (0.8)t(0.8)^t น้อยกว่า 0.50.5 ตัวไม่รู้อยู่บนเลขชี้กำลัง และฐานน้อยกว่าหนึ่ง หน้านี้รวบรวมวิธีแก้โจทย์แบบนี้ทั้งที่เป็นสมการและอสมการ แล้วจะกลับมาตอบเรื่องยาท้ายหน้า

ทำฐานเดียวกัน

เพราะ axa^x เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง เมื่อ au=ava^u=a^v จะได้ u=vu=v สำหรับฐานบวกที่ไม่เป็นหนึ่ง ถ้าทำฐานเดียวกันไม่ได้ ใช้ลอการิทึมทั้งสองข้างโดยต้องมีค่าบวก

คำว่าหนึ่งต่อหนึ่งมาจากหน้า 36.5 ดูได้จากกราฟในหน้า 37.1 กราฟ y=axy = a^x เพิ่มตลอดหรือลดตลอด เส้นแนวนอนหนึ่งเส้นจึงตัดกราฟได้ไม่เกินหนึ่งจุด ถ้าสองเลขชี้กำลังให้ค่าเท่ากัน ก็ต้องเป็นเลขชี้กำลังเดียวกัน ฐานหนึ่งใช้หลักนี้ไม่ได้ เพราะ 12=151^2 = 1^5 แต่ 2≠52 \neq 5

วิธีทำจึงมีสามขั้น ขั้นแรกเขียนทั้งสองข้างเป็นกำลังของฐานเดียวกัน ขั้นสองตัดฐานออกแล้วตั้งสมการของเลขชี้กำลัง ขั้นสามแก้สมการพีชคณิตที่ได้ ตัวเลขอย่าง 44 88 1616 3232 เป็นกำลังของ 22 ส่วน 99 2727 8181 เป็นกำลังของ 33 ควรจำไว้เพราะเจอบ่อย

ตัวอย่าง 1

แก้สมการ 9x+1=27x9^{x+1}=27^x

  1. 99 กับ 2727 ไม่ใช่ฐานเดียวกัน แต่เป็นกำลังของ 33 ทั้งคู่ เขียน 9=329 = 3^2 และ 27=3327 = 3^3
  2. ใช้กฎกำลังซ้อนจากบทที่ 14 (32)x+1=32x+2(3^2)^{x+1} = 3^{2x+2} และ (33)x=33x(3^3)^x = 3^{3x} สมการกลายเป็น 32x+2=33x3^{2x+2} = 3^{3x}
  3. ฐานเท่ากันและเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง จึงได้ 2x+2=3x2x+2 = 3x หรือ x=2x = 2
  4. ตรวจ 93=7299^3 = 729 และ 272=72927^2 = 729 เท่ากันจริง

ตัวอย่าง 2

แก้สมการ 3x=203^x = 20 ตอบเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง

  1. 2020 ไม่ใช่กำลังของ 33 ที่เป็นจำนวนตรรกยะ ทำฐานเดียวกันไม่ได้ จึงใช้ลอการิทึม
  2. สองข้างเป็นบวก ใส่ log⁡\log ทั้งสองข้างได้ log⁡3x=log⁡20\log 3^x = \log 20 แล้วย้ายกำลังลงมาตามหน้า 37.2 ได้ xlog⁡3=log⁡20x \log 3 = \log 20
  3. ได้ x=log⁡20log⁡3x = \dfrac{\log 20}{\log 3} ประมาณ 1.30100.4771\dfrac{1.3010}{0.4771} ซึ่งประมาณ 2.732.73
  4. ตรวจความสมเหตุสมผล 32=93^2 = 9 และ 33=273^3 = 27 ส่วน 2020 อยู่ระหว่างสองค่านี้ คำตอบจึงต้องอยู่ระหว่าง 22 กับ 33 ตรงกัน

อสมการต้องดูทิศของฐาน

เมื่อ a>1a>1 จาก au>ava^u>a^v ได้ u>vu>v แต่เมื่อ 0<a<10<a<1 ได้ u<vu<v เพราะฟังก์ชันลด กฎกลับทิศนี้เกิดจากลำดับค่า ไม่ใช่การคูณด้วยจำนวนลบ

−11231234xyy = (1/3)x(−1, 3)(0, 1)
กราฟ y=(13)xy = \left(\tfrac{1}{3}\right)^x ลดตลอด เลขชี้กำลังยิ่งมาก ค่ายิ่งน้อย

ดูจากรูป เลขชี้กำลัง −1-1 น้อยกว่า 11 แต่ (13)−1=3\left(\tfrac{1}{3}\right)^{-1} = 3 มากกว่า (13)1=13\left(\tfrac{1}{3}\right)^{1} = \tfrac{1}{3} ลำดับของค่ากลับกับลำดับของเลขชี้กำลัง ถ้าฐานมากกว่าหนึ่ง กราฟเพิ่ม ลำดับจะเหมือนกัน ก่อนตัดฐานทิ้งในอสมการจึงต้องถามตัวเองทุกครั้งว่าฐานมากกว่าหนึ่งหรือน้อยกว่าหนึ่ง

ตัวอย่าง 3

แก้ (1/3)2x−1≥(1/3)5(1/3)^{2x-1}\ge(1/3)^5

  1. ฐานเหมือนกันแล้วคือ 13\tfrac{1}{3} ซึ่งอยู่ระหว่างศูนย์กับหนึ่ง ฟังก์ชันลด จึงกลับทิศเมื่อเทียบเลขชี้กำลัง
  2. ค่าทางซ้ายมากกว่าหรือเท่ากับค่าทางขวา แปลว่าเลขชี้กำลังทางซ้ายต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับ ได้ 2x−1≤52x-1\le5
  3. แก้แบบอสมการเชิงเส้นในบทที่ 21 ได้ 2x≤62x \le 6 แล้ว x≤3x\le3
  4. ตรวจด้วยค่าหนึ่งค่า x=0x = 0 ทางซ้ายได้ (1/3)−1=3(1/3)^{-1} = 3 มากกว่า (1/3)5(1/3)^5 จริง ตรงกับคำตอบที่บอกว่า x=0x = 0 ใช้ได้

ลองคิดก่อน

เพื่อนแก้ 2x>182^{x} > \tfrac{1}{8} โดยเขียน 18=2−3\tfrac{1}{8} = 2^{-3} แล้วตอบ x<−3x < -3 เพราะคิดว่ามีจำนวนลบเข้ามาจึงต้องกลับทิศ ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก การกลับทิศขึ้นกับฐาน ไม่ได้ขึ้นกับว่ามีเลขลบในเลขชี้กำลังหรือเปล่า ฐาน 22 มากกว่าหนึ่ง ฟังก์ชันเพิ่ม จึงได้ x>−3x > -3 ตรวจด้วย x=0x = 0 ได้ 20=12^0 = 1 มากกว่า 18\tfrac{1}{8} จริง แต่ 00 ไม่อยู่ในคำตอบ x<−3x < -3 ของเพื่อน

สมการลอการิทึม

เริ่มด้วยโดเมนของทุกอาร์กิวเมนต์ จากนั้นรวมลอการิทึมหรือเปลี่ยนเป็นกำลัง แล้วแก้สมการพีชคณิต สุดท้ายแทนกลับในโดเมนเดิม การรวมสองลอการิทึมเป็นผลคูณอาจทำให้ได้รากเกินที่อาร์กิวเมนต์ทั้งคู่ติดลบ จึงข้ามการตรวจไม่ได้

เหตุที่ได้รากเกินเป็นเรื่องเดียวกับท้ายหน้า 37.2 นิพจน์ log⁡2(x−1)+log⁡2(x+1)\log_2(x-1)+\log_2(x+1) ต้องการให้ x−1x - 1 และ x+1x + 1 บวกทั้งคู่ แต่ log⁡2((x−1)(x+1))\log_2\big((x-1)(x+1)\big) ต้องการแค่ผลคูณบวก ซึ่งเกิดได้ทั้งตอนที่สองตัวบวกและตอนที่สองตัวลบ สมการหลังรวมจึงมีโดเมนกว้างกว่าเดิม และอาจมีคำตอบที่สมการเดิมไม่ยอมรับ

ตัวอย่าง 4

แก้ log⁡2(x−1)+log⁡2(x+1)=3\log_2(x-1)+\log_2(x+1)=3

  1. โดเมน ต้องมี x−1>0x - 1 > 0 และ x+1>0x + 1 > 0 พร้อมกัน จึงได้ x>1x>1 เขียนเงื่อนไขนี้ไว้ก่อนทำอย่างอื่น
  2. รวมเป็นลอการิทึมของผลคูณ log⁡2(x2−1)=3\log_2(x^2-1)=3 แล้วเปลี่ยนเป็นรูปกำลังตามนิยาม ได้ x2−1=23=8x^2-1=2^3 = 8
  3. ได้ x2=9x^2 = 9 จึงมี x=±3x=\pm3 แต่ผ่านโดเมนเพียง x=3x=3
  4. ตรวจในสมการเดิม log⁡22+log⁡24=1+2=3\log_2 2+\log_2 4 = 1 + 2 = 3 ถูกต้อง ส่วน x=−3x = -3 ทำให้ได้ log⁡2(−4)\log_2(-4) ซึ่งไม่นิยาม

ลองคิดก่อน

แก้ลอการิทึมแล้วได้ x=−3x=-3 ควรรับถ้าสมการหลังรวมถูกไหม

ดูคำตอบ

ต้องตรวจสมการเดิมก่อน การแปลงที่ทำให้เงื่อนไขหายอาจเพิ่มคำตอบเกิน โดยเฉพาะอาร์กิวเมนต์ติดลบ ในตัวอย่างข้างบน x=−3x = -3 ทำให้สมการหลังรวม log⁡28=3\log_2 8 = 3 เป็นจริง แต่สมการเดิมมี log⁡2(−4)\log_2(-4) ซึ่งไม่มีความหมาย คำตอบของโจทย์คือคำตอบของสมการเดิม ไม่ใช่ของสมการที่เราแปลงเอง

อสมการลอการิทึมใช้หลักเดียวกับอสมการเอกซ์โพเนนเชียล คือดูทิศของฐาน แต่ต้องรวมเงื่อนไขโดเมนเข้าไปในคำตอบด้วย

ตัวอย่าง 5

แก้ log⁡2(x−3)≤2\log_2(x-3)\le 2

  1. โดเมน x−3>0x - 3 > 0 จึงได้ x>3x > 3
  2. เขียนเลข 22 ทางขวาเป็นลอการิทึมฐานเดียวกัน 2=log⁡242 = \log_2 4 อสมการกลายเป็น log⁡2(x−3)≤log⁡24\log_2(x-3) \le \log_2 4
  3. ฐาน 22 มากกว่าหนึ่ง ฟังก์ชันลอการิทึมเพิ่ม ทิศเดิม ได้ x−3≤4x - 3 \le 4 หรือ x≤7x \le 7
  4. รวมกับโดเมน คำตอบคือ 3<x≤73 < x \le 7 ถ้าลืมขั้นที่ 1 จะตอบ x≤7x \le 7 ซึ่งรวมค่าอย่าง x=0x = 0 ที่ทำให้อาร์กิวเมนต์ติดลบ

สมการกำลังที่เป็นกำลังสองของตัวใหม่

ถ้ามี a2xa^{2x} กับ axa^x พร้อมกัน สามารถตั้งตัวแปรแทนเพื่อแก้พหุนามได้ แต่ตัวแปรใหม่มีเงื่อนไขว่าต้องบวก เหตุที่ทำได้คือ a2x=(ax)2a^{2x} = (a^x)^2 ตามกฎกำลังซ้อน พอเรียก axa^x ว่า uu สมการก็กลายเป็นสมการกำลังสองที่แยกตัวประกอบได้ตามบทที่ 23

ตัวอย่าง 6

แก้ 4x−5(2x)+4=04^x-5(2^x)+4=0

  1. เพราะ 4x=(22)x=(2x)24^x=(2^2)^x = (2^x)^2 ให้ u=2xu=2^x ซึ่งต้องบวก จะได้ u2−5u+4=0u^2-5u+4=0
  2. แยก (u−1)(u−4)=0(u-1)(u-4)=0 ได้ u=1,4u=1,4 ซึ่งบวกทั้งคู่ จึงใช้ได้ทั้งสองค่า
  3. ย้อนกลับ 2x=1=202^x=1 = 2^0 หรือ 2x=4=222^x=4 = 2^2 จึงได้ x=0,2x=0,2
  4. ตรวจ x=2x = 2 ได้ 16−20+4=016 - 20 + 4 = 0 และ x=0x = 0 ได้ 1−5+4=01 - 5 + 4 = 0

ถ้ารากของพหุนามใหม่ติดลบ ต้องตัดออกก่อนย้อนกลับ เพราะกำลังฐานบวกไม่มีค่าติดลบ การเปลี่ยนตัวแปรช่วยลดรูป แต่ไม่ทำให้เงื่อนไขของตัวแปรใหม่หายไป

ลองคิดก่อน

แก้ 4x+2x−6=04^x + 2^x - 6 = 0 ให้ u=2xu = 2^x ได้ u2+u−6=0u^2 + u - 6 = 0 แยกเป็น (u+3)(u−2)=0(u + 3)(u - 2) = 0 เพื่อนตอบว่ามีคำตอบสองค่า ถูกไหม

ดูคำตอบ

ไม่ถูก u=−3u = -3 ใช้ไม่ได้ เพราะ 2x=−32^x = -3 ไม่มีคำตอบ กำลังของ 22 เป็นบวกเสมอ เหลือ u=2u = 2 คือ 2x=22^x = 2 ได้ x=1x = 1 คำตอบเดียว ตรวจ 4+2−6=04 + 2 - 6 = 0

กลับมาที่ยาในกระแสเลือด

ตอนนี้มีเครื่องมือครบแล้ว อสมการ (0.8)t(0.8)^t น้อยกว่า 0.50.5 ทำฐานเดียวกันไม่ได้ จึงใส่ลอการิทึมทั้งสองข้าง ฟังก์ชัน log⁡\log ฐานสิบเป็นฟังก์ชันเพิ่ม การใส่ log⁡\log จึงไม่เปลี่ยนทิศ แต่จุดที่ต้องระวังอยู่ขั้นถัดไป

ตัวอย่าง 7

ยาเหลือ D0(0.8)tD_0(0.8)^t หลัง tt ชั่วโมง ต้องผ่านไปนานเท่าไรยาจึงเหลือน้อยกว่าครึ่งของตอนเริ่ม

  1. ต้องการ D0(0.8)tD_0(0.8)^t น้อยกว่า 12D0\tfrac{1}{2}D_0 หารด้วย D0D_0 ซึ่งบวก ได้ (0.8)t(0.8)^t น้อยกว่า 0.50.5 ปริมาณเริ่มต้นตัดทิ้งได้ คำตอบจึงไม่ขึ้นกับว่าเริ่มกี่มิลลิกรัม
  2. ใส่ log⁡\log ทั้งสองข้างแล้วย้ายกำลังลงมา ได้ tlog⁡0.8t\log 0.8 น้อยกว่า log⁡0.5\log 0.5
  3. log⁡0.8\log 0.8 ติดลบ เพราะ 0.80.8 น้อยกว่า 11 หารด้วยจำนวนลบต้องกลับทิศ ได้ tt มากกว่า log⁡0.5log⁡0.8\dfrac{\log 0.5}{\log 0.8} ซึ่งประมาณ 3.113.11 ชั่วโมง การกลับทิศตรงนี้คือเหตุผลเดียวกับฐานน้อยกว่าหนึ่งที่ทำให้ฟังก์ชันลด
  4. ตรวจกับจำนวนเต็มข้างเคียง (0.8)3=0.512(0.8)^3 = 0.512 ยังไม่ถึงครึ่ง แต่ (0.8)4=0.4096(0.8)^4 = 0.4096 ต่ำกว่าครึ่งแล้ว ถ้าวัดทุกชั่วโมงก็จะเห็นครั้งแรกที่ชั่วโมงที่ 44

ขั้นที่ 4 ชี้ให้เห็นว่าคำตอบที่เป็นเวลาต่อเนื่องกับคำตอบที่เป็นจำนวนรอบเต็มไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หน้าถัดไปจะใช้ทุกวิธีในหน้านี้กับแบบจำลองการเติบโตและการสลาย และจะดูให้ชัดว่าโจทย์ถามเวลาแบบไหน

สรุป

  • ฐานเดียวกันตัดฐานได้เพราะ axa^x เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าทำฐานเดียวกันไม่ได้ให้ใส่ลอการิทึม
  • ฐานระหว่างศูนย์กับหนึ่งทำให้กลับทิศ ฐานมากกว่าหนึ่งทิศเดิม
  • หารด้วยลอการิทึมที่ติดลบ เช่น log⁡0.8\log 0.8 ต้องกลับทิศ
  • ลอการิทึมต้องตรวจอาร์กิวเมนต์ทุกตัว
  • แทนคำตอบกลับโดเมนเดิมเสมอ
  • ตัวแปรใหม่ u=axu = a^x ต้องบวก ตัดรากที่ไม่บวกทิ้ง